การดูแลสุขภาพในแต่ละช่วงวัย

การดูแลสุขภาพในแต่ละช่วงวัย

การดูและสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคนเราอย่างมาก เพราะการดูแลสุขภาพให้ดีนั้นจะเป็นตัวที่บ่งบอกถึงอายุขัยในการใช้ร่างกายของเราได้นั่นเอง ดังนั้นแล้วการดูแลรักษาสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญและตระหนักอยู่เสมอว่าสุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตนั่นเอง แต่การดูแลสุขให้ดีในแต่ละช่วงวัยนั้นก็มีความแตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง

เนื่องจากการดูแลสุขภาพนั้นจะต้องดูแลอย่างถูกต้องและให้เหมาะสมแต่ละช่วงวัยนั่นเอง ซึ่งการดูแลสุขภาพก็จะถูกแบ่งออกเป็น 5 วัยมาดุกันส่าในแต่ละวัยนั้นจะต้องมีการดูแลสุขภาพอย่างไรถึงจะทำให้สุขภาพนั้นแข็งแรงและห่างไกลโรคด้วย

วัยเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิด การดูแลสุขภาพในช่วงวัยนี้นั้นเป็นสิ่งที่สำคัยและควรได้รับการดูแลจากพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างดี เพราะในช่วงวัยนี้เป็นวัยที่ยังไม่ได้มีภูมิต้านทานที่แข็งแรงมาก ทำให้อาจจะมีอาการป่วยอยู่บ่อยครั้งทำให้อาจจะต้องมีการไปหาหมออยู่บ่อยๆดังนั้นแล้วพ่อแม่ผู้ปกครองควรใส่ใจทั้งในเรื่องนมอาหารที่รับประทานและการทำวัคซีนอยู่เสมอๆด้วยเพราะถ้าหากเด็กในวัยนี้นั้นไม่ได้รับการดูแลหรือไม่ได้รับวัคซีนตามที่ควรจะรับก็อาจจะส่งผถึงเรื่องสุขภาพในอนาคตต่อไปได้นั่นเอง

วัยเด็กโตกำลังเจริญเติบโต เมื่อผ่านช่วงวัยเด็กทาราหรือเด็กเล็กมาแล้วก็จะก้าวเข้าสู่วัยเด็กโตซึ่งช่วงอายุจะอยู่ที่7-13 ปี โดยในช่วงนี้นั้นเป็นช่วงที่ต้องให้ความสำคัญเช่นดัน เพราะเป็นช่วงที่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายความคิดนั่นเอง เมื่อเป็นช่วงที่กำลังเจริญเติบโตสิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพมากที่สุดก็คือเรื่องอาหารการกิน เพราะในช่วงที่กำลังมีการเจริญเติบโต

เพื่อเข้าสู่วัยรุ่นถ้าหากเด็กในช่วงวันี้ไท่ได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็อาจจะทำมห้การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายนั้นเกิดความผิดปกติได้และอาจจะส่งผลถึงสุขภาพในอนาคตเช่นกัน

วัยรุ่น ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่การเจริญเติบโตได้มีการพัฒนาการอย่างเต็มที่ต่อมาจากช่วงเด็กโตนั่นเองและยังจะมีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะหยุดการเจริญเติบโตช่วงอายุ20ปีโดยประมาณอาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้นช่วงนี้เรื่องสุขภาพนั้นอาจจะไม่ต้องกังวลเป็นพืเศษเพราะเป็นช่วงวัยที่จะมีความแข็งแรงทั้งทางด้านร่างกายและสุขมากอย่างมากเลยทีเดียวแต่อาจจะต้องระวังในส่วนของการกินอาหารมากกว่านั่นเองควรรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์เสมอเพราะจะเป็นสิ่งที่ไปช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงนั่นเอง

วัยผู้ใหญ่หรือวัยทำงาน  ช่วงวัยนี้นั้นเป็นช่วงที่ค่อนข้างมีการใช้ร่างกายอย่างนักดังนั้นการรับประทานอหารที่ดีมีประโยชน์และรับประทานวิตามินอาหารเสริมก็จะสามารถช่วยทำให้สุขภาพนั้นแข็งแรงได้และควรมีการตรวจโรคต่างๆปรพจำทุกปีพื่อป้องกันการเกิดโรคนั่นเอง

วัยสูงอายุหรือวัยชรา วัยนี้จะต้องมีการดูแลในเรื่องสุขภาพเป็นพิเศษเพราะจะเป็นวัยที่มีการมาเยือนของโรคต่างๆดังนั้นแล้วการกินอาหารเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกันและเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองนั้นมีความผิดปกติทางด้านร่างกายสิ่งที่ควรทำคือการพบหมอให้เร็วที่สุดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

หลีกเลี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

หลีกเลี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

หนึ่งในโรคมะเร็งที่ติด 1 ใน 10 โรคมะเร็งที่ชาวไทยเป็นกันมากคือโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งข้อมูลที่ได้รับมาจากองค์การอนามัยโลก (GLOBOCAN) 2018 กล่าวว่า โรคมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั้งหมดทั่วทั้งโลกรวมทั้งมีอุบัติการณ์เป็นอันดับที่ 5 ของโรคมะเร็งทั้งหมด

โดยพบในเพศชายมากยิ่งกว่าเพศหญิงและก็พบบ่อยในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ด้วยเหตุนี้การสนใจตรวจร่างกาย ไม่ปล่อยปละละเลยความผิดปกติที่มาเยี่ยมเยือนร่างกาย และก็รู้ทันโรคมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นสิ่งจำเป็นที่จำเป็นต้องเอาใจใส่

รู้จักโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

กระเพาะอาหารเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบการทำงานด้านการย่อยอาหาร มีหน้าที่ย่อยแล้วก็ซึมซับสารอาหารก่อนจะเคลื่อนต่อไปที่ลำไส้เล็กรวมทั้งลำไส้ใหญ่ สำหรับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric Cancer) มีต้นเหตุที่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผิวภายในกระจายมายัง

เยื่อบุผิวภายนอก สามารถเกิดขึ้นหลายลักษณะ ตัวอย่างเช่น เยื่อบุกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวเนื่อง โดยเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากหลายกรณีแล้วก็หลายสาเหตุ

สาเหตุโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมีหลายสาเหตุ ได้แก่

การได้รับเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori. (H.pylori) ซึ่งเชื้อแบคทีเรียตัวนี้เมื่อเข้าไปอาศัยอยู่ในกระเพาะจะสร้างพิษ ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นแผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้เล็ก เป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ กลายเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ในที่สุด

อาการโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

คนป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารส่วนมากพบได้ทั่วไปว่าป่วยในระยะลุกลาม เพราะว่าในระยะเริ่มต้นของโรคมักไม่แสดงอาการใดๆก็ตามจนถึงอาการรุนแรงขึ้นอาการในระยะยังไม่ลุกลาม ตัวอย่างเช่น

-อาหารไม่ย่อย

-ไม่สบายท้อง

-อาการท้องอืด

-จุก

-แน่นท้อง

-คลื่นไส้

-ไม่อยากกินอาหาร

-น้ำหนักลด

-บางทีอาจปวดแสบปวดร้อนที่หน้าอก

รักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

การดูแลและรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหารทำได้โดยผ่าตัด ให้เคมีบำบัดรักษา และก็ฉายแสงรักษาขึ้นอยู่กับระยะ อาการ แล้วก็ความร้ายแรงของผู้ป่วยในระยะแรกที่มีลักษณะเหมือนโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือแผลในกระเพาะอาหาร แพทย์จะให้กินยาฆ่าเชื้อโรค ถ้าหากอาการกำเริบใน 2 อาทิตย์ หรืออาการไม่ดีขึ้นเมื่อครบ 6 – 8 อาทิตย์ของการดูแลรักษาจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารเพื่อการดูแลรักษาในขั้นต่อไป

โรคมะเร็งระยะเริ่มต้นที่ยังอยู่ที่ผิวเยื่อบุส่วนใหญ่ตัดออกโดยการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ระยะเริ่มต้นของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร แพทย์อาจกระทำการผ่าตัดส่วนที่เป็นโรคมะเร็งออกไป โดยเป็นการผ่าตัดกระเพาะอาหารรวมทั้งการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองที่มีการกระจายของโรคมะเร็ง หลังจากนั้นก็เลยให้ยาเคมีบำบัดรักษาหลังผ่าตัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่หรือหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์ของโรคมะเร็งทั่วร่างกาย

 

สนับสนุนโดย  bk8

ผอมได้ ด้วยการลดน้ำหนักแบบสาวญี่ปุ่น 

ผอมได้ ด้วยการลดน้ำหนักแบบสาวญี่ปุ่น 

วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการลดน้ำหนักมาฝากสาวๆกันค่ะ ซึ่งเป็นเทคนิคของการลดน้ำหนักของสาวๆญี่ปุ่นกัน สาวๆไทยคนไหนเบื่อวิธีการลดน้ำหนักแบบเดิมๆ ลองหันมาใช้วิธีแบบสาวญี่ปุ่นดูก็ได้นะ ไม่ได้ยากด้วย

ก่อนกินอาหารมื้อหลัก ให้กินซุปก่อน 

การที่กินซุป (ซุปใส ไม่ใส่นม ) จำนวน 1 -2 ถ้วย จะทำให้เพื่อนๆ อิ่มขึ้นมานิดนึงก่อนนั้นเอง และค่อยกินอาหารมื้อหลักอย่างช้าๆ จะช่วยทำให้เพื่อนๆกินอาหารน้อยลงอย่างแน่นอน  เพราะนอกจากอิ่มจากซุปแล้ว เพื่อนๆจะรู้สึกอยากอาหารน้อยลงจากการได้กินของอุ่นๆ อีกด้วย 

กินอาหารให้ช้าๆๆ และกินให้ตัวเองรู้สึกอิ่มประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ 

การที่กินข้าวช้าๆ แบบสาวญี่ปุ่น อันที่จริงแล้วมีที่มานะ เพราะมันจะช่วยลดความอ้วนทางอ้อมได้นั้นเอง การที่กินข้าวช้าๆจะทำให้ร่างกายไปสั่งสมองว่าเราอิ่ม นั้นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายจะได้รับอาหารและรู้สึกอิ่มหลังจากกินอาหารไปสักพัก และอีกเทคนิคก็คือสาวๆญี่ปุ่นจะกินอาหารให้ตัวเองอิ่มแต่ 70-80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นและค่อยดื่มน้ำตามเยอะๆ เพื่อให้ตัวเองอิ่ม 100 เปอร์เซ็นต์นั้นเอง 

กินปลาเยอะๆ แทนเนื้อ

สาวๆญี่ปุ่น หากจะต้องเลือกกินอาหารนอกบ้านแล้ว เค้าจะเลือกกินอาหารประเภท ซาซิมิ หรือ ปลาดิบ แทนการไปกินร้านปิ้งย่างนะ เพราะสาวๆญี่ปุ่นมองว่าการกินปลาดิบ หรือกินซูชิ นั้นจะช่วยเรื่องการย่อยได้ดีกว่าและแคลอรีที่กินเข้าไปก็ไม่ได้เยอะเท่าพวกเนื้อนั้นเอง ถ้าลองสังเกตสาวๆญี่ปุ่น จะเลือกกินปลาดิบ คู่กับสลัดและตบท้ายด้วยขนมหวานเบาๆ แบบพุดดิ้งผลไม้

กินถั่วแระและกินผักเยอะๆ

การที่สาวญี่ปุ่นหรือคนญี่ปุ่นชอบกินถั่วแระนั้นเป็นเพราะว่าสารอาหารและวิตามินในตัวถั่วแระนั้นเยอะมากและให้โปรตีนอีกด้วย จึงไม่แปลกเลยว่าไปร้านไหนๆก็เห็นว่าจะมีถั่วแระเป็นเมนูเริ่มต้นหรือกินเล่น แต่เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่าสำหรับการลดน้ำหนักของสาวๆญี่ปุ่นนั้นจะเน้นกินถั่วแระและกินผักเยอะๆเพื่อที่จะคุมแคลอรีไม่เกินด้วยนะ

ชอบกินแอปเปิ้ลและโยเกิร์ต คู่กัน 

สาวๆญี่ปุ่นมีความเชื่อที่ว่าการกินโยเกิร์ตและแอปเปิ้ลในช่วงลดน้ำหนัก นอกจากจะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายแล้วยังช่วยเรื่องเรื่องล้างลำไส้อีกด้วย เพราะการที่กินแอปเปิ้ลกับโยเกิร์ตนั้นจะทำให้ได้รับจุลินทรีย์ที่ดีเข้าไปช่วยเรื่องระบบย่อยและขับถ่ายให้ทำงานดีขึ้น และช่วยในการลดน้ำหนักได้

ไม่น่าเชื่อว่าการลดน้ำหนักของสาวๆญี่ปุ่นนั้นง่ายกว่าที่คิด สาวๆไทยคนไหนอยากลดลองไปทำกันดูนะ !

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ไม่มีใครอยากมีปัญหา

ไม่มีใครอยากมีปัญหา

โลกเราทุกวันนี้มีปัญหาอยู่มากมายรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของเราเอง ปัญหาของคนรอบข้าง ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาทั้งหมด และหลายคนเมื่อเจอปัญหาบางคนอาจะเป็นโรคซึมเศร้า หรือบางคนอาจะเป็นโรควิตกกังวล หรือแม้กระทั่งกลายเป็นคนนอนไม่หลับ หรือเกรี้ยวกราดและขี้โมโห

แต่เชื่อเหลือเกินว่าทุกๆคน คงไม่มีใครอยากเป็นแบบนี้แน่นอน และเมื่อเราเริ่มรู้ตัวหรือสังเกตตัวเองว่าเรากำลังมีอาการแบบนี้ แต่ก็ยากเกินกว่าที่ตัวเองจะควบคุมและบานปลายเข้าจะกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งอาจแก้ไขช้าเกินไปอาจจะทำให้เป็นปัญหาระยะยาว ดังนั้นควรจะรีบเช็คตัวเองจากอาการเหล่านี้ ว่าเรากำลังมีปัญหาสุขภาพจิตหรือไม่

ความอดที่เคยมีลดน้อยลง ซึ่งสิ่งเหล่าเกิดจากความขี้กังวล และหงุดหงิดง่ายเมื่อมีอะไรมากระตุ้น จากที่เคยทนได้แต่ตอนนี้กลับทนได้น้อยลง

รู้สึกเศร้า เบื่อและเหนื่อยหน่ายเกินสองสัปดาห์ ซึ่งในชีวิตของคนเรานั้นเศร้า เบื่อ และเหนื่อยหน่ายได้ แต่ถ้าเริ่มกินเวลาระยะยาวเกินกว่าสองอาทิตย์ มันอาจจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้

อยากแยกตัวเองออกจากสังคมแม้ว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ก็ตาม พูดง่ายคือต้องการอยู่ตัวคนเดียวและเริ่มไม่อยากคบค้าสมาคมกับใคร

มีอารมณ์แกว่งไปมาอย่างสุดโต่ง บางวันเศร้า บางวันหัวเราะ เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจะเป็นสัญญาณของปัญหาทางอารมณ์ก็ได้

นอนมากเกินไปหรือเริ่มนอนไม่หลับ โดยธรรมชาติคนเราควรนอน เจ็ดถึงแปดชั่วโมง แต่ความรู้สึกพอดีของบางคนไม่เท่ากัน บางคนอาจจะนอนแค่หกชั่วโมงก็รู้สึกดี แต่บางคนต้องนอนสิบชั่วโมงถึงจะดี สังเกตง่ายๆว่า ตื่นขึ้นมาคุณรู้สึกสดใสไหม ถ้ารู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ หรือนอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับแสดงว่าคุณเริ่มมีปัญหาในการนอนแล้ว

มีความย้ำคิดหรือวิตกกังวลแต่เรื่องเดิม ซึ่งโดยทั่วไปคนเรามีเรื่องต้องคิดอยู่แล้ว แต่ถ้าคิดแล้วไม่สามารถวางความคิดได้และหมกหมุ่นอยู่กับความคิดนั้นจนเป็นทุกข์ อาจจะทำให้เกิดอาการผิดปรกติได้

หงุดหงิดและโกรธง่าย เกินความจำเป็น ถ้าคุณเป็นคนใจร้อนอยู่แล้วอาจจะสังเกตข้อนี้ได้ยากแต่ถ้าคุณเป็นคนใจเย็นแล้วจู่ๆ กลายเป็นคนใจร้อน แสดงว่าเริ่มอาจจะมีอาการผิดปรกติ

เริ่มมีความคิดอยากใช้แอลกอฮอล์หรือยาเสพติด อันนี้เข้าข่ายควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพราะเริ่มเข้าขั้นสู่วิกฤติอันตราย และมีโอกาสที่จะนำไปสู่การทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย

หากสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเริ่มเกิดขึ้นกับคุณหรือคนรอบตัว ควรรีบทำไปพบแพทย์ก่อนที่จะลุกลาม

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แทงขั้นต่ํา10บาท

โรคขี้แมวขึ้นสมอง

โรคขี้แมวขึ้นสมอง

                   สำหรับคนที่ชอบเลี้ยงแมววันนี้เราจะมาพูดถึงโรคที่สามารถติดมาจากแมวได้นั่นก็คือโรคขี้แมวขึ้นสมองปัญหาของโลกนี้นั้นหากเป็นไม่มากก็ไม่ได้เกิดอันตรายใหญ่หลวงมาก จะมีอาการแค่เพียงตาอักเสบหรือตาพร่ามัวบ้างเล็กน้อยเท่านั้นแต่ถ้าเกิดว่าติดเชื้อและมีความรุนแรงก็อาจจะทำให้เกิดตาบอดได้

เนื่องจากว่าจะมีการเปิดแผลที่โดนตีหน้าตาทำให้เกิดการอักเสบและเป็นรอยรวมถึงจะไม่สามารถที่จะมองแสงหรือทนแสงได้ดังนั้นส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นโรคแพ้แสงสำหรับเรื่องที่จะมาพูดถึงว่าทำไมต้องมาคุยกันถึงเรื่องโรคขี้แมวขึ้นสมองนั้นเนื่องจากว่าตอนนี้พบว่าประชาชนส่วนใหญ่นั้นนิยมหันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมวและเมื่อไม่นานมานี้

เพิ่งมีการตรวจสุขภาพร่างกายพบชายคนหนึ่งมีอาการเป็นโรคขี้แมวขึ้นสมองนั่นเองจึงได้นำโรคนี้มาชวนให้ทุกคนทราบถึงระดับอันตรายของโลกนี้นอกจากจะมีผลต่อระบบตาแล้ว หากใครก็ตามที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์และติดโรคขี้แมวขึ้นสมองนี้ก็จะทำให้เกิดภาวะแท้งบุตรได้ซึ่งถือว่าน่ากลัวอย่างมากนะคะทั้งเรื่องของการตาบอดและของการแท้งบุตร

ดังนั้นสำหรับโรคนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนที่เลี้ยงแมวนั้นมีการดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนของที่แมวหรืออาจจะเอามือไปจับเวลาที่มีการเปลี่ยนกระบะดินให้กับแมวหรือเก็บขี้แมวเสร็จแล้วล้างมือไม่สะอาดหลังจากนั้นก็เอามือที่ไปสัมผัสโดนที่แมนเองไปจับสิ่งของเข้าป่าซึ่งก็จะทำให้เชื้อโรคนี้เข้าไปในร่างกายได้ส่วนใหญ่แล้วอาการของโรคนี้จะเกิดขึ้นก็คือหลังจากที่ได้รับเชื้อ

เข้าไปอเมริกาเหมือนคนเป็นไข้เช่นปวดหัวปวดคอปวดเมื่อยเนื้อตัวหรือเป็นพวกต่อมน้ำเหลืองโตหลังจากนั้นมันจะส่งผลถึงตาโดยตรงก็คือจะมีการเจ็บตาตาอักเสบมีลักษณะของการตาพร่ามัวแล้วเลนส์ตาจะเป็นรอยซึ่งในที่สุดแล้วก็อาจจะทำให้ตาบอดได้และหากใครก็ตามที่เคยเป็นโรคขี้แมวขึ้นสมองแล้วสามารถไปรักษาที่โรงพยาบาลได้

และเมื่อรักษาหายแล้วหากจะต้องการตั้งครรภ์ก็จะต้องมีการรักษาให้หายและทิ้งช่วงไปสัก 6 เดือนก่อนถึงจะสามารถตั้งครรภ์ได้นะคะเพราะว่าถ้าเกิดว่ามีอาการตั้งครรภ์ช่วงที่เชื้อโรคของโรคขี้แมวขึ้นสมอง

ยังไม่หมดไปโดยตรงเลยจะส่งผลไปยังอันของคนนั้นด้วยซึ่งจะทำให้มีผลเรื่องของการแท้งลูกได้ค่ะดังนั้นใครก็ตามที่คิดว่าจะเลี้ยงแมวก็ควรจะต้องมีการรักษาทำความสะอาดทั้งตัวแมวแล้วก็ทำตัวเราให้ดีทุกครั้งที่มีการเลิกจับแมวแล้วก็จะต้องมีการล้างมือทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาล้างมือล้างให้สะอาดให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคนี้

 

สนับสนุนโดย  sagame

ประโยชน์ของอกไก่ที่มีผลต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของอกไก่ที่มีผลต่อสุขภาพ

 

         แน่นอนว่าอกไก่นั้นมีประโยชน์เนื่องจากเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงและเต็มไปด้วยสารอาหารประเภทโปรตีนมีสำคัญอกไก่นั้นมีไขมันน้อยมากคนที่ลดน้ำหนักส่วนใหญ่จึงมักนิยมกินอกไก่เพื่อที่ต้องการจะควบคุมน้ำหนักและสร้างโปรตีนให้กับร่างกายการที่กินอกไก่แล้วจะได้ผลในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักนั้นจะต้องกินอกไก่ที่ไม่ติดหนัง

เพราะหากเรากินอกไก่ติดหนังเมื่อไหร่ก็จะกลายเป็นว่า เรากำลังรับเอาไขมันเข้าไปในร่างกายของเราซึ่งแทนที่เราจะผอมก็จะกลายเป็นว่าเราจะอ้วนแทนใครที่ต้องการโปรตีนเป็นปริมาณมากๆนั้นการกินอกไก่จะช่วยได้เยอะเลยทีเดียวแต่การกินอกไก่นั้นก็ใช่ว่าจะไม่เกิดอันตรายเสียทีเดียวนะเนื่องจากว่าปัจจุบันนั้นผู้ประกอบการวิธีเลี้ยงไก่มักจะมีการฉีดสารเข้าไปในเนื้อไก่

เพื่อเป็นการเร่งให้ไก่โตเร็วๆถึงเมื่อเรากินสารเหล่านี้เข้าไปเอานี้ก็จะปะปนไปในเลือดสูงร่างกายของเราส่งผลให้เราได้รับสารชนิดและอาจจะเป็นสารที่ก่อให้เกิดเป็นพิษในเลือดของเราได้เช่นอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการกินเข้าไปแล้วมีเชื้อแบคทีเรียทำให้เราเป็นโรคอาหารเป็นพิษหรือถ้าหากว่าไก่ชนิดมีเชื้อไวรัสบางสายพันธุ์เกิดขึ้นเรากินเนื้อไก่เข้าไปเราอาจจะเป็นโรคไข้หวัดนก

ก็ได้อีกทั้งไก่บางชนิดเจ้าของอยากจะให้ไก่สด พวกเขามาจะเอาสายจีนซึ่งสารนี้นั้นเอาไว้ในการฉีดศพมาฉีดใส่เนื้อไก่ได้เพื่อที่จะให้เนื้อไก่นั้นดูสดใหม่อยู่เสมอบางเจ้าก็ยังเอาสารบอแรกซ์มาฉีดไหนเธอไกลเพื่อให้เนื้อไก่นั้นมีความอร่อยและกรอบแต่สารบอแรกซ์นี้ก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนที่กิน

เพราะจะทำให้คนที่กินนั้นเป็นโรคมะเร็งได้ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเลือกใครที่ได้มาตรฐานและคิดว่า สะอาดและปลอดภัยโดยเราควรจะซื้อไก่ที่ได้มาตรฐานโดยมีการรับรองตรากรมปศุสัตว์ออกมาแล้วกินแล้วจะไม่มีอันตรายใดๆเพื่อที่เราจะได้รับประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ดีการทีเราจะกินเนื้อไก่แล้วให้ได้ประโยชน์มากกว่าได้รับโทษนั้น

เราควรจะกินอาหารที่ปรุงสุกเสมอการนำเนื้อไก่ไปผ่านความร้อนในอุณหภูมิที่ร้อนมากๆตั้งแต่ 177  องศาเซลเซียสเป็นต้นไป จะทำให้ความร้อนนั้นฆ่าเชื้อโรค ทำให้เราปลอดภัยจากเชื้อโรคต่างต่างอีกด้วย สำหรับส่วนใหญ่ของคนที่กินไก่แล้วมักจะไปเพิ่มพละกำลังให้กับร่างกายทำให้ร่างกายแข็งแรงเพราะไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

  ยังพบว่าหากเรากินโปรตีนจากไก่ในปริมาณที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการแล้วเราก็มันจะช่วยลดไขมันในร่างกายของเราและยังทำให้เรามีน้ำหนักตัวที่ลดลงส่งผลให้รูปร่างของเราดีขึ้นได้ดังนั้นหากเราต้องการได้รับประโยชน์สูงสุดจากไก่ก็อย่าลืมเลือกรับประทานไก่ที่ปลอดภัยไร้สารเคมีเจือปน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน มั่นคง

โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ

โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ

ภัยเงียบที่มาทำร้ายผู้หญิงที่เป็นคุณแม่บ้านโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ

         หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าหลอกเส้นเอ็นอักเสบนั้นเป็นแบบไหนกันแน่วันนี้เราจะมาพูดถึงโลกจึงมีให้ฟังธรรมโดยเฉพาะคุณแม่บ้านทั้งหลายชนิดนี้นั้นมีสาเหตุมาจากที่คุณในบ้านใช้พลังงานพลังแขนมีการบิดผ้า การที่เราเอาผ้าไปซักด้วยมือรวมถึงอาจจะเป็นผู้หญิงชื่อกำลังให้นมลูกที่จะต้องมีการอุ้มลูกที่มีน้ำหนักอยู่บางครั้งก็เกิดจากอุบัติเหตุขึ้นได้

ซึ่งโรคชนิดนี้นั้นขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคลหมดแล้วใช่ไหมงั้นจะเกิดเพราะการอักเสบของเส้นเอ็นซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นบริเวณที่ข้อมือสำหรับคนที่มักจะเป็นโรคชนิดนี้ก็จะเป็นผู้หญิงอายุระหว่างประมาณ 30 ปีถึง 50 ปีและโลกนี้ดีใจด้วยสำหรับคุณผู้ชายแปลว่าผู้ชายจะมีอาการเกิดโรคนี้ได้ยากมากกว่าผู้หญิง

สำหรับอาการของโรคในคนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการปวดที่ข้อมือบริเวณแถวคำคมนิ้วโป้งแล้วมีการขยับก็จะยิ่งปวดมากยิ่งขึ้นซึ่งจะทำให้เรานั้นกำมือหรือว่าหยิบสิ่งของก็จะลำบากโดยปกติแล้วการรักษาจะทำได้ 2 แบบขึ้นอยู่กับอาการของคนที่เป็นโรคมีว่ามีอาการเป็นมากน้อยแค่ไหนแล้วถ้าเกิดอาการนี้เป็นไม่มากคุณหมอก็มักจะให้ยามารับประทาน

เพื่อให้ลดการอักเสบของนิ้วหลังจากนั้นอาจจะยังมีการปวดบ้างเล็กน้อยก็อาจจะต้องมีการฉีดยาเพื่อลดอาการปวดซึ่งในช่วงนี้เราอาจจะต้องมีการเดินทางไปให้คุณหมอตรวจอาการเป็นระยะแต่ถ้าหากรักษาเหมือนรอบแรกแล้วอาการไม่ดีขึ้นยังคงเป็นอยู่ผู้ป่วยอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดจากคุณหมอแปลว่าการผ่าตัดเป็นผ่าตัดเล็ก

ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่นอนโรงพยาบาลก็ได้เมื่อภาษาเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้ป่วยก็สามารถกลับบ้านได้เลยเพียงแค่ต้องมาตามนัดคุณหมอมีการนัดเอาไว้แล้วก็มาทำแผลทุกวันจนกว่าแผลจะแห้งหรือแผลจะหายและห้ามให้แผลโดนน้ำเพียงเท่านี้เราก็สามารถรักษาเจ้าโลกปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบดีได้แล้วแต่ถ้าหากใครไม่อยากเป็นโรคนี้ในเรื่องของการทำความสะอาดเสื้อผ้า

อาจจะเปิดเปลี่ยนมาใช้เป็นวิธีการจ้างคนอื่นเขาซักหรือไม่ก็เป็นการซักผ้าถังเครื่องซักผ้าจะทำให้เรามีความเสี่ยงมากที่จะเป็นโรคชนิดนี้ได้จริงๆแล้วคนที่เป็นโรคชนิดนี้นั้นเกิดมาจากการที่ใช้แรงมือมากเกินไปโดยส่วนใหญ่

เป็นคุณแม่บ้านที่สามารถทำงานด้านได้ทั้งหมดซักผ้าหุงข้าวกวาดบ้านหรืองานหนักอย่างอื่นก็ตามดังนั้นหากเราไม่อยากมีอาการหนีที่จะต้องไปรักษากับคุณหมอก็จะต้องมีการบริหารนิ้วมือนิ้วโป้งให้มีการเคลื่อนไหวบ้างแล้วถ้าเกิดว่ามีการใช้งานแบบซ้ำๆก็ควรหลีกเลี่ยงแล้วจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอักเสบได้

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame คาสิโนออนไลน์

อวสานหมูกระทะ  เมื่อสาวกินหมูกระทะแล้วเจอแมลงสาบ

อวสานหมูกระทะ  เมื่อสาวกินหมูกระทะแล้วเจอแมลงสาบ

            หญิงสาวถึงกับกรี๊ดลั่นบ้าน  เมื่อเธอซื้อหมูหมักเพื่อมากินหมูกระทะที่บ้าน แต่กลับเจอแมลงสาบในหมูหมักซะงั้น  เห็นเต็มตาแบบนี้ช็อกจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว

              เมื่อวันที่ 19 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2563  มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอได้มีการโพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว พร้อมกับมีการโพสต์เป็นคลิปวีดิโอ เตาหมูกระทะ ซึ่งในเตาในมีหมูเต็มไปหมดแต่ว่าที่ด้านข้างของหมูก็มีแมลงตัวสีดำตัวใหญ่อยู่และเมื่อมองดูใกล้ใกล้ก็พบว่าแมลงสีดำตัวนั้นคือแมลงสาบนั่นเอง

และที่ทำให้เธอกรี๊ดจนลั่นบ้านนั่นก็เพราะว่า เธอเพิ่มมาเห็นแมลงสาบตัวดังกล่าวก็เมื่อตอนที่เธอนั้นกำลังจะกินหมูกระทะอิ่มแล้วนั่นเอง  เรื่องราวของแมลงสาบกระทะนี้ถูกเผยแพร่ออกสู่โลกออนไลน์อย่างรวดเร็วและเป็นที่พูดถึงกันเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากที่เธอได้มีการโพสต์เรื่องราวดังกล่าวออกไปแล้วเธอก็ไปแจ้งเรื่องนี้กับทางร้านที่ขายหมูหมักให้กับเธอ

ซึ่งทางร้านก็ได้ขอโทษเธอมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยทางร้านเองก็บอกกับเธอว่า ทางร้านรับหมูมาจากที่อื่นอีกทีจึงไม่ได้รู้เรื่องมาก่อนแล้วจะไปติดต่อกลับร้านที่ผลิตหมูหมักมาขายให้ทราบถึงปัญหานี้

        สำหรับเรื่องราวของอาหารที่มักจะมีแมลงสาบ หรือหนอนปะปนอยู่ในอาหารนั้น เรามักจะเห็นว่ามักจะมีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นเยอะมาก ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่เป็นข่าวก็มี เพราะหลายคนเลือกที่จะปล่อยผ่าน เกี่ยวกับเรื่องการเจอสิ่งแปลกปลอมในอาหารนั้นมีหลายอย่างมากที่พบเจอกัน ซึ่งข่าวล่าสุดก่อนหน้าข่าวนี้ก็มีการเจอเศษเล็บติดมากับขนมปังของ ร้านขนมปังชื่อดัง

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เราเห็นว่าถึงแม้ร้านอาหารจะเป็นร้านชื่อดัง  ร้านมีบรรยากาศที่น่ารักแลดูสะอาดสะอ้านก็ใช่ว่าอาหารจะสะอาดทุกครั้ง ซึ่งอาหารที่มีสิ่งแปลกปลอมตกใส่มานี้ทำให้อาหารนั้นสกปรกและอาจมีเชื้อโรคซึ่งเมื่อเรากินเข้าไปก็อาจจะมีปัญหาเป็นโรคท้องเสียหรือว่าลำไส้อักเสบได้ ดังนั้นก่อนเราจะคิดอาหารอะไรควรมีการดูให้ดีก่อนว่าอาหารนั้นสะอาดหรือไม่

      สำหรับข่าวของหญิงสาวคนนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่พอใจที่เจอกับแมลงสาบในหมูหมักแต่ก็คงไม่ทำให้เธอเลิกกินหมูกระทะอย่างแน่นอน แต่ว่าร้านค้าที่ขายหมูหมักให้เธอแต่แถมแมลงสาบมาให้เธอนั้นคงขาดลูกค้าไปหนึ่งรายแน่แน่ เพราะเชื่อได้เลยว่าเธอคงไม่ย้อนกลับมาสั่งหมูหมักที่ร้านเดิมอีกแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 john terry

ไข้หวัดสเปนไข้หวัดที่ฆ่าชีวิตคนไทยเมื่อ 102 ปีที่แล้ว 

ไข้หวัดสเปนไข้หวัดที่ฆ่าชีวิตคนไทยเมื่อ 102 ปีที่แล้ว 

        หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อไต้หวันสเปนเนื่องจากว่าไข้หวัดชนิดนี้เป็นไข้หวัดที่มีการเกิดขึ้นมานานแล้วถึง 102 ปีซึ่งปัจจุบันนี้เราไม่ค่อยพบไข้หวัดชนิดนี้กันแล้วแต่เมื่อในอดีตนั้นไข้หวัดสเปนเป็นไข้หวัดที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปมากถึง 50 ล้านคนเลยทีเดียวซึ่งตอนนี้ที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาหลายคนได้นำไข้หวัดสเปนมาเปรียบเทียบกับไวรัสโคโรน่ากันถึงแม้ว่าตอนนี้จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกรวมกันแล้ว

อาจจะยังไม่ถึงในตอนที่ไข้หวัดสเปนนั้น แต่ก็ถือว่าไวรัสโคโรน่านั้นก็ค่าชีวิตคนทั่วโลกไปแล้วหลายล้านคนเลยทีเดียวสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของโรคไข้หวัดสเปนนั้นเกิดขึ้นในช่วงปีคริสต์ศักราช 1918 หรือถ้าต้องการคิดเป็นผชของไทยก็คือประมาณปีพุทธศักราช 2461 ยาวนานมากกว่า 100 ปีแล้วแต่ความทรงจำของการสูญเสียผู้คนเป็นจำนวนมากยังอยู่ในความทรงจำของคนอยู่จนถึงปัจจุบันนี้โดยไข้หวัดสเปนนั้นเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และการกำเนิดไข้หวัดสเปนนั้นเกิดขึ้นที่ประเทศสเปนแต่โลกนั้น

มาระบาดที่ประเทศไทยได้ก็เพราะว่าทหารของประเทศไทยที่ไปรบในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นติดไข้หวัดสเปนและเมื่อเดินทางกลับมาประเทศไทยจึงนำไข้หวัดสเปนมาแปะให้กับคนไทยนั่นเองไข้หวัดสเปนนั้นมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่าไข้หวัด 1918 สาเหตุที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะว่าเกิดขึ้นในช่วงปีค.ศ 1918  ไอ้ตอนที่ประเทศไทยติดเชื้อไข้หวัดสเปนครั้งแรกนั้นเป็นเพราะว่าทหารของประเทศไทยไปร่วมรบสงครามครั้งที่ 1 กับต่างประเทศและเมื่อเดินทางกลับมาก็มาขึ้นฝั่งในจังหวัดทางภาคใต้ของไทยซึ่งในครั้งนั้นประเทศไทยนั้น

มีการติดเชื้อไวรัสสเปนกันเป็นจำนวนมากโดยทั่วทั้งประเทศนั้นมีการระบุเป็นสถิติเอาไว้ว่ามีผู้คนที่ติดเชื้อไข้หวัดสเปนมากถึง 2 ล้าน 3 แสนคนเลยทีเดียวซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยมีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 8,500,000 คนและในขณะเดียวกันมีคนที่ตายจากการติดเชื้อไข้หวัดสเปนนั้นประมาณสูงถึง 80,000 เลยทีเดียวข้อมูลที่นำข่าวมาให้ทราบอันนี้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและมีการบันทึกเอาไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์

โดยมีการเก็บเอาไว้ในราชกิจจานุเบกษาซึ่งอยู่ในหน้าที่ 1955    โดยมีการบันทึกไว้เมื่อวันที่ 3 เดือนพฤศจิกายนพ.ศ๒๔๖๑  โดยมีการบันทึกไว้ในเล่มที่ 35 ในตอนที่ไข้หวัดสเปนนั้นลำบากไปทั่วโลกผู้คนต่างหวาดกลัวกันเป็นจำนวนมากแต่ในที่สุดก็สามารถที่จะควบคุมการระบาดของเชื้อไข้หวัดสเปนได้ดังนั้นเราจึงควรนำบทเรียนจากการที่เคยได้รับเชื้อจากไข้หวัดสเปนมาเป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาการยับยั้งการระบาดของไวรัสโรนาในครั้งนี้ซึ่งแน่นอนว่าเราจะผ่านพ้นมันไปให้ได้และสถานการณ์โลกจะต้องดีขึ้นในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ติดต่อ bk8

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa