หมวดหมู่: สุขภาพ

คุณอาจอ้วนไม่รู้ตัวถ้าคุณทำสิ่งต่อไปนี้ 

คุณอาจอ้วนไม่รู้ตัวถ้าคุณทำสิ่งต่อไปนี้ 

       คุณอาจอ้วนไม่รู้ตัวถ้าคุณทำสิ่งต่อไปนี้   การที่น้ำหนักเราเพิ่มนั้นมีได้หลายสาเหตุแต่บางคนอาจจะไม่รู้สาเหตุของการที่น้ำหนักของคุณเพิ่มดังนั้นเราจะมาดูกันว่าอะไรที่ทำให้เราอ้วนจากพฤติกรรมที่เราทำลงไปโดยที่อาจจะเป็นสิ่งที่เราทำไปโดยที่เราไม่รู้ตัวก็เป็นไปได้

การกินอาหารโดยเคี้ยวเร็วจนเกินไป

           หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าการที่คุณเคี้ยวข้าวไม่ละเอียดหรือกินข้าวเร็วเกินไปนั้นมันส่งผลทำให้คุณอ้วนได้เพราะเมื่อคุณกินเร็วคุณจะไม่รู้ตัวว่าคุณอิ่มทำให้คุณกินเข้าไปในปริมาณที่เยอะกว่าที่กระเพาะอาหารของคุณจะเตือนคุณทันว่าอิ่มได้แล้วกว่าคุณจะรู้ตัวว่าคุณอิ่มบางคนก็อาจจะกินเข้าไปในปริมาณที่เยอะมากมารู้ตัวอีกทีว่าอิ่มก็กินเข้าไปจนจุกแล้วนั่นเอง 

การกินอาหารหน้าโทรทัศน์

         คนส่วนใหญ่นั้นไม่ค่อยมีเวลามากนักดังนั้นเวลาทุกกิจกรรมจึงทำแบบเร่งรีบรวมถึงการพักผ่อนด้วยเช่นเดียวกันดังนั้นบางคนจึงใช้ระยะเวลาในการกินข้าวด้วยการกินหน้าทีวีและผลที่ตามมาก็คือการที่คุณมัวแต่สนุกสนานกับการดูทีวีของคุณนั้นคุณก็กินข้าวไปเรื่อยๆจนกว่าคุณจะรู้ตัวคุณก็กินข้าวเข้าไปในปริมาณที่เยอะมากแล้วนั่นเอง

ขนาดของจานที่ใส่อาหาร

         มีการทำวิจัยออกมาเกี่ยวกับเรื่องของขนาดของจานที่ใส่อาหารเพราะมันมีผลต่อการกินอาหารของคนเช่นเดียวกันโดยมีการทำวิจัยนำจานอาหารซึ่งมีขนาดต่างกันแต่ใส่อาหารในจำนวนชิ้นเท่ากันปรากฏว่า หากเรานำอาหารใส่ในจานที่มีขนาดใหญ่แล้วกินเข้าไปแล้วจะมีความรู้สึกว่าอาหารในจานนั้นมีน้อยจนทำให้เรายังไม่อิ่มจึงต้องมีการกินเพิ่มอีกหลายจานในขณะเดียวกันเราใส่อาหารในปริมาณเท่ากันแต่ ใส่ในจานที่เล็กลงปรากฏว่าเรานั้นสามารถกินได้เพราะเรามองเห็นว่าปริมาณอาหารในจานใบนั้นค่อนข้างเยอะมากเนื่องจากมีขนาดเล็กนั่นเองดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าสายตาของเราที่มองเห็นอาหารวันสามารถส่งผลสะท้อนไปถึงระบบการทำงานของสมองของเราที่จะสั่งให้สมองสั่งการส่วนอื่นของร่างกายว่าเราควรอิ่มอาหารแล้วหรือไม่คนอิ่มแล้วนั่นเอง 

การนั่งนานเกินไป 

           นอกจากนี้พฤติกรรมที่เรามักชอบนั่งทำงานนานนาน โดยนั่งทำงานเกินวันละ 8 ชั่วโมงนั้นจะส่งผลทำให้เรานั้นมีพฤติกรรมการนำอาหารมากินหน้าคอมพิวเตอร์หรือที่โต๊ะทำงานซึ่งเมื่อเรานำอาหารมาวางไว้เราก็จะเอื้อมมือไปหยิบกินเรื่อยๆโดยที่เรานั้นไม่รู้ตัวเลยว่าปริมาณที่เรากินเข้าไปนั้นมากน้อยแค่ไหนแล้วและมันส่งผลทำให้เราอ้วนได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  WM Casino

จัดการคุณภาพการนอน เพื่อสุขภาพที่ดี

จัดการคุณภาพการนอน เพื่อสุขภาพที่ดี

การนอน ถือเป็นการดูแลสุขภาพอีกอย่างหนึ่ง จัดการคุณภาพการนอน การพักผ่อนหย่อนใจที่ดีเยี่ยมที่สุดเป็นการนอนที่มีคุณภาพ พวกเราสามารถทำให้การนอนมีคุณภาพได้ เพียงแค่ใส่ใจและปฏิบัติตามดังต่อไปนี้

ความประพฤติที่ควรจะทำก่อนนอน

  1. คิดเสมอว่าเตียงนอน ที่นอนมีไว้เพื่อการนอน ควรหลีกเลี่ยงการจะทำกิจกรรมอื่น ๆ บนนี้ อย่างเช่น เล่นโทรศัพท์ กินอาหาร ฯลฯ เมื่อเอนตัวลงบนเตียงแล้ว ควรจะตั้งมั่นและก็มีสมาธิกับการนอนเพียงอย่างเดียว
  2. นอนให้ตรงเวลา ควรจะไปนอนและก็ตื่นให้ตรงเวลา นอนโดยประมาณ 7-8 ชั่วโมง จัดว่าพอเพียงสำหรับคนที่อยู่ในช่วงของวัยที่กำลังทำงาน ร่างกายจะมีความคุ้นเคย เมื่อตื่นมาจะชื่นบานเสมือนได้นอนเต็มที่
  3. จัดสิ่งแวดล้อมการนอนให้สมควร อุณหภูมิในห้องนอนจำเป็นต้องไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป ไม่มีสิ่งรบกวน ยกตัวอย่างเช่น แสงไฟ เสียง กลิ่น ฯลฯ จะช่วยปรับให้จิตใจสงบร่างกายก็จะได้พักสุดกำลัง รวมทั้งทำให้นอนได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
  4. ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ ก่อนนอน ยกตัวอย่างคือ น้ำอุ่น หรือนมอุ่น ฯลฯ จะช่วยทำให้ร่างกายบรรเทา แม้กระนั้นไม่สมควรดื่มในจำนวนมาก เนื่องจากว่าอาจก่อให้จำต้องตื่นมาตอนดึก
  5. ขับถ่ายและปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนนอน จะช่วยทำให้ไม่ตื่นในตอนมืดค่ำ การตื่นยิ่งขึ้นกลางดึกจะก่อให้สมรรถนะการนอนน้อยลง ถ้าเกิดตื่นตอนดึกบ่อย ๆ นาน ๆ ไปบางทีอาจเป็นความคุ้นเคย ทำให้ร่างกายพักไม่พอ

ความประพฤติปฏิบัติไม่สมควรที่จะทำก่อนนอน

– เมื่อใกล้ถึงเวลานอน หรือช่วงกลางคืนไม่ควรที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เนื่องจากว่าคาเฟอีนส่งผลโดยตรงต่อการนอนไม่หลับ เพราะจะไปกระตุ้นระบบประสาทศูนย์กลางทำให้มีการตื่นตัว จะมีผลให้นอนยาก หลับไม่สนิท

– ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้านอน ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเข้าใจว่าแอลกอฮอร์ทำให้หลับง่าย เพราะว่ามีฤทธิ์กดประสาท แต่ว่าถ้าเกิดดื่มมาก ๆ จะมีลักษณะครึ่งหลับครึ่งตื่นบางทีอาจนอนไม่หลับ ฝันร้าย 

– ไม่ควรกินอาหารมื้อหนัก หรือของกินที่ย่อยลำบากก่อนนอน 4 ชั่วโมง เนื่องจากว่าร่างกายไม่ควรทำงานมากสำหรับการย่อยของกินกลุ่มนี้เวลาที่พวกเรานอน ทำให้หลับไม่สนิท อาจมีอาการจุกแน่น เพราะของกินไม่ย่อย

– ไม่สมควรบริหารร่างกายก่อนนอน ด้วยเหตุว่าร่างกายจะเผาผลาญพลังงานรวมทั้งผลิตฮอร์โมนไปกระตุ้นประสาทมากขึ้น ทำให้นอนไม่สนิท ประสิทธิภาพการนอนไม่ดี เพราะเหตุว่าร่างกายตื่นตัวและก็ทำให้เมื่อยล้าในวันพรุ่งนี้

– ลดการเล่นโทรศัพท์มือถือ การใช้งานคอมพิวเตอร์ การสื่อสารก่อนนอน ส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำให้นอนยากขึ้น หรือนอนไม่สนิท

 

อย่างไรก็แล้วแต่ เหตุที่ได้กล่าวผ่านไปแล้วก่อนหน้านี้ขึ้นกับวัยรวมทั้งสภาพร่างกายของแต่ละคน ด้วยเหตุว่ารูปแบบการทำงานของสมองนั้นต่างกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  hiallbet

3 ผลไม้บำรุงปอดให้มีสุขภาพดี

3 ผลไม้บำรุงปอดให้มีสุขภาพดี

ปอด เป็นอวัยวะที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เพราะมีความสำคัญในการฟอกอากาศให้แก่ร่างกาย ทั้งยังสำคัญต่อระบบทางเดินหายใจของเราอีกด้วย เราทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาปอดให้ดี เพราะหากปล่อยละเลยไปโอกาสเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคปอดอักเสบ โรคมะเร็งปอด โรคหอบหืด เป็นต้น ซึ่ง ผลไม้บำรุงปอด โรคต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นโรคที่มีความร้ายแรงต่อปอดของเราเป็นอย่างมาก

ดังนั้น การดูแลปอดให้มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งที่เราควรมองข้าม อย่างไรก็ตาม การดูแลปอดให้แข็งแรง ไม่เพียงแต่เป็นการออกกำลังเท่านั้น การรับประทานอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลปอดให้แข็งแรงได้ เพราะสมัยนี้มีอาหารบางประเภทที่มีส่วนช่วยในเรื่องขงการดูแลปอดให้แข็งได้ ฉะนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำ ผลไม้บำรุงปอด  ฟอกปอดให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารหรือผลไม้ก็สามารถมีปอดที่แข็งแรงได้ โดยไม่ต้องออกกำลังกายเลยแม้แต่นิด  

อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อในด้านการลดน้ำหนัก เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เป็นผลไม้ที่หาได้มาง่าย เพราะเป็นผลไม้ที่เกิดตามฤดูกาล บางจังหวัดก็ไม่มี อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกาย คนที่นิยมส่วนใหญ่แล้วมักเป็นผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอยู่ แต่รู้หรือไม่ว่า อะโวคาโดก็สามรถช่วยในเรื่องของการบำรุงปอดได้เช่นกัน หากเรารับประทานเป็นประจำนอกจากจะช่วยในเรื่องสุขภาพร่างกาย เรื่องของการลดน้ำหนักแล้ว ยังส่งผลดีไปยังปอด ทำให้ปอดของเราแข็งแรงไปด้วย

เบอร์รี่ ผลไม้ประเภทนี้เต็มไปด้วยวิตามินซีและวิตามินอื่น ๆ  ที่มีประมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส ดูอ่อนกว่าวัย ไม่เพียงแค่นี้ ยังสามารถป้องกันปอดจาเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย  ดังนั้น หากเรารับประทานเป็นประจำ ยังสามารถช่วยป้องกันหวัด ภูมิแพ้ โรคปอด และมีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันของเราอีกด้วย หากใครที่อายกดูแลปอดให้แข็งแรง ผลเบอร์รี่อาจเป็นตัวเลือกหนึ่ง 

แคนตาลูป เป็นหนึ่งในผลไม้ที่สามารถช่วยให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น และเป็นผลไม้ที่เกิดตามฤดูกาล ค่อนข้างที่จะหายาก แต่คุณประโยชน์ขอบอกเลยว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่นเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นผลไม้ที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งยังสามารถช่วยต้านการอักเสบที่เกิดจากเชื้อโรคได้อีกด้วย เพราะแคนตาลูปจะอุดมไปด้วยวิตามินซี เบต้า แคโรทีนที่มีส่วนช่วยให้ปอดของเราแข็งแรง ทั้งยังส่งผลให้ระบบทางเดินหายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย หากใครไม่ชอบรับประทานบอกได้เลยว่าคุณพลาดมาก 

 

สนับสนุนโดย    ชุดตรวจ hiv

วัคซีนคืออะไร 

วัคซีนคืออะไร 

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงวัคซีนต้องไปพูดถึงอีกเรื่องนึงที่เกี่ยวข้องกันแล้วก็มีความสำคัญมากๆกับเรื่องวัคซีนนั่นก็คือ เรื่องราวของภูมิคุ้มกันนั่นเอง

ซึ่งทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าภูมิคุ้มกันคืออะไรมันเป็นคำถามที่ง่ายเพราะว่าภูมิคุ้มกันก็คือสิ่งที่มันอยู่ในร่างกายของเราแล้วก็คอยคุ้มกันเราป้องกันเราไม่ให้เชื่อโรคมาทำอันตรายอะไรเราได้หรือว่ามาต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆโดยภูมิคุ้มกันแบ่งออกเป็น2ประเภทด้วยกัน

ประเภทแรกก็คือภูมิคุ้มกันที่เรามีมาตั้งแต่เกิดอีกประเภทหนึ่งก็คือที่ร่างกายของเรามันสร้างขึ้นมาเองในภายหลังนั่นเองเราจะยังไม่พูดถึงประเภทแรกเราจะพูดประเภทที่สองที่สร้างขึ้นมาในภายหลังดีกว่าและจะแบ่งย่อยออกเป็น2ประเภทด้วยกัน

โดยประเภทแรกก็คือที่ร่างกายของเรามันสร้างขึ้นมาเองส่วนอีกประเภทนึงก็คือประเภทที่เรายัดภูมิคุ้มกันเข้าใส่ร่างกายไปเลยจุดที่แตกต่างกันระหว่างสองประเภทนี้เอาแบบง่ายๆประเภทแรกต้องบอกว่าสร้างยากกว่าเพราะว่าสร้ากายของเราต้องสร้างขึ้นมาเอง

ในขณะที่ประเภทสองแค่ใส่เข้าไปในร่างกายก็ใช้ได้แล้วอย่างไรกตามต้องบอกว่าประเภทแรกถึงจะสร้างยากกว่าแต่ข้อดีของมันก็คือมันจะอยู่กับเราได้นานกว่าแล้วก็จะเป็นภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่าประเภทที่สองนั่นเอง

ดังนั้นเวลาที่เราจะพูดถึงวัคซีนเราก็จะมาพูดถึงประเภทของภูมิคุ้มกันประเภทนี่แหละที่เราต้องการให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราสร้างขึ้นมาเองและวิธีที่จะทำให้ร่างกายของเราสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาวิธีมันง่ายมากเลยก็คือใส่อะไรบางอย่างเข้าไปในร่างกายของเรา

เพื่อไปกระตุ้นร่างกายทำให้รู้สึกว่ามันไม่ได้จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อป้องกันดีกว่าหลังจากที่ร่างกายโดนกระตุ้นมนก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมานี่ละและอะไรบางอย่างก็คือวัคซีนนี่ละและวัคซีนไม่จำเป็นจะต้องฉีดเข้าไปอย่างเดียวแต่ว่าอาจจะเกิดจากการฉีดเข้าไปแบบฉีดยาก็ได้กินก็ได้หรือว่าสูดเข้าทางจมูกก็ได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้นเราก็รู้กันแล้วเราจะต้องใส่อะไรบางอย่างเข้าไปในร่างกายของเราเพื่อให้ร่างกายของเราไปไปต่อสู้กับมันว่าแต่อะไรบางอย่างที่จะเป็นที่มาของวัคซีนมันคืออะไรตอบแบบง่ายๆว่าหลายคนเข้าใจว่าวัคซีนคือเชื้อโรคว่าใช่ไหมก็ใช่แหละแต่มันไม่ใช่ทั้งหมดเพราะว่าวัคซีนอาจจะเป็นเชื้อโรคที่เอาไปทำให้อ่อนแอแล้วเป็นเชื้อโรคในปริมาณน้อยมากๆ

ซึ่งมันก็อาจจะเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่งของเชื้อโรคหรือเป็นอะไรอื่นๆอีกมากมายเช่นแบบพิษที่เชื้อโรคทิ้งเอาไว้เรียกได้ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไรก็ได้ที่มันจะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายขอเรา

 

สนับสนุนโดย   บาคาร่า sa

การกินโยเกิร์ตมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร

การกินโยเกิร์ตมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร

โยเกิร์ตเป็นอาหารที่หลายๆคนได้มีการกินกันอย่างมากในตอนเช้า ซึ่งการกินโยเกิร์ตเราจะสามารถที่จะได้รับสารอาหารมากมาย และยังจะสามารถที่จะทำให้เราสามารถที่จะทำให้น้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และจะสามารถที่จะมีการได้รับประโยชน์มากมายในการกิน ซึ่งโยเกิตร์นี้ก็ได้เป็นอาหารที่จะสามารถทำการกิน เพื่อให้เรานั้นได้มีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย

และในการที่เราจะมีการกินโยเกิร์ตนี้ เราจะสามารถที่จะมีการกินได้อย่างหลากหลายเวลาได้อีกด้วย ซึ่งในการที่ได้กินโยเกิร์ตในเวลาที่แตกต่างกันนั้น จะมีการส่งผลต่อสุขภาพและประโยชน์ที่แตกต่างกันไปอีกด้วย แต่ในการที่เราจะได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่ในการกินโยเกิร์ตตอนเช้าจะมีประโยชน์ที่สามารถรับได้ดังนี้

  1. การที่เราจะสามารถทำการลดน้ำหนักได้ง่าย

การกินโยเกิตร์นี้นั้นจะเป็นการที่สามารถทำการลดน้ำหนักได้อย่างง่าย ซึ่งเป็นเพราะว่าโยเกิร์นี้มีโปรตีนที่เยอะมากๆ ซึ่งเราจะมีความอิ่มท้องและทำให้เราไม่รู้สึกหิวได้ง่าย และนอกจากนี้ยังมีแคลเซียมที่ทำให้เราได้มีการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเราได้มากขึ้นมากๆ ซึ่งการที่เราได้มีการกินโยเกิร์ตตอนเช้าจึงจะมีผลอย่างมากในการที่เราจะทำการลดน้ำหนัก ซึ่งในการที่เราจะมีการกินโยเกิร์ต เราต้องกินโยเกิตร์ที่เป็นรสชาติธรรมดาและนำผสมกับผลไม้ต่างๆ เพราะในการที่เราได้มีการโยเกิร์ตที่ได้ผสมผลไม้จะมีส่วนที่ทำให้เรานั้นได้มีไฟเบอร์ที่มากและทำให้เรานั้นอยู่ท้อง และสามารถที่จะทำให้ขับถ่ายได้ดีอีกด้วย

  1. การช่วยลดการท้องผูก

ในการที่จะช่วยในการแก้การท้องผูกนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีการกินตอนเช้าเท่านั้นอีกด้วย ซึ่งจะทำให้วิตามิน เกลือแร่ และสารต่างๆเข้าสู่ร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี และจะทำให้เรานั้นได้มีการปรับสมดุลของการทำงานได้เป็นอย่างดี และจะสามารถที่จะมีการป้องกันโรคต่างที่เกิดทางลำไสได้อีกด้วย

  1. การที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ

การกินโยเกิร์ตอย่างเป็นประจำนั้น นอกจากการที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักของเราได้ดีแล้ว ยังจะสามารถที่จะมีการปรับการทำงานของลำไส และทำให้เบียเทียดีที่อยู่ในลำไสของเรานั้นได้มีความแข็งแรงขึ้นมากอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  918kiss ฝากขั้นต่ำ50บาท

ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งทำให้ฟันขาวจริงหรือ?

ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งทำให้ฟันขาวจริงหรือ?

ยาสีฟันสูตรWhiteningก็คือยาสีฟันปกตินี่ละที่เราเพิ่มสารเคมีที่ช่วยทำให้คุณฟันขาวขึ้นแต่อยากที่ชื่อเขาได้บอกเอาไว้ว่าเขาเป็นสารขัดฟัน

เพราะฉะนั้นการที่มีสารขัดฟันอยู่สูงเขาก็จะขัดฟันของคุณออกไปเยอะโดยคุณจะเลือกใช้ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งไว้ใช้สักหลอดนึงให้คุณเอายี่ห้อและรุ่นของเขาไปค้นหาใมนข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเขาจะมีข้อมูลจำเพราะเลยว่าค่าRDAของยาสีฟันยี่ห้อนั้นๆรุ่นนั้นๆมีค่าเท่าไหร่

ซึ่งถ้าไม่เกิน250ถือว่าโอเคเราพอจะแบ่งกลุ่มของเขาได้ออกเป็น3ประเภทกลุ่มที่1คือกลุ่มสารขัดฟัน กลุ่มแรกถือว่าจำเป็นมากๆสำหรับยาสีฟันไวท์เทนนิ่งเลยเพราะทุกยี่ห้อจะใส่สารขัดฟันเอาไว้โดยการทำงานของสารขัดฟันนี้จะช่วยขจัดครอบสีต่างๆบนตัวฟันแล้วทำให้ฟันของเรากลับมาขาวได้

แต่ย้ำขาวได้เท่าที่ระดับความขาวเดิมในธรรมชาติเราเท่านั้นสำหรับใครเดิมที่ฟันเหลืองอยู่แล้วก็อาจจะช่วยทำให้ฟันของคุณไม่เหลืองจนมากเกินไปเพราสารขัดฟันเพียงเอาแค่ข้าวที่ติดอยู่ภายนอกผิวฟันเอาออกไปไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนสีภายในของเนื้อฟัน

ดังนั้นสารขัดฟันที่มีอยู่ใมนตัวยาสีฟันไวท์เทนนิ่งที่มีความนิยมใช้กันได้แก่ สารกลุ่มHydrated Silica สารกลุ่มAlumina สารกลุ่มแคลเซียม และ กลุ่มอื่นๆอีกเช่น เบกกิ้งโซดาเป็นต้นต่อมาจะเป็นยาสีฟันไวท์เทนนิ่งประเภทที่2กันกลุ่มที่เรียกว่าพิเศษใส่ทุกอย่างคือเป็นยาสีฟันปกติ

ใส่สารขัดฟันด้วยสารขจัดคราบฟันสารเปอร์ออกไซด์สารฟลูออไรด์สารสีฟ้าเข้าไปด้วยในยาสรฟันไวท์เทนนิ่งก็อาจจะมีการเพิ่มสารเคมีบางตัวเช่น Enzyme Sodium Citrate Tetrasodium Pyrophosphate Sodium Trimetetaphosphate และ Sodium Hexametaphosphate

ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้คราบสีมาเกาะฟันและยังป้องกันการเกิดหินปูนด้วยเพราะคราบสีจะติดได้ง่ายขึ้นถ้าหากคุณมีหินปูนแต่จากการวิจัยพบว่าสารขจัดคราบฟันเหล่านี้ช่วยให้ฟันของคุณขาวน้อยมากเพราะยังไงก็แล้วแต่ต้องพึ่งการขัดสีจากสารขัดสีเป็นหลักอยู่ดี

สารเคมีกลุ่มที่สามกลุ่มสารเคมีสารสีฟ้ายาสีฟันไวท์เทนนิ่งบางยี่ห้อนอกจากจะมีสารขัดฟันหรือสารขจัดคราบฟันแล้วยังใช้สีสะท้อนเช่นการใช้สีฟ้าผสมลงไปใมนยาสีฟันด้วย

ดังนั้นเมื่อแปรงฟันแล้วสารสีฟ้าเหล่านี้จะไปเกาะอยู่ที่ฟันของคุณเวลามองสะท้อนแสงก็จะมองเห็นฟันขาวขึ้นเมื่อใช่เพียงแค่ครั้งเดียวก็จะเห็นฟันขาวขึ้นทันที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ole777

ยาลดไขมันรู้ไว้ปลอดภัยกว่า

ยาลดไขมันรู้ไว้ปลอดภัยกว่า

ซึ่งเราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับคอเลสเตอรอลว่าเมื่อไหร่ที่คุณจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาแน่ๆหมายความว่าคุณหมอจะแนะนำว่าจะต้องรับประทานยาเพราะว่าในตอนนี้มักจะสับสนกันว่าคอเลสเตอรอลสูงสรุปแล้วมันจำเป้นที่จะต้องรับประทานยาหรือเปล่าแบบนี้ตัวเลขเท่าไหร่ถึงจะทานยาและบางคนกินยาเข้าไปแล้วก็มีผลแทรกซ้อนได้ยินมามันค่อนข้างที่จะน่ากลัวไม่ขอกินยาได้ไหม

นอกจากนี้เราก็จะมาบอกว่าเมื่อไหร่แล้วที่จะแนะนำมากๆที่จะให้กินยามีอยู่ด้วยกันแบบเน้นๆไปเลยคือเมื่อก่อนสักประมาณปี2013มันก็ได้มีไกด์ไลน์ออกมาหรือข้อแนะนำว่าถ้าคอเลสเตอรอลมากกว่า200และตัวLDLคอเลสเตอรอลตัวที่นิสัยไม่ดีมากกว่า100แนะนำใหกินยาแล้วเพื่อลดระดับไขมันที่อยู่ในเลือด

ดังนั้นในตัวยาลดระดับไขมันในเลือดมันก็จะมีผลแทรกซ้อนต่างๆมากบ้างน้อยบ้างตามแต่ละคนตามแต่ละท่านเพราะฉะนั้นหลังๆแล้วนี่เขาก็จะพยามให้คุณกินยาเพื่อลดลงและจะต้องได้ผลมากที่สุดและเหมาะสมที่สุดไม่ใช่ว่ากินยาไปเรื่อยเราไม่จำเป็นต้องกินก็ไม่ต้องกิน

เนื่องจากนี้ก็ได้มีการสรุปผลออกมาล่าสุดในปี2018ได้มีการประชุมเอาคนนั้นมาประชุมเยอะแยะมากมายเขาก็ได้แบ่งออกมาที่มีความเสี่ยงสูงที่เราควรจะแนะนำว่าจะต้องกินยาเลยและลองดูว่าถ้าคุณเป็นคนในกลุ่มนี้แล้วยังไม่ได้รับยาอาจจะต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวดูว่าแบบนี้มันน่ากลัวพอหรือยังหรือว่ามันมีลายละเอียดอะไรบ้างที่มีความจำเป้นที่จะต้องกินยาแล้ว

เพราะฉะนั้นแล้วคุณมีประวัตโรคหลอดเลือดต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเจ็บหน้าอกเล็กน้อยเจ็บหน้าอกมากแต่ได้รับการตรวจว่าหน้าจะเกี่ยวกับโรคโรคหัวใจและอันต่อมาคุณมีโรคหลอดเลือดสมองเคยปากเบี้ยวมือชามือขยับไม่ได้น้ำลายไหลแบบนี้เขาเรียกว่าเป็นแปปเดียวแล้วหายอยู่จริงๆตามืดบอดแล้วก็กลับมามองเห็นได้แบบนี้อาจจะต้องแนะนำให้กินยาในกลุ่มขอลดไขมันในเส้นเลือดหรือว่ากลุ่มที่ควรผ่าตัดรักษาหลอดเลือดต่างๆตามตัวตามร่างกายที่เกิดจากหลอดเลือดอุดตัน

ซึ่งเราขอแนะนำว่าให้คุณกินยาดไขมันในเส้นเลือดถ้าตัวไขมันไม่ดีตัวLDLเหล่านั้นไม่ดีมากกว่า70และมีอาการหรือว่ามีโรคที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้วคุณควรที่จะรับประทานยาลดไขมันในเส้นเลือดที่นี้เรามาดูต่อก็จะเป็นตัวของไขมันไม่ดีLDLที่มันมากกว่า190แนะนำให้กินยาลดไขมันในเส้นเลือดเราจะได้ประโยชน์มากกว่าโทษของมันที่เป็นอะไรเล็กๆน้อยๆจะได้ประโยชน์มากกว่า

 

สนับสนุนโดย    918kiss ทรูวอเลท ไม่มีขั้นต่ำ

โรคภูมิแพ้ จะแก้ได้อย่างไร

โรคภูมิแพ้ จะแก้ได้อย่างไร

สมัยนี้ โรคภูมิแพ้ เรียกได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตเลยก็ว่าได้ เพราะบางคนไม่ว่าจะทำอะไรก็แพ้มันไปสะทุกอย่าง โดยโรคภูมิแพ้นั่นเป็นโรคที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น อากาศ ขนสัตว์ ดอกหญ้า หรืออื่น ๆ ที่สามารถทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นได้ ซึ่งโรคภูมิแพ้นั้นอาจเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนเป็นภูมิแพ้ทางจมูก หรือบางคนเป็นภูมิแพ้ผิหนังก็มี

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเราด้วย ยอกตัวอย่างเช่น คนที่เป็นภูมิแพ้ทางจมูก จะมีอาการคือ จามได้ทั้งวัน หรือจามติด ๆ กันทุกครั้งเมื่ออากาศเปลี่ยน ไม่ว่าจะฟ้าครึ้ม ฝนตก มลภาวะเปลี่ยน เป็นต้น และแน่นอนว่าคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วอาจจะสังเกตได้ง่าย ๆ คือ จะมีของตาที่ดำ หรือคล้ำ นั่นเอง

โรคภูมิแพ้ไม่สามารถเกิดขึ้นง่าย ๆ หากภูมิคุ้มในร่างกายของเราแข็งแรงพอ แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจเกิดขึ้นได้แต่เกิด หรือเป็นมาจากกรรมพันธุ์นั่นเอง อย่างไรก็ก็ตาม เราสามารถป้องกัน หรือหลีกเลี่ยงโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมวิธีต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถป้องกันตนเองจากการเป็นโรคภูมิแพ้ได้ จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย 

การทำความสะอาด การจะป้องกันตนเองจากโรคภูมิแพ้ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ การดูแลรักษาความสะอาดของตนเอง หรือแม้แต่ที่พัก ห้องนอน ให้รู้สึกสะอาดอยู่เสมอ เพราะฝุ่นเรียกได้ว่าเป็นตัวการสำคัญในการก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ การที่เราทำความสะอาดห้องนอนกันอย่างสม่ำเสมอ หรือทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการเช็ด ปัด กวาด ถู ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่เราทำเหล่านี้อาจจะช่วยอัตราการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ หรือหากใครที่ไม่อยากทำความสะอาดบ่อย ๆ ก็อาจจะมีเครื่องกรองอากาศไว้เป็นตัวช่วยก็ได้ 

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การจะปลอดภัยห่างไกลจากโรค สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีสุขภาร่างกายที่ดีและแข็งแรงให้ได้ก่อน หายใครที่อยากหายจากโรคภูมิแพ้ ก็ควรที่จะเริ่มต้นด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือเลือกบริโภคอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ อีกอย่างใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพเข้าไปใหญ่เพราะจำเป็นที่จะต้องเลือกรับประทานที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่แล้ว

หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ การที่เราไม่เอาตนเองไปอยู่ใกล้ชิดกับสารที่อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ อาจเป็นช่องที่อาจจะช่วยให้เรานั้นไม่เป็นโรคภูมิแพ้ขึ้นได้ ดังนั้น หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง ยิ่งในช่วงนี้โลกของเรามีการแพร่ระบาดของเชื้อต่าง ๆ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อาจจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันไว้ อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงจากโรคภูมิแพ้ง่ายๆ คือการไม่ทำให้อุณภูมิในร่างกายของตนเองนั้นเปลี่ยนไปแบบกระทันหันจะดีที่สุด

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

พฤติกรรมไหนบ้างที่ทำร้ายสายตา

พฤติกรรมไหนบ้างที่ทำร้ายสายตา

สมัยนี้หลาย ๆ คนกลายมาเป็นสายแว่นกันหมด เพราะเนื่องจากมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้ส่งผลเสียต่อสายตาตัวเอง นั่นก็คือ การทำร้านสายตาด้วยการใช้งานหนักเกินไป ไม่ว่าจะเป็น การนั่งอยู่หน้าจอคอมทั้งวัน ใช้สายตาในที่มืด หรือที่ที่มีแสงน้อย ส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมเหล่านี้ก็อาจส่งผลเสียเป็นอย่างมากต่อสายตา

จึงทำให้คนส่วนใหญ่กลับกลายมาเป็นสายแว่น รู้หรือไม่ว่าสายตาของเรานั้นมีความจำเป็นมากแค่ไหนต่อร่างกาย สายตาก็เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของร่างกาย เพราะเมื่อมันถูกทำร้ายลงอย่างหนัก ก็อาจส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตในประจำวัน ดังนั้น หากใครที่ไม่อยากสายตาเสีย หรือ มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสายตา และไม่อยากเป็นสายแว่น

ก็ควรที่จะหันมาดูแลสายตาตัวเองให้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะทำงานหนักสักแค่ไหน อย่างน้อย ๆ สายของเราก็ควรที่จะได้พักบ้าง อย่างน้อย 10 – 20 นาทีก็ยังดี อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าทำไมสายตาถึงเสียทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้อยู่หน้าจอคอมตลอดทั้งวัน ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลายอย่าง และหลายพฤติกรรมที่อาจส่งผลเสียตาอสายตาของเราได้ วันนี้เราจึงได้รวบรวมพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำร้ายสายตา และแนวทางในการป้องกัน จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย 

การดื่มน้ำน้อย น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกายมากกว่า 70% โดยปกติแล้วคนเราจำเป็นที่จะต้องดื่มน้ำให้ครบวันละ 8 แก้วจึงจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งน้ำที่เราดื่มเข้าไปนั้นจะช่วยเข้าไปเพิ่มคงามชุ่มชื้นให้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมไปถึงดวงตาของเราด้วย เมื่อเราดื่มน้ำน้ำเยอะ ๆ ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการตาแห้งได้ ส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมที่ทำให้เกิดอาการตาแห้ง ตาแดง และเปลือกตาบวมช้ำ จะเกิดจากการที่เราดื่มน้ำน้อยตลอดทั้งวัน ดังนั้น หากไม่อยากมีพฤติกรรมเสี่ยงก็ควรหันมาดื่มน้ำกันเยอะ ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของดวงตา

 

การใสคอนแทคเลนส์ ส่วนใหญ่เด็กสมัยนี้หันมานิยมการใส่คอนแทคเลนส์กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นแฟชั่นที่ฮิตมาก ๆ บางคนชอบใส่มากถึงขั้นใส่นอนเลยก็มี รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อดวงตาของเราภายหลังได้ เพราะเมื่อเวลาที่เราใสคอนแทคเลนส์นาน ๆ จะทำให้ค่าออกซิเจนในตานั้นต่ำลง และเกิดการสะสมแบคทีเรียขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอนแทคเลนส์รายเดือน หรือรายวันก็อาจส่งผลทำให้ตาบอดได้ ดังนั้น หากยังอยากมีดวงตาที่สดใสควรดูแลรักษาความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่า

 

การอดหลับอดนอน การนอนพักผ่อนเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อร่างกาย เพราะเมื่อไหร่ที่เรานอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในภายหลังได้ รวมไปถึงสุขภาพดวงตาของเราด้วย แน่นอนว่าคนที่นอนดึก อดหลับอดนอนส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่กับกน้าจอคอม ไม่ก็อยู่หน้าจอมือถือ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลทำให้ดวงตาของเราอาจเสื่อมลงได้ และอาจมีพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ตามอีกด้วย ดังนั้น เรามีความจำเป็นที่จะต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อวันอย่างน้อย 7 – 8 ชั่วโมง จึงจะมีประสิทธิภาพ

 

สนับสนุนโดย.  สูตรหวยยี่กี

อยากคุมน้ำหนักไปตลอดต้องอ่าน

อยากคุมน้ำหนักไปตลอดต้องอ่าน

ซึ่งสมมุติว่าท่านทานแล้วนอนเลยร่างกายจะเก็บพลังงานไปที่ไขมันไปที่ห่วงยางรอบเอวของท่าน ซึ่งไม่ค่อยดีและการทานแล้วนอนเลยจะทำให้เกิดโรคต่างๆมากมายเช่นกรดไหลย้อนเป็นต้นเพราะว่าอะไรทานยังย่อยไม่หมดอาหารบางทีมันสำรอกขึ้นมาทำให้ร้อนในช่วงอกบางคนบอกว่าทำไมกรดไหลย้อนไม่หายสักที

โดย หนึ่งเลยท่านนอนดึก สองท่านทานอาหารดึกเกินไปแล้วเข้านอนเร็วทานอาหารเยอะจนเกินไปอันนี้แนะนำเลยให้ทานอาหารเย็นก่อน2ทุ่มและถ้าเป็นไปได้ให้ทานอาหารเย็นช่วง6โมงเย็นแนะนำจริงๆแล้วถ้าเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งคือในอาหารเย็นพยายามที่จะให้คาร์โบไฮเดรตต่ำๆโปรตีนสูงๆแล้วก็เลือกไขมันดีทานอันนี้ก็จะดีมากๆเลยฉะนั้นแล้วเรามาดูกัน

ข้อแรกก็คือ อันนี้ยังอยู่ในรายละเอียดของอาหารเย็น อาหารเย็นที่เราแนะนำจริงๆแล้วถ้าท่านทานอาหาร3มื้อ เช้า กลางวัน เย็น อาหารเย็นควรจะเป้นมื้ออาหารที่น้อยที่สุดหรือประมาณครึ่งหนึ่งของมื้ออาหารมื้ออื่นโดยองค์ประกอบของอาหารนั้น

ควรจะมีคาร์โบไฮเดรตที่ต่ำมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ส่วนโปรตีนสูงได้เลยไขมันเลือกไขมันดีแบบนี้จะดีต่อสุขภาพร่างกายโปรตีนที่แนะนำในมื้อเย็นเช่นปลาเป็นต้นปลานี่แนะนำจริงๆหรือว่าจะเป็นเนื้อไก่ อกไก่อะไรอย่างนี้หรือว่าจะเป้นไก่ส่วนอื่นก็ได้แต่ไม่เอาหนังเอาออกไป

นอกจากนี้พวกปลาหมึก กุ้ง อย่างนี้ทานได้ไข่อย่างนี้โอเคแต่พวกวัวย่อยยากอย่างนี้อาจจะไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่นานๆทีต่อมาเรื่องของไขมันดีก็แนะนำพวกถั่วก็ได้ทั้งโปรตีนทั้งไขมันดีหรือว่าจะเป้นทั้งน้ำมันมะกอกน้ำมันรำข้าวอย่างนี้ได้แต่ว่าพวกหนังไก่พวกน้ำมันปาล์มของทอดแป้งทอดอย่างนี้ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่

เนื่องจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการลดคาร์โปรตีนไฮเดรตหรือน้ำตาลในใอเย็นเพราะว่าตัวที่จะทำให้ห่วงยางรอบเอวของท่านมากขึ้นและการคุมน้ำหนักแย่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานมากขึ้นก็ตัวเรื่องของคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลเช่นข้าวไม่ว่าจะเป็นข้าวขาวหรือข้าวที่เป็นธัญพืชก็ตาม

ซึ่งข้าวธัญพืชถามว่าดีไหม ดี หรือว่าพวกข้าวกล้องข้าวไรซ์เบอรี่ดีไหมดีแต่ถ้าลดลงได้ประมาณครึ่งหนึ่งมันจะดียิ่งกว่าและข้าวขาวไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่มันอร่อยก็จริงแต่ว่ามันดูดซึมเร็วทำให้เราดื้อต่ออินซูลินได้ง่ายเพราะฉะนั้นแล้วในมื้อเย็นเราขอแนะนำว่าให้เป็นโปรตีนกับไขมันจะดีกว่าแล้วคาร์โบไฮเดรตก็ให้ต่ำๆลงมาขนมหวานในมื้อเย็นถ้าเป็นไปได้ไม่ค่อยแนะนำเลยถ้าอยากทานขนมหวานแนะนำว่าให้ทานเป็นมื้อเที่ยงดีกว่า

 

สนับสนุนโดย.    สูตรหวยยี่กี ruay

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa