คุณอาจอ้วนไม่รู้ตัวถ้าคุณทำสิ่งต่อไปนี้ 

คุณอาจอ้วนไม่รู้ตัวถ้าคุณทำสิ่งต่อไปนี้ 

       คุณอาจอ้วนไม่รู้ตัวถ้าคุณทำสิ่งต่อไปนี้   การที่น้ำหนักเราเพิ่มนั้นมีได้หลายสาเหตุแต่บางคนอาจจะไม่รู้สาเหตุของการที่น้ำหนักของคุณเพิ่มดังนั้นเราจะมาดูกันว่าอะไรที่ทำให้เราอ้วนจากพฤติกรรมที่เราทำลงไปโดยที่อาจจะเป็นสิ่งที่เราทำไปโดยที่เราไม่รู้ตัวก็เป็นไปได้

การกินอาหารโดยเคี้ยวเร็วจนเกินไป

           หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าการที่คุณเคี้ยวข้าวไม่ละเอียดหรือกินข้าวเร็วเกินไปนั้นมันส่งผลทำให้คุณอ้วนได้เพราะเมื่อคุณกินเร็วคุณจะไม่รู้ตัวว่าคุณอิ่มทำให้คุณกินเข้าไปในปริมาณที่เยอะกว่าที่กระเพาะอาหารของคุณจะเตือนคุณทันว่าอิ่มได้แล้วกว่าคุณจะรู้ตัวว่าคุณอิ่มบางคนก็อาจจะกินเข้าไปในปริมาณที่เยอะมากมารู้ตัวอีกทีว่าอิ่มก็กินเข้าไปจนจุกแล้วนั่นเอง 

การกินอาหารหน้าโทรทัศน์

         คนส่วนใหญ่นั้นไม่ค่อยมีเวลามากนักดังนั้นเวลาทุกกิจกรรมจึงทำแบบเร่งรีบรวมถึงการพักผ่อนด้วยเช่นเดียวกันดังนั้นบางคนจึงใช้ระยะเวลาในการกินข้าวด้วยการกินหน้าทีวีและผลที่ตามมาก็คือการที่คุณมัวแต่สนุกสนานกับการดูทีวีของคุณนั้นคุณก็กินข้าวไปเรื่อยๆจนกว่าคุณจะรู้ตัวคุณก็กินข้าวเข้าไปในปริมาณที่เยอะมากแล้วนั่นเอง

ขนาดของจานที่ใส่อาหาร

         มีการทำวิจัยออกมาเกี่ยวกับเรื่องของขนาดของจานที่ใส่อาหารเพราะมันมีผลต่อการกินอาหารของคนเช่นเดียวกันโดยมีการทำวิจัยนำจานอาหารซึ่งมีขนาดต่างกันแต่ใส่อาหารในจำนวนชิ้นเท่ากันปรากฏว่า หากเรานำอาหารใส่ในจานที่มีขนาดใหญ่แล้วกินเข้าไปแล้วจะมีความรู้สึกว่าอาหารในจานนั้นมีน้อยจนทำให้เรายังไม่อิ่มจึงต้องมีการกินเพิ่มอีกหลายจานในขณะเดียวกันเราใส่อาหารในปริมาณเท่ากันแต่ ใส่ในจานที่เล็กลงปรากฏว่าเรานั้นสามารถกินได้เพราะเรามองเห็นว่าปริมาณอาหารในจานใบนั้นค่อนข้างเยอะมากเนื่องจากมีขนาดเล็กนั่นเองดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าสายตาของเราที่มองเห็นอาหารวันสามารถส่งผลสะท้อนไปถึงระบบการทำงานของสมองของเราที่จะสั่งให้สมองสั่งการส่วนอื่นของร่างกายว่าเราควรอิ่มอาหารแล้วหรือไม่คนอิ่มแล้วนั่นเอง 

การนั่งนานเกินไป 

           นอกจากนี้พฤติกรรมที่เรามักชอบนั่งทำงานนานนาน โดยนั่งทำงานเกินวันละ 8 ชั่วโมงนั้นจะส่งผลทำให้เรานั้นมีพฤติกรรมการนำอาหารมากินหน้าคอมพิวเตอร์หรือที่โต๊ะทำงานซึ่งเมื่อเรานำอาหารมาวางไว้เราก็จะเอื้อมมือไปหยิบกินเรื่อยๆโดยที่เรานั้นไม่รู้ตัวเลยว่าปริมาณที่เรากินเข้าไปนั้นมากน้อยแค่ไหนแล้วและมันส่งผลทำให้เราอ้วนได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  WM Casino

ทำความรู้จักกับโรคลมหลับ

ทำความรู้จักกับโรคลมหลับ

โรคลมหลับ เป็นหนึ่งในโรคที่เกิดมาจากการนอนที่ไม่เหมือนเดิม คนป่วยจะมีลักษณะอาการอยากนอนตลอดระยะเวลาแล้วก็สามารถหลับได้ในขณะต่าง ๆ อย่างไม่ปกติ แม้ว่าจะนอนมากมากแค่ไหนก็ตาม

บางเวลาคนไข้อาจมีอาการเหมือนการหลับ ตัวอย่างเช่น เมื่อยล้า มีลักษณะอาการคอตก ในตอนที่มีการเปลี่ยนทางอารมณ์อย่างฉับพลัน ซึ่งทำให้บางทีอาจมีอันตรายได้ถ้าหลับในเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมอาทิเช่น ตอนที่กำลังขับรถยนต์ ฯลฯ

โรคลมหลับนี้ ในตอนนี้นั้นยังไม่มีแนวทางรักษาให้หายสนิท แต่ว่าหมอก็ให้การรักษาแก่คนป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นราวกับคนธรรมดาได้

ลักษณะโรคลมหลับ

คนที่เป็นโรคนี้โดยมากมักเริ่มมีลักษณะอาการเมื่ออายุ 10-25 ปี โดยความร้ายแรงของอาการจะต่างกันในแต่ละคนซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้

– ง่วงตลอดหรือเป็นมาก ๆ อย่างยิ่งในช่วงกลางวัน ต่อให้อยู่ในเหตุการณ์ใดก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ขณะที่กำลังทำงานอยู่ คุย และยังรวมไปถึงขับขี่รถ ยิ่งไปกว่านี้คนไข้จะรู้สึกมีชีวิตชีวาภายหลังการงีบนั้น แต่ว่าจะรู้สึกง่วงอีกรอบในช่วงเวลาไม่นาน

– มีลักษณะอาการหลับแบบไม่รู้ตัวหรือวูบหลับ รวมทั้งมีลักษณะกล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ยเพลียแรงทันทีทันใดได้ เมื่อมีการเปลี่ยนทางอารมณ์กระทันหัน

– มีลักษณะเหมือนผีอำ (Sleep Paralysis) ซึ่งมีลักษณะอาการที่ไม่สามารถที่จะเคลื่อนร่างกายหรือแผดเสียงได้อีกทั้งขณะกำลังหลับ และก็ยังรวมทั้งตอนตื่น แต่ว่ายังสามารถขยับเขยื้อนตาและก็หายใจได้ตามเดิม ซึ่งอาการนี้มักกำเนิดในระยะสั้นๆ

– มีลักษณะจิตหลอนได้ในขณะหลับหรือครึ่งหนึ่งหลับครึ่งหนึ่งตื่น ได้แก่ ภาพที่สร้างขึ้นมาเองเป็นตัวประหลาดหรือสิ่งที่น่าขนลุกต่าง ๆ

– อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ตัวอย่างเช่น ไม่มีสมาธิ ปวดหัว ขี้หลงขี้ลืม เศร้าใจ

 

ภาวะแทรกซ้อนรวมทั้งผลพวงด้านอื่น ๆ

– ด้านสังคม เพราะเหตุว่าคนรอบตัวบางครั้งก็อาจจะมองดูคนป่วยเป็นคนเกียจคร้าน เนื่องจากว่ามีลักษณะอาการนอนได้ตลอดระยะเวลา

– ด้านการทำงาน ผู้เจ็บป่วยจะไม่สามารถที่จะปฏิบัติงานได้อย่างเต็มความสามารถ และก็กำเนิดอุปสรรคต่อการดำเนินงานได้ง่าย

– โรคอ้วน ผู้เจ็บป่วยจะได้โอกาสเป็นโรคอ้วนได้มากกว่าคนธรรมดาทั่วไป

– อุบัติเหตุ เนื่องจากว่าบางทีอาจมีอาการกำเริบมีอาการหลับโดยไม่ทันรู้สึกตัวในขณะทำกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่กำลังขับรถยนต์ ฯลฯ ซึ่งทำให้มีการเกิดอุบัติเหตุได้

 

สาเหตุที่ทำให้ป่วยเป็นโรคลมหลับนั้น ยังไม่มีความชัดเจนหรือยืนยัน แต่จากการตรวจในผู้ป่วยโรคนี้ จะมีสารเคมี ไฮโปเครติน น้อยลงผิดปกติ ซึ่งสารเคมีนี้มีผลต่อการนอนหลับ เลยอาจคาดเดาได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับสารเคมีดังกล่าว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  wm เครดิตฟรี 100

จัดการคุณภาพการนอน เพื่อสุขภาพที่ดี

จัดการคุณภาพการนอน เพื่อสุขภาพที่ดี

การนอน ถือเป็นการดูแลสุขภาพอีกอย่างหนึ่ง จัดการคุณภาพการนอน การพักผ่อนหย่อนใจที่ดีเยี่ยมที่สุดเป็นการนอนที่มีคุณภาพ พวกเราสามารถทำให้การนอนมีคุณภาพได้ เพียงแค่ใส่ใจและปฏิบัติตามดังต่อไปนี้

ความประพฤติที่ควรจะทำก่อนนอน

  1. คิดเสมอว่าเตียงนอน ที่นอนมีไว้เพื่อการนอน ควรหลีกเลี่ยงการจะทำกิจกรรมอื่น ๆ บนนี้ อย่างเช่น เล่นโทรศัพท์ กินอาหาร ฯลฯ เมื่อเอนตัวลงบนเตียงแล้ว ควรจะตั้งมั่นและก็มีสมาธิกับการนอนเพียงอย่างเดียว
  2. นอนให้ตรงเวลา ควรจะไปนอนและก็ตื่นให้ตรงเวลา นอนโดยประมาณ 7-8 ชั่วโมง จัดว่าพอเพียงสำหรับคนที่อยู่ในช่วงของวัยที่กำลังทำงาน ร่างกายจะมีความคุ้นเคย เมื่อตื่นมาจะชื่นบานเสมือนได้นอนเต็มที่
  3. จัดสิ่งแวดล้อมการนอนให้สมควร อุณหภูมิในห้องนอนจำเป็นต้องไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป ไม่มีสิ่งรบกวน ยกตัวอย่างเช่น แสงไฟ เสียง กลิ่น ฯลฯ จะช่วยปรับให้จิตใจสงบร่างกายก็จะได้พักสุดกำลัง รวมทั้งทำให้นอนได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
  4. ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ ก่อนนอน ยกตัวอย่างคือ น้ำอุ่น หรือนมอุ่น ฯลฯ จะช่วยทำให้ร่างกายบรรเทา แม้กระนั้นไม่สมควรดื่มในจำนวนมาก เนื่องจากว่าอาจก่อให้จำต้องตื่นมาตอนดึก
  5. ขับถ่ายและปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนนอน จะช่วยทำให้ไม่ตื่นในตอนมืดค่ำ การตื่นยิ่งขึ้นกลางดึกจะก่อให้สมรรถนะการนอนน้อยลง ถ้าเกิดตื่นตอนดึกบ่อย ๆ นาน ๆ ไปบางทีอาจเป็นความคุ้นเคย ทำให้ร่างกายพักไม่พอ

ความประพฤติปฏิบัติไม่สมควรที่จะทำก่อนนอน

– เมื่อใกล้ถึงเวลานอน หรือช่วงกลางคืนไม่ควรที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เนื่องจากว่าคาเฟอีนส่งผลโดยตรงต่อการนอนไม่หลับ เพราะจะไปกระตุ้นระบบประสาทศูนย์กลางทำให้มีการตื่นตัว จะมีผลให้นอนยาก หลับไม่สนิท

– ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้านอน ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเข้าใจว่าแอลกอฮอร์ทำให้หลับง่าย เพราะว่ามีฤทธิ์กดประสาท แต่ว่าถ้าเกิดดื่มมาก ๆ จะมีลักษณะครึ่งหลับครึ่งตื่นบางทีอาจนอนไม่หลับ ฝันร้าย 

– ไม่ควรกินอาหารมื้อหนัก หรือของกินที่ย่อยลำบากก่อนนอน 4 ชั่วโมง เนื่องจากว่าร่างกายไม่ควรทำงานมากสำหรับการย่อยของกินกลุ่มนี้เวลาที่พวกเรานอน ทำให้หลับไม่สนิท อาจมีอาการจุกแน่น เพราะของกินไม่ย่อย

– ไม่สมควรบริหารร่างกายก่อนนอน ด้วยเหตุว่าร่างกายจะเผาผลาญพลังงานรวมทั้งผลิตฮอร์โมนไปกระตุ้นประสาทมากขึ้น ทำให้นอนไม่สนิท ประสิทธิภาพการนอนไม่ดี เพราะเหตุว่าร่างกายตื่นตัวและก็ทำให้เมื่อยล้าในวันพรุ่งนี้

– ลดการเล่นโทรศัพท์มือถือ การใช้งานคอมพิวเตอร์ การสื่อสารก่อนนอน ส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำให้นอนยากขึ้น หรือนอนไม่สนิท

 

อย่างไรก็แล้วแต่ เหตุที่ได้กล่าวผ่านไปแล้วก่อนหน้านี้ขึ้นกับวัยรวมทั้งสภาพร่างกายของแต่ละคน ด้วยเหตุว่ารูปแบบการทำงานของสมองนั้นต่างกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  hiallbet

บอกลาอาการท้องผูกง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งยา

บอกลาอาการท้องผูกง่าย ๆ โดยไม่ต้องพึ่งยา

อาการท้องผูก เป็นปัญหาใหญ่มากในเรื่องของสุขภาพ ปัญหาหลัก ๆ คือ การขับถ่ายไม่คล่อง ขับถ่ายไม่เป็นเวลา หรืออาจปวดท้องบิด เป็นต้น บอกลาอาการท้องผูก ซึ่งอาการต่าง ๆ ที่คุณกำลังเผชิญอยู่นี้ อาจจะเป็นแค่ระยะเริ่มต้นของอาการท้องผูกเท่านั้น โดยอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย เพราะเกิดจากความผิดปกติของระบบขับถ่าย อาจเกิดขึ้นจากการที่เรามีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป กินของที่ผิด

หรือทำร้ายระบบขับถ่ายจนส่งผลให้เกิดเป็นอาการท้องผูกขึ้นนั่นเอง อาการท้องผูกหรือการมีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายบางคนอาจแก้ปัญหาด้วยการกินยาเพื่อบรรเทาอาการ หรือบางคนอาจท้องเสียจนถึงขั้นท้องเสียเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม อาการท้องผูกที่สามารถแก้ได้โดยไม่ต้องพึ่งยา และวันนี้เราจะมายกตัวอย่างวิธีที่จะช่วยให้คุณลดอาการท้องผูกได้ง่าย ๆ บอกลาอาการท้องผูก เพื่อเป็นทางออกให้แก่ผู้ที่ไม่ชอบกินยา จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

การขับถ่ายให้เป็นเวลา การเลือกเวลาในการขับถ่าย หรือขับถ่ายให้เป็นเวลา เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะวิถีชีวิตของคนเราในสมัยปัจจุบันนี้ที่ต้องใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องแข่งกับเวลาอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่ยากที่เราจะต้องเลือกเวลาในการขับถ่าย ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้อาจเป็นต้นเหตุสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายของเรา โดยเฉพาะอาการท้องผูก ซึ่งสมัยนี้จะเห็นได้ว่าผู้ที่ขับถ่ายไม่เป็นเวลามักที่จะมีอาการท้องผูก และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายอยู่เสมอ ดังนั้น การขับถ่ายให้เป็นเวลานั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอาการท้องผู้โดยที่ไม่ต้องกินยา

การดื่มน้ำเยอะ ๆ แน่นอนว่าน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย และมีความจำเป็นอย่างมากต่อร่างกาย เพราะหากเราดื่มน้ำเยอะ ๆ เข้าไปเป็นประจำ น้ำจะช่วยเข้าไปขับสารพิษที่อยู่ภายในร่างกายออกมาทางเหงื่อ หรือทางปัสสาวะของเรานั่นเอง หรือในบางส่วนก็อาจถูกขับออกมาทางอุจจาระก็ได้ ดังนั้น หากใครที่พบเจอกับปัญหาท้องผูกกันอยู่บ่อย ๆ แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ เป็นประจำทุกวันควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วย เพื่อให้ใยอาหารดูดซับน้ำได้ดี 

เพิ่มใยอาหารให้มากขึ้น การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของใยอาหาร หรือไฟเบอร์มาก ๆ จะช่วยทำให้ลำไส้ของเรานั้นมีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องผูก หรือการขับถ่ายไม่เป็นเวลา หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายอยู่บ่อย ไม่เพียงแต่ดื่มน้ำเท่านั้นที่จะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย หากเราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูงจะยิ่งช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานได้ดีมากขึ้น 

 

สนับสนุนโดย.    เว็บหวย huaydee ดี ไหม

3 ผลไม้บำรุงปอดให้มีสุขภาพดี

3 ผลไม้บำรุงปอดให้มีสุขภาพดี

ปอด เป็นอวัยวะที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เพราะมีความสำคัญในการฟอกอากาศให้แก่ร่างกาย ทั้งยังสำคัญต่อระบบทางเดินหายใจของเราอีกด้วย เราทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาปอดให้ดี เพราะหากปล่อยละเลยไปโอกาสเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคปอดอักเสบ โรคมะเร็งปอด โรคหอบหืด เป็นต้น ซึ่ง ผลไม้บำรุงปอด โรคต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นโรคที่มีความร้ายแรงต่อปอดของเราเป็นอย่างมาก

ดังนั้น การดูแลปอดให้มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งที่เราควรมองข้าม อย่างไรก็ตาม การดูแลปอดให้แข็งแรง ไม่เพียงแต่เป็นการออกกำลังเท่านั้น การรับประทานอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลปอดให้แข็งแรงได้ เพราะสมัยนี้มีอาหารบางประเภทที่มีส่วนช่วยในเรื่องขงการดูแลปอดให้แข็งได้ ฉะนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำ ผลไม้บำรุงปอด  ฟอกปอดให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารหรือผลไม้ก็สามารถมีปอดที่แข็งแรงได้ โดยไม่ต้องออกกำลังกายเลยแม้แต่นิด  

อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อในด้านการลดน้ำหนัก เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เป็นผลไม้ที่หาได้มาง่าย เพราะเป็นผลไม้ที่เกิดตามฤดูกาล บางจังหวัดก็ไม่มี อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกาย คนที่นิยมส่วนใหญ่แล้วมักเป็นผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอยู่ แต่รู้หรือไม่ว่า อะโวคาโดก็สามรถช่วยในเรื่องของการบำรุงปอดได้เช่นกัน หากเรารับประทานเป็นประจำนอกจากจะช่วยในเรื่องสุขภาพร่างกาย เรื่องของการลดน้ำหนักแล้ว ยังส่งผลดีไปยังปอด ทำให้ปอดของเราแข็งแรงไปด้วย

เบอร์รี่ ผลไม้ประเภทนี้เต็มไปด้วยวิตามินซีและวิตามินอื่น ๆ  ที่มีประมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส ดูอ่อนกว่าวัย ไม่เพียงแค่นี้ ยังสามารถป้องกันปอดจาเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย  ดังนั้น หากเรารับประทานเป็นประจำ ยังสามารถช่วยป้องกันหวัด ภูมิแพ้ โรคปอด และมีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันของเราอีกด้วย หากใครที่อายกดูแลปอดให้แข็งแรง ผลเบอร์รี่อาจเป็นตัวเลือกหนึ่ง 

แคนตาลูป เป็นหนึ่งในผลไม้ที่สามารถช่วยให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น และเป็นผลไม้ที่เกิดตามฤดูกาล ค่อนข้างที่จะหายาก แต่คุณประโยชน์ขอบอกเลยว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่นเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นผลไม้ที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งยังสามารถช่วยต้านการอักเสบที่เกิดจากเชื้อโรคได้อีกด้วย เพราะแคนตาลูปจะอุดมไปด้วยวิตามินซี เบต้า แคโรทีนที่มีส่วนช่วยให้ปอดของเราแข็งแรง ทั้งยังส่งผลให้ระบบทางเดินหายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย หากใครไม่ชอบรับประทานบอกได้เลยว่าคุณพลาดมาก 

 

สนับสนุนโดย    ชุดตรวจ hiv

การปกป้องตนเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกล COVID-19

การปกป้องตนเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกล COVID-19

การปกป้องตนเอง เมื่อปี 2019 ทั่วโลกได้ประสบปัญหาด้านสุขภาพความเป็นตาย เนื่องจากพบโรคอุบติใหม่ ที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าไวรัสโคโรนา ซึ่งในตอนนี้ก็ยังไม่มีการระบุต้นกำเนิดของโรคว่าพบที่แรกที่ใด แต่ที่แน่ ๆ คือสามารถติดต่อได้ทั้งในคนและสัตว์ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังตัวให้มาก ๆ

การปกป้องตนเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกล COVID-19

  1. ล้างมือด้วยสบู่และก็น้ำที่สะอาดนานประมาณ 20 วินาที (หรือใช้ Alcohol gel ในการทำความสะอาดมือ ในกรณีที่ไม่สามารถล้างมือด้วยสบู่ได้)
  2. ใส่หน้ากากอนามัยให้ถูก สีแก่ข้างนอก สีอ่อนภายใน จัดให้หน้ากากครอบปิดปากแล้วก็จมูก ตลอดจนถึงหุ้มคาง บีบลวดที่สั้นดั้งจมูก และล้างมือ
  3. ผู้ไม่เจ็บป่วยใส่หน้ากากผ้าได้ ส่วนคนที่มีลักษณะอาการป่วยไข้ให้ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโรค
  4. หลบหลีกการสัมผัสบริเวณใบหน้า ขยี้ตา แคะจมูก รวมทั้งสัมผัสปาก เพื่อลดช่องทางการนำเชื้อโรคไปสู่ร่างกาย
  5. ไอ จามในคอเสื้อ หลีกเลี่ยงการใช้มือป้องปากแล้วก็จมูก ถ้าหากใช้มือป้องปากแล้วก็จมูก จำต้องล้างมือให้สะอาดทุกคราว
  6. ถู ชำระล้างผิวที่มีโอกาสจับ สัมผัสเสมอ ๆได้แก่ ลูกบิด ด้ามจับประตู ราวบันได ปุ่มกด  ฯลฯ ด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่
  7. หลบหลีกการไปในสถานที่ที่ผู้คนหนาแน่น ดังเช่น โรงภาพยนต์ ห้าง ศูนย์อาหาร สถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟฟ้า ฯลฯ รีบทำธุระ รีบกลับบ้านพัก ถ้าหากจำต้องไปให้ใส่หน้ากาก และหมั่นทำความสะอาดมือ จะล้างด้วยสบู่ หรือ Alcohol gel ก็ตามแต่สะดวก
  8. ปิดฝาของชักโครก ก่อนกดล้าง เพื่อลดช่องทางการฟุ้งกระจายของเชื้อไวรัส ซึ่งถูกขับออกทางอุจจาระได้ เลือกใช้สินค้าจัดการกับรอยคราบโถเครื่องสุขภัณฑ์ใส่ไว้ในถังพักน้ำ เพื่อฆ่าเชื้อโรค
  9. ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดจังหวะการป่วย ซึ่งจะมีลักษณะอาการแสดงคล้ายกับการได้รับเชื้อ COVID-19 จะได้สามารถเฝ้าระวังติดตาม การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ครอบคลุมแค่ไข้หวัดใหญ่ ไม่สามารถช่วยคุ้มครองป้องกันการรับเชื้อไวรัส COVID-19 ได้

 

อาการของโรคไวรัสโคโรนา (Covid-19) การปกป้องตนเอง มีความหลากหลายไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าติดเชื้อแล้วหรือไม่ เพราะอาการจะเหมือนกับการมีป่วย ไม่สบาย สิ่งที่สามารถทำได้ เมื่อมีอาการป่วย คือทบทวนตนเอง ที่ผ่านมาได้ป้องกันตนเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่อออกนอกบ้านหรือที่พักอาศัยหรือไม่ ไปสถานที่ ๆ ที่สุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือเปล่า และหากไม่มั่นใจเป็นหนักขึ้น ควรเข้ารับการตรวจกับสถานพยาบาลโดยด่วน และต้องให้ข้อมูลกับแพทย์ที่เป็นความจริงทั้งหมด ไม่ควรปกปิดข้อมูล เนื่องจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจะได้เตรียมพร้อมรับคุณในการเข้ารับการตรวจ ระมัดระวังตนมากขึ้น หากคุณติดโควิด-19 จริง ๆ แพทย์และบุคลากรจะได้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงสูง  

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์บาทละ 1000

วัคซีนคืออะไร 

วัคซีนคืออะไร 

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงวัคซีนต้องไปพูดถึงอีกเรื่องนึงที่เกี่ยวข้องกันแล้วก็มีความสำคัญมากๆกับเรื่องวัคซีนนั่นก็คือ เรื่องราวของภูมิคุ้มกันนั่นเอง

ซึ่งทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าภูมิคุ้มกันคืออะไรมันเป็นคำถามที่ง่ายเพราะว่าภูมิคุ้มกันก็คือสิ่งที่มันอยู่ในร่างกายของเราแล้วก็คอยคุ้มกันเราป้องกันเราไม่ให้เชื่อโรคมาทำอันตรายอะไรเราได้หรือว่ามาต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆโดยภูมิคุ้มกันแบ่งออกเป็น2ประเภทด้วยกัน

ประเภทแรกก็คือภูมิคุ้มกันที่เรามีมาตั้งแต่เกิดอีกประเภทหนึ่งก็คือที่ร่างกายของเรามันสร้างขึ้นมาเองในภายหลังนั่นเองเราจะยังไม่พูดถึงประเภทแรกเราจะพูดประเภทที่สองที่สร้างขึ้นมาในภายหลังดีกว่าและจะแบ่งย่อยออกเป็น2ประเภทด้วยกัน

โดยประเภทแรกก็คือที่ร่างกายของเรามันสร้างขึ้นมาเองส่วนอีกประเภทนึงก็คือประเภทที่เรายัดภูมิคุ้มกันเข้าใส่ร่างกายไปเลยจุดที่แตกต่างกันระหว่างสองประเภทนี้เอาแบบง่ายๆประเภทแรกต้องบอกว่าสร้างยากกว่าเพราะว่าสร้ากายของเราต้องสร้างขึ้นมาเอง

ในขณะที่ประเภทสองแค่ใส่เข้าไปในร่างกายก็ใช้ได้แล้วอย่างไรกตามต้องบอกว่าประเภทแรกถึงจะสร้างยากกว่าแต่ข้อดีของมันก็คือมันจะอยู่กับเราได้นานกว่าแล้วก็จะเป็นภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่าประเภทที่สองนั่นเอง

ดังนั้นเวลาที่เราจะพูดถึงวัคซีนเราก็จะมาพูดถึงประเภทของภูมิคุ้มกันประเภทนี่แหละที่เราต้องการให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราสร้างขึ้นมาเองและวิธีที่จะทำให้ร่างกายของเราสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาวิธีมันง่ายมากเลยก็คือใส่อะไรบางอย่างเข้าไปในร่างกายของเรา

เพื่อไปกระตุ้นร่างกายทำให้รู้สึกว่ามันไม่ได้จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อป้องกันดีกว่าหลังจากที่ร่างกายโดนกระตุ้นมนก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมานี่ละและอะไรบางอย่างก็คือวัคซีนนี่ละและวัคซีนไม่จำเป็นจะต้องฉีดเข้าไปอย่างเดียวแต่ว่าอาจจะเกิดจากการฉีดเข้าไปแบบฉีดยาก็ได้กินก็ได้หรือว่าสูดเข้าทางจมูกก็ได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้นเราก็รู้กันแล้วเราจะต้องใส่อะไรบางอย่างเข้าไปในร่างกายของเราเพื่อให้ร่างกายของเราไปไปต่อสู้กับมันว่าแต่อะไรบางอย่างที่จะเป็นที่มาของวัคซีนมันคืออะไรตอบแบบง่ายๆว่าหลายคนเข้าใจว่าวัคซีนคือเชื้อโรคว่าใช่ไหมก็ใช่แหละแต่มันไม่ใช่ทั้งหมดเพราะว่าวัคซีนอาจจะเป็นเชื้อโรคที่เอาไปทำให้อ่อนแอแล้วเป็นเชื้อโรคในปริมาณน้อยมากๆ

ซึ่งมันก็อาจจะเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่งของเชื้อโรคหรือเป็นอะไรอื่นๆอีกมากมายเช่นแบบพิษที่เชื้อโรคทิ้งเอาไว้เรียกได้ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไรก็ได้ที่มันจะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายขอเรา

 

สนับสนุนโดย   บาคาร่า sa

การกินโยเกิร์ตมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร

การกินโยเกิร์ตมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร

โยเกิร์ตเป็นอาหารที่หลายๆคนได้มีการกินกันอย่างมากในตอนเช้า ซึ่งการกินโยเกิร์ตเราจะสามารถที่จะได้รับสารอาหารมากมาย และยังจะสามารถที่จะทำให้เราสามารถที่จะทำให้น้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และจะสามารถที่จะมีการได้รับประโยชน์มากมายในการกิน ซึ่งโยเกิตร์นี้ก็ได้เป็นอาหารที่จะสามารถทำการกิน เพื่อให้เรานั้นได้มีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย

และในการที่เราจะมีการกินโยเกิร์ตนี้ เราจะสามารถที่จะมีการกินได้อย่างหลากหลายเวลาได้อีกด้วย ซึ่งในการที่ได้กินโยเกิร์ตในเวลาที่แตกต่างกันนั้น จะมีการส่งผลต่อสุขภาพและประโยชน์ที่แตกต่างกันไปอีกด้วย แต่ในการที่เราจะได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่ในการกินโยเกิร์ตตอนเช้าจะมีประโยชน์ที่สามารถรับได้ดังนี้

  1. การที่เราจะสามารถทำการลดน้ำหนักได้ง่าย

การกินโยเกิตร์นี้นั้นจะเป็นการที่สามารถทำการลดน้ำหนักได้อย่างง่าย ซึ่งเป็นเพราะว่าโยเกิร์นี้มีโปรตีนที่เยอะมากๆ ซึ่งเราจะมีความอิ่มท้องและทำให้เราไม่รู้สึกหิวได้ง่าย และนอกจากนี้ยังมีแคลเซียมที่ทำให้เราได้มีการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเราได้มากขึ้นมากๆ ซึ่งการที่เราได้มีการกินโยเกิร์ตตอนเช้าจึงจะมีผลอย่างมากในการที่เราจะทำการลดน้ำหนัก ซึ่งในการที่เราจะมีการกินโยเกิร์ต เราต้องกินโยเกิตร์ที่เป็นรสชาติธรรมดาและนำผสมกับผลไม้ต่างๆ เพราะในการที่เราได้มีการโยเกิร์ตที่ได้ผสมผลไม้จะมีส่วนที่ทำให้เรานั้นได้มีไฟเบอร์ที่มากและทำให้เรานั้นอยู่ท้อง และสามารถที่จะทำให้ขับถ่ายได้ดีอีกด้วย

  1. การช่วยลดการท้องผูก

ในการที่จะช่วยในการแก้การท้องผูกนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีการกินตอนเช้าเท่านั้นอีกด้วย ซึ่งจะทำให้วิตามิน เกลือแร่ และสารต่างๆเข้าสู่ร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี และจะทำให้เรานั้นได้มีการปรับสมดุลของการทำงานได้เป็นอย่างดี และจะสามารถที่จะมีการป้องกันโรคต่างที่เกิดทางลำไสได้อีกด้วย

  1. การที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ

การกินโยเกิร์ตอย่างเป็นประจำนั้น นอกจากการที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักของเราได้ดีแล้ว ยังจะสามารถที่จะมีการปรับการทำงานของลำไส และทำให้เบียเทียดีที่อยู่ในลำไสของเรานั้นได้มีความแข็งแรงขึ้นมากอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  918kiss ฝากขั้นต่ำ50บาท

ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งทำให้ฟันขาวจริงหรือ?

ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งทำให้ฟันขาวจริงหรือ?

ยาสีฟันสูตรWhiteningก็คือยาสีฟันปกตินี่ละที่เราเพิ่มสารเคมีที่ช่วยทำให้คุณฟันขาวขึ้นแต่อยากที่ชื่อเขาได้บอกเอาไว้ว่าเขาเป็นสารขัดฟัน

เพราะฉะนั้นการที่มีสารขัดฟันอยู่สูงเขาก็จะขัดฟันของคุณออกไปเยอะโดยคุณจะเลือกใช้ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งไว้ใช้สักหลอดนึงให้คุณเอายี่ห้อและรุ่นของเขาไปค้นหาใมนข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเขาจะมีข้อมูลจำเพราะเลยว่าค่าRDAของยาสีฟันยี่ห้อนั้นๆรุ่นนั้นๆมีค่าเท่าไหร่

ซึ่งถ้าไม่เกิน250ถือว่าโอเคเราพอจะแบ่งกลุ่มของเขาได้ออกเป็น3ประเภทกลุ่มที่1คือกลุ่มสารขัดฟัน กลุ่มแรกถือว่าจำเป็นมากๆสำหรับยาสีฟันไวท์เทนนิ่งเลยเพราะทุกยี่ห้อจะใส่สารขัดฟันเอาไว้โดยการทำงานของสารขัดฟันนี้จะช่วยขจัดครอบสีต่างๆบนตัวฟันแล้วทำให้ฟันของเรากลับมาขาวได้

แต่ย้ำขาวได้เท่าที่ระดับความขาวเดิมในธรรมชาติเราเท่านั้นสำหรับใครเดิมที่ฟันเหลืองอยู่แล้วก็อาจจะช่วยทำให้ฟันของคุณไม่เหลืองจนมากเกินไปเพราสารขัดฟันเพียงเอาแค่ข้าวที่ติดอยู่ภายนอกผิวฟันเอาออกไปไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนสีภายในของเนื้อฟัน

ดังนั้นสารขัดฟันที่มีอยู่ใมนตัวยาสีฟันไวท์เทนนิ่งที่มีความนิยมใช้กันได้แก่ สารกลุ่มHydrated Silica สารกลุ่มAlumina สารกลุ่มแคลเซียม และ กลุ่มอื่นๆอีกเช่น เบกกิ้งโซดาเป็นต้นต่อมาจะเป็นยาสีฟันไวท์เทนนิ่งประเภทที่2กันกลุ่มที่เรียกว่าพิเศษใส่ทุกอย่างคือเป็นยาสีฟันปกติ

ใส่สารขัดฟันด้วยสารขจัดคราบฟันสารเปอร์ออกไซด์สารฟลูออไรด์สารสีฟ้าเข้าไปด้วยในยาสรฟันไวท์เทนนิ่งก็อาจจะมีการเพิ่มสารเคมีบางตัวเช่น Enzyme Sodium Citrate Tetrasodium Pyrophosphate Sodium Trimetetaphosphate และ Sodium Hexametaphosphate

ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้คราบสีมาเกาะฟันและยังป้องกันการเกิดหินปูนด้วยเพราะคราบสีจะติดได้ง่ายขึ้นถ้าหากคุณมีหินปูนแต่จากการวิจัยพบว่าสารขจัดคราบฟันเหล่านี้ช่วยให้ฟันของคุณขาวน้อยมากเพราะยังไงก็แล้วแต่ต้องพึ่งการขัดสีจากสารขัดสีเป็นหลักอยู่ดี

สารเคมีกลุ่มที่สามกลุ่มสารเคมีสารสีฟ้ายาสีฟันไวท์เทนนิ่งบางยี่ห้อนอกจากจะมีสารขัดฟันหรือสารขจัดคราบฟันแล้วยังใช้สีสะท้อนเช่นการใช้สีฟ้าผสมลงไปใมนยาสีฟันด้วย

ดังนั้นเมื่อแปรงฟันแล้วสารสีฟ้าเหล่านี้จะไปเกาะอยู่ที่ฟันของคุณเวลามองสะท้อนแสงก็จะมองเห็นฟันขาวขึ้นเมื่อใช่เพียงแค่ครั้งเดียวก็จะเห็นฟันขาวขึ้นทันที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ole777

ยาลดไขมันรู้ไว้ปลอดภัยกว่า

ยาลดไขมันรู้ไว้ปลอดภัยกว่า

ซึ่งเราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับคอเลสเตอรอลว่าเมื่อไหร่ที่คุณจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาแน่ๆหมายความว่าคุณหมอจะแนะนำว่าจะต้องรับประทานยาเพราะว่าในตอนนี้มักจะสับสนกันว่าคอเลสเตอรอลสูงสรุปแล้วมันจำเป้นที่จะต้องรับประทานยาหรือเปล่าแบบนี้ตัวเลขเท่าไหร่ถึงจะทานยาและบางคนกินยาเข้าไปแล้วก็มีผลแทรกซ้อนได้ยินมามันค่อนข้างที่จะน่ากลัวไม่ขอกินยาได้ไหม

นอกจากนี้เราก็จะมาบอกว่าเมื่อไหร่แล้วที่จะแนะนำมากๆที่จะให้กินยามีอยู่ด้วยกันแบบเน้นๆไปเลยคือเมื่อก่อนสักประมาณปี2013มันก็ได้มีไกด์ไลน์ออกมาหรือข้อแนะนำว่าถ้าคอเลสเตอรอลมากกว่า200และตัวLDLคอเลสเตอรอลตัวที่นิสัยไม่ดีมากกว่า100แนะนำใหกินยาแล้วเพื่อลดระดับไขมันที่อยู่ในเลือด

ดังนั้นในตัวยาลดระดับไขมันในเลือดมันก็จะมีผลแทรกซ้อนต่างๆมากบ้างน้อยบ้างตามแต่ละคนตามแต่ละท่านเพราะฉะนั้นหลังๆแล้วนี่เขาก็จะพยามให้คุณกินยาเพื่อลดลงและจะต้องได้ผลมากที่สุดและเหมาะสมที่สุดไม่ใช่ว่ากินยาไปเรื่อยเราไม่จำเป็นต้องกินก็ไม่ต้องกิน

เนื่องจากนี้ก็ได้มีการสรุปผลออกมาล่าสุดในปี2018ได้มีการประชุมเอาคนนั้นมาประชุมเยอะแยะมากมายเขาก็ได้แบ่งออกมาที่มีความเสี่ยงสูงที่เราควรจะแนะนำว่าจะต้องกินยาเลยและลองดูว่าถ้าคุณเป็นคนในกลุ่มนี้แล้วยังไม่ได้รับยาอาจจะต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวดูว่าแบบนี้มันน่ากลัวพอหรือยังหรือว่ามันมีลายละเอียดอะไรบ้างที่มีความจำเป้นที่จะต้องกินยาแล้ว

เพราะฉะนั้นแล้วคุณมีประวัตโรคหลอดเลือดต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเจ็บหน้าอกเล็กน้อยเจ็บหน้าอกมากแต่ได้รับการตรวจว่าหน้าจะเกี่ยวกับโรคโรคหัวใจและอันต่อมาคุณมีโรคหลอดเลือดสมองเคยปากเบี้ยวมือชามือขยับไม่ได้น้ำลายไหลแบบนี้เขาเรียกว่าเป็นแปปเดียวแล้วหายอยู่จริงๆตามืดบอดแล้วก็กลับมามองเห็นได้แบบนี้อาจจะต้องแนะนำให้กินยาในกลุ่มขอลดไขมันในเส้นเลือดหรือว่ากลุ่มที่ควรผ่าตัดรักษาหลอดเลือดต่างๆตามตัวตามร่างกายที่เกิดจากหลอดเลือดอุดตัน

ซึ่งเราขอแนะนำว่าให้คุณกินยาดไขมันในเส้นเลือดถ้าตัวไขมันไม่ดีตัวLDLเหล่านั้นไม่ดีมากกว่า70และมีอาการหรือว่ามีโรคที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้วคุณควรที่จะรับประทานยาลดไขมันในเส้นเลือดที่นี้เรามาดูต่อก็จะเป็นตัวของไขมันไม่ดีLDLที่มันมากกว่า190แนะนำให้กินยาลดไขมันในเส้นเลือดเราจะได้ประโยชน์มากกว่าโทษของมันที่เป็นอะไรเล็กๆน้อยๆจะได้ประโยชน์มากกว่า

 

สนับสนุนโดย    918kiss ทรูวอเลท ไม่มีขั้นต่ำ

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa