ป้ายกำกับ: bk8

วิธีลดน้ำหนักผิดๆ เสียเวลาเปล่า!

วิธีลดน้ำหนักผิดๆ เสียเวลาเปล่า!

เพื่อนๆเป็นไหมที่อยากลดน้ำหนักแต่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันผิดวิธี ทำไปก็ไม่ลด แถมเสียเวลาอีกต่างหาก 

ใครกันที่บอกว่าลดน้ำหนักนั้นง่าย เอาจริงๆมันไม่ง่ายหรอกนะ (แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไป) ถ้าเพื่อนรู้วิธีที่ถูกต้อง 

วันนี้เราเอาวิธีผิดๆที่ถ้าเพื่อนๆกำลังลดน้ำหนักด้วยวิธีแบบนี้ เลิกเถอะแล้วเพื่อนๆจะได้ผอมลงเร็วขึ้น

 

งดมื้อเย็น ไม่ยอมกินมื้อเย็น

หนึ่งในวิธีที่ผิดอย่างมากสำหรับคนที่จะลดน้ำหนัก คือการงดมื้อเย็นหรือไม่กินมื้อเย็นนั้นเอง ทำไมถึงผิดนะหรอ นั้นก็ เพราะการที่เพื่อนๆงดมื้อเย็นเป็นระยะเวลาติดต่อกัน จะทำให้ระบบเผาผลาญเราพังได้  ร่างกายจะเกิดการจำว่าไม่จำเป็นต้องทำการเผาผลาญใดๆและหากเพื่อนๆกลับมาใช้ชีวิตปกติกินปกติเมื่อไร ร่างกายก็จะเกิดความจำไปแล้วว่าไม่ต้องเผาผลาญช่วงเย็นนั้นเอง และเป็นสาเหตุของการที่เรียกว่าระบบเผาผลาญพังนั้นเอง

ทางที่ดีเพื่อนๆควรกินมื้อเย็นนะ แต่เลือกกินอาหารที่ไม่ต้องมีแคลอรีเยอะ อย่าง สลักผัก ไข่ต้ม และเน้นการออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ก็สามารถลดน้ำหนักและสุขภาพยังดีได้อยู่ด้วยนะ 

เลิกกินคาร์โบไฮเดรต หรือ แป้งไปเลย 

การที่เพื่อนๆเลือกที่จะเลิกกินคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งไปเลยนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเลย เพราะว่าจริงๆแล้วคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หรือ แป้งดีนั้น จะช่วยทำให้เพื่อนๆอิ่มนานขึ้นและอยากอาหารน้อยลงด้วยนะ การที่เพื่อนๆไปเลิกกินคาร์โบไฮเดรตเลย ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย จะทำให้เพื่อนๆมีโอกาสไปกินอาหารประเภท โปรตีน หรือ ไขมัน มากขึ้น และหากกินพวกไขมันมากเกินไปก็ไม่ใช้ผลดีสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักนะ

 ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคนเราควรเลือกกินอาหารอย่างสมดุลไม่ใช่เลิกกินอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลย

สูตรกินน้อยๆ ลดน้ำหนักไวๆในระนะเวลาสั้นๆ

การที่เพื่อนๆ ใช้สูตรกินน้อยๆๆ เพื่อที่จะให้ลดน้ำหนักลงไวๆ ในระยะเวลา 3 -7 วัน นั้นเป็นวิธีที่ผิดมากๆ เพราะการที่เราไปเลือกใช้สูตรพวกนี้อาจทำให้ร่างกายเกิดอันตรายได้ แถมการกินน้อยเกินไปก็จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีแรงอีกด้วยนะ ทางที่ดีเพื่อนๆแค่เลือกกินอาหารที่ดี ในปริมาณที่เหมาะสม และอยู่ในระยะเวลาเหมาะสม ไม่เร็วไปที่จะเห็นผล เพราะการลดน้ำหนักที่ดีต้องมีสุขภาพที่ดีด้วย การที่เพื่อนๆเลือกใช้สูตรต่างๆในระยะเวลาอันสั้นเพื่อจะให้น้ำหนักลงไวๆ เพื่อนๆอาจจะลดลงได้นะ แต่รับรองสุขภาพจะไม่ดีแน่นอน 

การที่เพื่อนๆจะลดน้ำหนัก ควรจะเลือกทำวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับร่างกายและสุขภาพของเราด้วยนะ

 

สนับสนุนโดย  bk8

หลีกเลี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

หลีกเลี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

หนึ่งในโรคมะเร็งที่ติด 1 ใน 10 โรคมะเร็งที่ชาวไทยเป็นกันมากคือโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งข้อมูลที่ได้รับมาจากองค์การอนามัยโลก (GLOBOCAN) 2018 กล่าวว่า โรคมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั้งหมดทั่วทั้งโลกรวมทั้งมีอุบัติการณ์เป็นอันดับที่ 5 ของโรคมะเร็งทั้งหมด

โดยพบในเพศชายมากยิ่งกว่าเพศหญิงและก็พบบ่อยในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ด้วยเหตุนี้การสนใจตรวจร่างกาย ไม่ปล่อยปละละเลยความผิดปกติที่มาเยี่ยมเยือนร่างกาย และก็รู้ทันโรคมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นสิ่งจำเป็นที่จำเป็นต้องเอาใจใส่

รู้จักโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

กระเพาะอาหารเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบการทำงานด้านการย่อยอาหาร มีหน้าที่ย่อยแล้วก็ซึมซับสารอาหารก่อนจะเคลื่อนต่อไปที่ลำไส้เล็กรวมทั้งลำไส้ใหญ่ สำหรับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric Cancer) มีต้นเหตุที่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผิวภายในกระจายมายัง

เยื่อบุผิวภายนอก สามารถเกิดขึ้นหลายลักษณะ ตัวอย่างเช่น เยื่อบุกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวเนื่อง โดยเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากหลายกรณีแล้วก็หลายสาเหตุ

สาเหตุโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมีหลายสาเหตุ ได้แก่

การได้รับเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori. (H.pylori) ซึ่งเชื้อแบคทีเรียตัวนี้เมื่อเข้าไปอาศัยอยู่ในกระเพาะจะสร้างพิษ ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นแผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้เล็ก เป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ กลายเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ในที่สุด

อาการโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

คนป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารส่วนมากพบได้ทั่วไปว่าป่วยในระยะลุกลาม เพราะว่าในระยะเริ่มต้นของโรคมักไม่แสดงอาการใดๆก็ตามจนถึงอาการรุนแรงขึ้นอาการในระยะยังไม่ลุกลาม ตัวอย่างเช่น

-อาหารไม่ย่อย

-ไม่สบายท้อง

-อาการท้องอืด

-จุก

-แน่นท้อง

-คลื่นไส้

-ไม่อยากกินอาหาร

-น้ำหนักลด

-บางทีอาจปวดแสบปวดร้อนที่หน้าอก

รักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

การดูแลและรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหารทำได้โดยผ่าตัด ให้เคมีบำบัดรักษา และก็ฉายแสงรักษาขึ้นอยู่กับระยะ อาการ แล้วก็ความร้ายแรงของผู้ป่วยในระยะแรกที่มีลักษณะเหมือนโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือแผลในกระเพาะอาหาร แพทย์จะให้กินยาฆ่าเชื้อโรค ถ้าหากอาการกำเริบใน 2 อาทิตย์ หรืออาการไม่ดีขึ้นเมื่อครบ 6 – 8 อาทิตย์ของการดูแลรักษาจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารเพื่อการดูแลรักษาในขั้นต่อไป

โรคมะเร็งระยะเริ่มต้นที่ยังอยู่ที่ผิวเยื่อบุส่วนใหญ่ตัดออกโดยการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ระยะเริ่มต้นของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร แพทย์อาจกระทำการผ่าตัดส่วนที่เป็นโรคมะเร็งออกไป โดยเป็นการผ่าตัดกระเพาะอาหารรวมทั้งการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองที่มีการกระจายของโรคมะเร็ง หลังจากนั้นก็เลยให้ยาเคมีบำบัดรักษาหลังผ่าตัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่หรือหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์ของโรคมะเร็งทั่วร่างกาย

 

สนับสนุนโดย  bk8

อาหารที่มีฟอสเฟตสูงมาก

อาหารที่มีฟอสเฟตสูงมาก

อาหารที่มีฟอสเฟตสูงมาก เป็นข้อห้ามของคนที่ป่วยโรคไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรัง

อาหารกลุ่มแรก ที่มีปริมาณฟอสเฟตที่สูงๆมาก ก็ได้แก่จำพวกไข่แดง หรือมันอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มันได้มีส่วนผสมของไข่แดงด้วยได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สังขยา เส้นบะหมี่เหลือง แผ่นเกี๊ยว เส้นพาสต้า และส่วนทั้งหมดนี้มันก็ได้เป็นกลุ่มของจำพวกไข้แดงและผลิตภัณฑ์ที่มันได้มีส่วนผสมของไข่แดงจำพวกนี้มันก็จะมีปริมาณฟอสเฟตที่ค่อนข้างสูงมากอีกด้วยเช่นกันผู้ป่วยไตเสื่อมนั้นก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงหรือไม่ก็ควรที่จะยกเว้น และสำหรับ กลุ่มอาหารที่สอง นม และยังได้รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่มันได้ทำมาจากนมก็จะได้แก่ นมสด นมเปรี้ยว โยเกิร์ต  ชีส ไอศครีม ทุกๆชนิด

ซึ่งทั้งหมดนี้มันก็คือผลิตภัณฑ์ที่มันได้ทำมาจากนมทั้งหมดและมันก็จะมีปริมาณฟอตเฟตค่อนข้างที่จะเยอะมากและสูงมาก ซึ่งมันอาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคไตเสื่อมหรือว่าผู้ที่ป่วยเป็นไตวายเรื้อรังอีกด้วยนอกจากนี้หากว่ามันได้เกิดมีบางคนได้เข้ามาถามว่าแล้วแบบนี้คนที่ป่วยเป็นโรคไตเสื่อไตวายเรื้อรังเขาจะกินไอศครีมอะไรได้บ้าง

ซึ่งเราก็ได้บอกคำแนะนำไปว่าให้ทำไอศครีมรับประทานกินเองอยู่ที่บ้านก็คือ จะใช้มะนาวก็แล้วกัน นำเอามะนาวสดหนึ่งลูกบีบใส่น้ำอุ่นและอาจจะต้องใส่น้ำผึ้งสักเล็กน้อยนิดนึง จากนั้นก็ให้คุณนำเอาไปแช่ช่องฟรีซเอาไว้จากนั้นก็นพเอาออกมาตักกินเป็นไอศครีมรสมะนาวแบบนี้มันก็จะปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตก็ยังสามารถที่จะทำไอศครีมกินเองได้ที่บ้านได้เหมือนกัน และอาหารกลุ่มที่สาม มันเป็นอาหารที่ผ่านกรรมวิธีแปรรูปมาแล้วมันก็จะมีปริมาณทั้งโซเดียมและฟอตเฟตสูงมากอีกด้วย ซึ่งมันก็จะได้แก่ไส้กรอก แฮม เบคอน โบโลน่า อาหารแช่แข็งทุกๆชนิด

สำหรับอาหารกลุ่มเหล่านี้นั้นเราจะต้องบอกเลยว่ามันเป็นอาหารที่แปรรูป ซึ่งเขาก็จะใส่พวก โซเดียม ฟอตเฟต ไปในอาหารตอนระหว่าง กระบวกการทำ กระบวนการผลิตอีกด้วย เพื่อที่จะทำให้อาหารมีรสชาติอร่อย เนื้อมีความอร่อยขึ้น นุ่มเนียนละเอียดมีรสชาติมากขึ้น ซึ่งในอาหารเหล่านี้มันก็จะบอกว่าอาหารที่แปรรูปทุกชนิดที่เราได้พูดไปนั้นมันจะมีปริมาณทั้งโซเดียมและฟอสเฟตค่อนข้างที่จะสูงมากๆ

ซึ่งมันได้เป็นอันตรายมากๆสำหรับผู้ที่ป่วยไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรังก็ควรที่จะงดรับประทานโดยเด็ดขาดและยังได้รวมไปถึงอาหารที่เกี่ยวกับเนื้อสัตว์ที่หมักให้นุ่มเพราะว่าอาหารเหล่านี้นั้นมันจะต้องบอกก่อนเลยว่าวิธีในการผลิตของเขานั้นเขาจะหมักพวกเนื้อสัตว์หรือหมักหมูนุ่มที่ได้หมักให้เนื้อสัตว์มีความนุ่มเขาก็จะใช้สารกลุ่มไพโรฟอสเต หรือที่เขาเรียกว่าผงหมักนุ่มนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

รู้หรือไม่การเลื่อนนาฬิกาปลุกบ่อยๆ

รู้หรือไม่การเลื่อนนาฬิกาปลุกบ่อยๆ

รู้หรือไม่การเลื่อนนาฬิกาปลุกบ่อยๆอาจเสี่ยงให้คุณเป็นโรคความจำเสื่อมได้

          เชื่อว่าหลายคนคงมีความรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการทำงานมาและอยากจะนอนหลับพักผ่อนสัก 22 นี่ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้นซึ่งหลายคนมักจะใช้วิธีการเลือกที่จะตั้งเวลาเอาไว้ปลุกให้คุณเองตื่นในเวลาที่ต้องการรายการตั้งเวลาส่วนใหญ่หลายคนมักไม่ตั้งครั้งเดียวแล้วตื่นแต่เลือกที่จะมีการกดตั้งเผื่อไว้หลายๆครั้งก่อนที่จะถึงเวลาจริงซึ่งเหตุผลนี้เองทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้คุณเป็นโรคความจำเสื่อมและสมาธิสั้นได้

         เชื่อหรือไม่ว่าการที่คุณตื่นขึ้นเธอต้องมาเลื่อนเสียงนาฬิกาหรือปิดเสียงนาฬิกาผู้กองคนบ่อยๆนั้นส่งผลทำให้ร่างกายของคุณได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอสมองของคุณจะงงๆเบลอๆเพราะมันถูกรบกวนจากการที่คุณหลับลึกแล้วต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังรบกวน ซึ่งเหตุการณ์นี้เองจะส่งผลกระทบในระยะยาวทำให้สมองของคุณมีประสิทธิภาพทำงานน้อยลงอาจจะส่งผลให้มีปัญหาเกี่ยวกับโรคความจำเสื่อมได้การที่เราจะใช้นาฬิกาปลุกในการปลุกให้เราตื่นนอนขึ้นมาเพื่อไปทำกิจกรรมอื่นๆนั้นเราควรมีการตั้งเสียงนาฬิกาปลุกให้มีความดันเพียงพอที่จะปลูกได้เราตื่นได้เลยเป็นที่จะต้องมีการตั้งปลุกหลายครั้งที่เราสะดุ้งตื่นบ่อยๆ

เพราะเมื่อเรามีการตื่นในช่วงเวลาเดิมบ่อยๆร่างกายของเราจะจดจำได้เองว่าถึงเวลาที่เราควรจะตื่นแล้วจะทำให้เราไม่จำเป็นต้องมีการปลุกซ้ำให้มากนักเพราะเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ร่างกายจะตื่นขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติที่สำคัญถ้าหากต้องการให้ตนเองตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นและตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาเดิมบ่อยๆนะแล้วก็แล้ว

คุณจะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอรวมถึงบางครั้งควรจะต้องมีการออกกำลังกายในช่วงเย็นเพื่อที่จะให้ร่างกายมีความเหนื่อยล้าและเราจะได้นอนหลับได้ง่ายขึ้นแต่ที่สำคัญเราควรจะนอนในเวลาเดิมซ้ำๆกันทุกๆวันก็ให้ร่างกายจดจำช่วงเวลาของการนอนของเราเพราะเมื่อถึงเวลานอนร่างกายของเราจะมีการกำหนดให้เราง่วงนอนเอง

โดยอัตโนมัติและเมื่อถึงเวลาตื่นเราก็จะตื่นได้เองอัตโนมัติเช่นเดียวกันหากวันหยุดไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรือออกไปทำธุระที่ไหนก็ไม่ควรจะนอนทั้งวันเพราะจะทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนมากเกินไปแล้วจะทำให้ขี้เกียจส่งผลให้เวลานอนของเราเปลี่ยนไปได้เช่นเดียวกันดังนั้นการนอนที่ดีจึงควรนอนเป็นเวลาและตื่นเป็นเวลาจะช่วยลดปัญหาเรื่องของความสมาธิสั้นและความจำเสื่อมได้ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa