กินอย่างไรให้อยู่ในปริมาณที่พอดีไม่อ้วน

กินอย่างไรให้อยู่ในปริมาณที่พอดีไม่อ้วน

สำหรับเรื่องอาหารกับโรคต่างๆนั้นเราอย่างจะบอกว่าเราจะต้องมีสติในการรับประทานอาหาร ส่วนมากแล้วเราจะแนะนำให้มีการจดเอาไว้เหมือนกับทำบัญชีค่าใช้จ่าย ซึ่งมันก็อาจจะเหมือนกันกับคนกินและถ้าหากว่าเราจดเอาไว้และเราไม่รู้เลยว่าในอาหารแต่ละจานนั้นมันได้ให้พลังงานมากเท่าไหร่ ซึ่งตรงจุดนี้มันจะมีวิธีการประเมิลเอาคร่าวๆ

และกินอย่างไรถึงจะเหมาะสมในแต่ละเพศ ซึ่งเราก็จะดูในเรื่องของน้ำหนักและเพศกับอายุโดยเฉลี่ยนแล้วถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็จะประมาณ25-30แคลลอรี่ต่อน้ำหนักตัวกิโลหนึ่งต่อวัน แต่อันนี้ไม่สามารถที่จะนำเอาไปใช้กับคนอ้วนไม่ได้ถ้าหากว่าคุณมีน้ำหนัก150และคุณกินวันละ4,500มันจะสองเท่าของที่มันจะเป็นมันจะไม่ได้เพราะฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่แต่ละบุคคลคนและเขาก็จะคิดในสิ่งที่มันควรจะเป็นและ สำหรับอาหารที่เรารับประทานกันทุกๆมื้อเราจะรู้ันได้อย่างไรว่ามันจะมีกี่แคลลอรี่

ซึ่งเราจะบอกเอาให้ง่ายๆมากที่สุดเลยแล้วกันถ้าหากว่าวันนี้เราไปถามอากู๊กูเกิลมันก็จะมีตารางขึ้นมาเลยว่าอาหารเหล่านี้โดยประมาณแล้วมันจะมีปริมาณเท่าไหร่แต่ของบ้านเรานั้นข้าวมันไก่เจ้านี้กับเจ้านู้นมันอาจจะไม่เท่ากันมันก็จะแล้วแต่ว่าน้ำมันของเขามันจะเยอะมั้ยเอาเนื้อส่วนอกหรือสะโพกมันก็จะมีไขมันที่แตกต่างกันออกไป

และอย่างข้างขาหมูถ้าหากว่าเราไม่ได้สั่งพิเศษหรืออะไรมันก็จะประมาณ600-700แล้วคุรลองคิดดูสิวว่าข้าวก็เยอะแล้วไหนจะเนื้อหมูหนังหมูและน้ำที่ราดข้าวไขมันกับน้ำตาลทั้งนั้นอย่างต่ำเลยมันจะต้องมีประมาณ600แคลลอรี่แล้วอย่างต่ำและสำหรับคนที่ได้พลังงานเป็นประจำที่ทำงานในที่โล้งแจ้งตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงเย็นสามารถที่จะรับประทานแบบนี้ได้หรือไม่ รับประทานได้เลยไม่ต้องกลัวไม่เป็นไรเราลองคิดดูสิเช่นนักกีฬาเขารับประทานกันวันหนึ่งประมาณ3,000-4,000

พวกที่ปั้นจักรยานพวกที่ไปซ่อมวิ่งพวกที่ใช้พลังงานเยอะมากแต่ถ้าคนเหล่านี้ได้หยุดออกกำลังกายไปแล้วและได้รับประทานอาหารเหมือนเดิมเขาก็จะอ้วนขึ้นมาทันทีซึ่งเราจะเห็นเลยว่าพวกนักกีฬาที่เขาได้ออกแรงกันอย่างหนักเลยอย่างบอกนักฟุตบอลอะไรประมาณนี้ถ้ายังอยู่ในช่วงฝึกซ้อมเขาก็จะผอมแต่ถ้าว่ามันจะมีในช่วงที่ได้พักพวกนี้ก็จะมีน้ำหนักขึ้นมาทันที

อย่ามหาสารเลยถ้าไม่ควบคุมสารอาหารและเราก็อยากจะบอกเลยว่าที่เราได้ยกตัวอย่างว่านักกีฬาเขากินแบบนี้กับกิจกรรมของเขา เขาทำได้เพราะเขาซ้อมวันหนึ่งประมาณวันละ4-5ชั่วโมงมันจะไม่อ้วนไปกว่านี้เพราะเขาได้มีการใช้พลังงาน

 

ขอขอบคุณ  entaplay poker  ที่ให้การสนับสนุน

เทรนด์สีผมยอดฮิตตลอดกาล

เทรนด์สีผมยอดฮิตตลอดกาล

สีผมเป็นการใช้เทคโนโลยีในด้านสารเคมีเพื่อเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีที่ต้องการได้ เพราะด้วยสีผมปกติของคนเรานั้นโดยธรรมชาติสีผมคนเอเชียนั้นจะมีสีผมที่เป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้มจะมีส่วนน้อยมากที่จะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ทำให้ในบางครั้งคนเอเชียก็อยากที่จะเปลี่ยนสีผมให้มีความแปลกใหม่และให้รู้สึกว่าสีผมนั้นไม่น่าเบื่อ

เพราะการที่เราจะมีสีผมเป็นสีธรรมชาติถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก มาทำให้การทำสีผมเป็นเรื่องสนุกกันเถะถึงแม้ว่าการทำสีผมบ่อยนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ทำลายสุขภาพเส้นผมและทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับผมและหนังศีรษะต่างๆได้แต่ในปัจจุบันก็ถือว่าเทคโนโลยีในนำสารเคมีมาใช้เพื่อทำสีผมนั้นมีการพัฒนาไปอย่างมากแบะมีการนำส่วนผสมของธรรมชาติเข้ามาช่วยเพื่อเปลี่นสีผมได้ ทำให้การทำสีผมจึงในปัจจุบันจึงไม่ได้รับความเสียหายเท่าในการทำสีผมในสมัยก่อน และสีปมที่เป็นสีผมยอดฮิตตลอดกาลไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีสีนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ

สีบอร์น ถือว่าเป็นสียอดฮิตตลอดการเลยก็ว่าได้ไม่ว้าวลาจะผ่านไปนานแค่นี้สีบอร์นก็ยังเป็นสรในใจใครหลายๆคน เพราะเนื่องจากผมธรรมชาติขิงเรานั้นจะเป็นสีเข้มและการทำผมให้เป็นสีบอร์นถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความน่าสนใจและทำให้ในการเปลี่ยนสีผมจากสีผมธรรมชาติเป็นผมสีบอร์นนั้นถือว่าเป็นรื่องที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เปลี่ยนสีผมเลยด้วยและเป็นงานยากของช่างทำสีผมด้วยทีเดียว เพราะในการที่จะปลี่ยนสีผมจากผมสีธรรมชาตินั้นไปเป็นสีบอร์นก็จะต้องมีการฟอกสีผม

เพื่อให้สีผมนั้นมีความอ่อนที่สุดและการทำสีผมสีบอร์นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผมเสียมากที่สุดด้วยนั่นเอง คนทำผมสีบอร์นนั้นจะได้ลุ๊คที่เปรี้ยวซ่าและถ้าหากเสริมการแต่งหน้าที่เฉี่ยวคมเข้าไปนั้นก็จะทำให้เรานั้นเหมือนฝรั่งได้เลย แต่หากทำผมสีบอร์นแล้วไม่มีการแต่งหน้าบอกเลยว่าตายสถานเดียวเพราะการทำผมสีอ่อนนั้นจะขับสีผิวบนหน้าของเราให้ซีดลงดังนั้นการแต่งหน้าก็จะเป็นการเสริมลุ๊คของคนที่ทำผมสีบอร์นให้มีเสน่ห์มากขึ้น

สีน้ำตาลอ่อน เนื่องจากผมโดยธรรมชาติขิงเราเป็นสีดำหรือน้ำตาบเข้ม สำหรับคนที่ไม่ชอบเล่นสีมากต้องการความธรรมชาติแต่ดูผมสวยขึ้นก็นิยมทำสีน้ำตาลอ่อนและเป็นสีที่ทำง่ายและโดยส่วนใหญ่จะไม่ต้องผ่านการกัดหรือฟอกสีผมก็จะทำให้ผมเสียน้อยลง การทำสีผมน้ำตาลอ่อนนั้นจะเป็นการลงทีย้อมผมที่เป็นสีส่างกว่าสีผมเพื่อให้สีผมมีความอ่อนลงและกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีนี้เป็นสีที่เข้ากับทุกสีผิวและสำหรับคนผวคล้ำก็จะช่วยขับสีผิวให้ดูสว่างขึ้นได้

สีเทาหม่น เป็นสีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยสีนี้นั้นสามารถทำเป็นสีเพียงๆได้เลยแต่ก็จะต้องมีการกัดและฟอสีผมนั่นเองถึงจะได้เป็สีเทาหม่นที่ต้องการแต่หากสำหรับคนที่ไม่ต้องการให้ออกสีมากนักก็มักจะย้อมเป็นสีเทาหม่นที่มีการผสมกับสีอื่นๆ เช่น น้ำตาลประกายเทาหม่น เป็นต้น และยังคงเป็นสีที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอเพราะโดยเฉพาะสีน้ำตาลเทาหม่นนั้นเพราะการทำผมสีนี้จะเป็นการสร้างลูกเล่นให้กับผมเมื่ออกแดจะมีความประกายถือว่าสวยมากเลยทีเดียว

ชอบสีไหนก็สามารถที่จะไปลองทำดูได้ แต่ที่สำคัญสิ่งที่ต้องทำหลังจากการทำสีผมก็คือการใช้ทรีทเมนส์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ดีเพื่อให้สีนั้นติดทนและช่วยแก้ไขปัญหาผมเสียได้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  next88

ปรับวิถีชีวิตสร้างสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

ปรับวิถีชีวิตสร้างสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตสร้างร่างกายที่แข็งแรงนั้น หากพุดแล้วก็คือการปรับการใช้ชีวิต การกิน วิธีการทำกิจกรรมต่างๆของให้ดียิ่งขึ้นหรือกระบวนการทำให้สุขภาพพวกเรานั้นดียิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งมองดูแล้วบางทีก็อาจจะเกิดเรื่องที่ทำได้ยาก

แต่ว่าแน่ๆว่าพวกเราสามารถทำได้โดยการค่อยๆเปลี่ยนทีละนิดเพื่อนำไปสู่ความเคลื่อนไหวทั้งสิ้นนั่นเอง เริ่มจากการค่อยๆทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ฝึกฝนรับประทานสิ่งที่ไม่เคยรับประทานรวมทั้งละเลิกสิ่งที่ทำหรือรับประทานแล้วไม่เป็นผลดีสำหรับสุขภาพนั่นเอง พวกเราจะต้องเริ่มจากกการหาสาเหตุของสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของพวกเราหรือตัวการที่ทำให้พวกเรามีความรู้สึกเจ็บป่วยไข้นั่นเอง และก็มีเพียงแต่ไม่กี่อย่างที่พวกเราจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดลักษณะของการป่วยนั้นแล้วหรือบางทีอาจจะเปลี่ยนแปลงในขณะที่สุขภาพยังดีอยู่ก็สามารถทำได้ด้วยเหมือนกัน

ดังเช่นของกินที่เคยกินแล้วก่อให้เกิดลักษณะของการป่วยต่างๆก็งดเว้นการกินสิ่งพวกนั้น ได้แก่ ของหวานที่มีความหวานหรือขนมที่มีความมัน ไม่ว่าจะเป็นคุกกี้ ของหวานกรุบกรอบ ครีมเทียม น้ำอัดลมต่างๆและหันมากินของที่ไม่เคยทานแต่ว่าทานแล้วทำให้หายจากลักษณะของการป่วยได้ ตัวอย่างเช่น ผักทั้งหลายแหล่ ผลไม้หรือถั่วชนิดต่างๆข้าวก็หันมารับประทานข้าวกล้องและก็แป้งก็ควรจะรับประทานแป้งที่ไม่มีการขัดสีเพื่อทำให้มีประโยชน์ต่อสถาพทางร่างกายนั่นเอง

การับประทานเนื้อสัตว์ในจำนวนที่ลดลงแต่ว่าไม่ต้องถึงขนาดงดเว้นเพราะว่าอาจส่งผลให้ร่างกายนั้นขาดสารอาหารได้นั่นเอง โดยเหตุนี้การทานอาหารน่าจะทานอาหารให้ครบ5หมู่ในจำนวนที่ร่างกายต้องการด้วย

การบริหารร่างกายเป็นเรื่องสำคัญต่อร่างกายมากๆแม้ไม่เคยบริหารร่างกายก็เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและก็แบ่งเวลาสำหรับการบริหารร่างกายด้วย แล้วก็การบริหารร่างกายเพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงนั้น ก็ต้องเป็นการบริหารร่างกายที่มีลักษณะหนักพอเหมาะและก็ให้ความรู้สึกเหนื่อยโดยประมาณครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำรวมทั้งควรจะทำบ่อยเป็นประจำรวมทั้งเป็นประจำด้วยอย่างต่ำอาทิตย์ละ5ครั้งก็นับว่าพอเพียงต่อร่างกายที่ดี

ความตึงเครียด บางครั้งก็นำไปสู่ลักษณะการเจ็บป่วยไข้ได้เหมือนกันเพราะเหตุว่าบางทีถ้าหากมีการบริหารร่างกายรวมทั้งกินอาหารที่ก็ดีนั้นแต่ว่าถ้าหากยังไม่มีการจัดการกับความตึงเครียดก็อาจทำให้ไม่สบายในบางครั้งได้นั่นเอง ฉะนั้นการจัดการกับความตึงเครียดนั้นก็เลยนับว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องให้ความใส่ใจเช่นเดียวกัน เป็นการมีสติสัมปชัญญะแล้วก็การควบคุมอารมณ์ที่ดีนั่นเอง กระทำตัวเองให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอเวลาแล้วก็ควรจะดูมองโลกในแง่ดีด้วยรวมทั้งการนอนพักให้พอเพียงก็จะช่วยลดความเคร่งเครียดได้

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ entaplay

มารู้จักไข้หวัดหมู G4 กันเถอะ 

มารู้จักไข้หวัดหมู G4 กันเถอะ 

      หลายคนคงอาจจะยังไม่เคยรู้จักว่าไข้หวัดหมู G4 นั้นเป็นอย่างไรวันนี้เราจะมาพูดถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ซึ่งเป็นสายพันธุ์ G4 ที่เกิดขึ้นมาจากหมูนั่นเองสำหรับไข้หวัดหมู 4 ปีนี้ถือได้ว่ามีการกลายพันธุ์และพัฒนามาจากเชื้อไวรัส H1N1 2009 ซึ่งไวรัสชนิดนี้มีการระบาดมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2552

ซึ่งในครั้งนั้นไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ถือว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ที่มีความร้ายแรงเป็นอย่างมากแต่ในที่สุดทางการแพทย์ก็สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วยการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ออกมาแต่อย่างไรก็ตามเมื่อไม่กี่วันมานี้เองได้มีการค้นพบไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ซึ่งมีการระบุเอาไว้ว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ชนิดนี้นั้นเป็นสายพันธุ์   G4 EA H1N1  

ซึ่งตอนนี้กำลังมีการค้นพบการระบาดเกิดขึ้นในประเทศจีน สำหรับลักษณะของอาการของไข้หวัดหมู G4 ในตอนนี้นั้นค้นพบจากการติดต่อกันระหว่างด้วยกันเองซึ่งยังไม่มีการค้นพบว่ามีการระบาดมาถึงคนแล้วแต่อย่างไรก็ตามก็ถือว่าต้องมีการระมัดระวังความปลอดภัยจากไข้หวัดชนิดนี้เอาไว้

เพราะไม่แน่ว่ามันจะสามารถกลายพันธุ์และติดจากสัตว์มาสู่คนได้เหมือนตอนนี้เรากำลังต่อสู้กับไวรัสโควิดซึ่งมันกลายพันธุ์มาจาก การติดเชื้อไวรัสของค้างคาวสู่ค้างคาวแล้ว ในที่สุดไวรัสชนิดนี้ก็สามารถแพร่มาถึงคนได้และปัจจุบันก็ทำให้คนทั้งโลกต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากเชื้อไวรัสชนิดนี้เลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเบื้องต้นนั้นทางการแพร่ได้ออกมาทำการวิจัยเกี่ยวกับระยะชนิดนี้ว่าลักษณะของเชื้อไวรัสนั้นมีลักษณะคล้ายกับเชื้อไวรัสของ  H1N1 2009

ดังนั้นหากมีการแพทย์มายังคนจริงๆก็สามารถใช้วัคซีนของการป้องกันติดเชื้อไวรัส H1N1 2009 เข้ามารักษาอาการของไข้หวัดหมู G4 ได้แต่อย่างไรก็ตามแต่ในขั้นตอนปัจจุบันนี้การที่เราป้องกันการติดเชื้อไวรัส covid นั้นก็สามารถที่จะทำให้เราป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดหมู G4 ได้เช่นเดียวกัน

เพราะการติดต่อของไข้หวัดหมู G4 นั้นก็เป็นลักษณะของการเป็นไข้หวัดซึ่งก็จะต้องใช้การติดกันผ่านทางเสมหะหรือน้ำลายนั่นเองดังนั้นการที่ปัจจุบันนี้เรามีการสวมใส่หน้ากากอนามัยรวมถึงการใส่เฟซชิว หรือแม้แต่การที่เราล้างมือบ่อยๆนั้นก็จะช่วยให้เรานั้นห่างไกลจากการติดเชื้อไข้หวัดหมู G4 ได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้นตอนนี้ปัญหาของไข้หวัดหมู G4 ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบการเฝ้าระวังว่ามันจะมีการกลายพันธุ์หรือไม่และมันจะสามารถติดต่อมาจากหมูมาสู่คนได้หรือไม่แต่อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อเรามีการระมัดระวังตนเองไม่ให้ติดเชื้อไวรัสโควิดได้แน่นอนว่าเชื้อไข้หวัดหมู G4 ก็จะติดเราไม่ได้เช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  rb88

โรคเบาหวานโรคร้ายใกล้ตัว

โรคเบาหวานโรคร้ายใกล้ตัว

เบาหวานจัดเป็นโรคที่มีลักษณะป่วยแบบเรื้อรังแต่ว่ามิได้จัดอยู่ในกลุ่มเป็นโรคที่จะสามารถติดต่อกันได้หากใกล้ชิดกัน เป็นโรคที่มีสาเหตุจากทั้งสองส่วน อีกทั้งทางพันธุกรรมรวมทั้งการดำรงชีวิตทุกวันรวมทั้งสภาพแวดล้อมต่างๆรอบกาย อาการโรคเบาหวานก็คือจะพบว่าน้ำตาลในเลือดสูง จะนำไปซึ่งความผิดปกติของรูปแบบการทำงานของระบบต่างๆทั่วอีกทั้งร่างกาย ก็จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ตั้งแต่สภาวะเฉียบพลันจนถึงไปถึงระยะเรื้อรังนั่นเอง

โดยเบาหวานนั้นจะถูกแบ่งได้เป็นจำพวกที่1 สามารถเจอได้ในช่วงวัยเด็กรวมทั้งวัยรุ่น แล้วก็ชนิดที่2 เป็นประเภทซึ่งสามารถเกิดโรคนี้ได้เป็นส่วนมากชอบเจอในช่วงอายุผู้ใหญ่ ก็จะมีลักษณะอาการที่ค่อยๆเป็นแล้วก็เริ่มเกิดการเรื้อรังนั่นเอง และก็โรคเบาหวานนั้นสามารถรักษาได้โดยการกินยาหรือใช้ยาสำหรับในการรักษาแล้วก็ควรจะมีการกินยาอย่างสม่ำเสมอจากที่แพทย์สั่งด้วยนั่นเอง

โดยยานั้นจะมีทั้งยาเม็ดซึ่งสามารถนำกลับมากินที่บ้านได้แล้วก็ยาฉีดแต่ว่ายาฉีดนั้นต้องเป็นการฉีดโดยหมอผู้ครอบครองไข้เพียงแค่นั้น แล้วก็สิ่งที่ควรจะทำในช่วงที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งก็คือการควบคุมเรื่องของอาหาร ควรจะกินอาหารที่ดีให้ประโยชน์แก่ร่างกายและก็งดเว้นหรือหลบหลีกของกินที่มีความหวานหรือน้ำตาลด้วย แล้วก็มีการบริหารร่างกายขั้นต่ำอาทิตย์ละ3-5ครั้ง รวมทั้งหากิจกรรมที่จะสามารถช่วยในเรื่องการลดความตึงเครียดได้รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยด้วยนั่นเอง

สิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานก็คือการเปลี่ยนแปลงการกระทำมีการติดตามผลของการรักษาของตนว่าดีขึ้นแล้วก็การดูแลตนเองที่มากขึ้น การหาความรู้เกี่ยวกับโรคที่ตนนั้นกำลังเป็นอยู่ว่าพวกเรานั้นจำเป็นจะต้องปฏิบัตินอย่างไรบ้างและก็การร่วมมือกับแพทย์เพื่อการดูแลและรักษาโรคเบาหวานนั้นเป็นไปอย่างมีคุณภาพด้วย และก็ถ้าหากว่าพวกเราเกิดเป็นโรคโรคเบาหวานไม่ว่าจะขั้นไหนนั้นพวกเราควรมีแรงใจสำหรับในการต่อสู้กับโรคนั่นเอง

ส่วนโรคเบาหวานและการลดหุ่นนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันโดยตรง เนื่องจากว่าคนจำนวนมากที่เป็นโรคเบาหวานนั้นน้ำหนักจะเกินอ้วนรวมทั้งถึงกับขนาดอ้วนมากทำให้พบน้ำตาลในเลือดสูงตั้งแต่อาการเบาไปกระทั่งหนักด้วย

ฉะนั้นการลดความอ้วนนับว่าเป็นแนวทางที่ช่วยลดการเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดโรคเบาหวานนั่นเองรวมถึงการลดการเสี่ยงในเรื่องของการเกิดความดัน ไขมัน โรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง โรคหัวใจ โรคข้อด้วย แล้วก็ทางโรงบาลส่วนมากนั้นเมื่อเจอคนป่วยที่เป็นโรคเบาหวานทางโรงพยาบาลก็มีศูนย์สำหรับในการช่วยควบคุมน้ำหนักให้ด้วยนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay online gambling

สิ่งที่จะทำให้เรานั้นเสี่ยงที่จะเป็นโรค Computer Vision Syndrome

สิ่งที่จะทำให้เรานั้นเสี่ยงที่จะเป็นโรค Computer Vision Syndrome

ปัจจุบันนี้ทุกคนต่างก็ใช้ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนด้วยกันทั้งนั้นเขาเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิต และแน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนปิดการทำงานถ้าจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์สมาร์ทโฟนแทบจะตลอดเวลาดังนั้นจึงทำให้หลายคนที่ต้องมีการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ตลอด

เวลานั้นมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของทางด้านสายตานั่นเอง  ซึ่งคุณรู้ไหมว่าการที่เรามีปัญหาด้านสายตามันกำลังบอกว่าเรานั้นกำลังเป็นโรคชนิดหนึ่งโดยโรคชนิดนี้เขาเรียกกันว่าโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมซึ่งโลกชนิดนี้นั้นจะพบมากในกลุ่มคนที่ใช้อุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีแบบนี้เป็นระยะเวลานานๆ 

        หากใครยังไม่รู้ว่าโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมนั้นมีอาการเป็นแบบไหนเรามาดูกันเลยค่ะเลยบอกได้เลยว่าคนที่มีอาการตั้งแต่มีปัญหาเรื่องของสายตาเช่นมีอาการปวดเมื่อยสายตามีอาการตาพร่ามัวหรือมีอาการแสบตาบ่งถึงอาการตาแห้งและบางครั้งก็เกิดอาการตาสู้แสงไม่ได้หรือบางคนก็ปวดศีรษะรวมถึงการที่เราปวดเมื่อยเนื้อตัวไม่ว่าจะเป็นไหล่หรือคออาการเหล่านี้เรียกได้ว่าคุณกำลังเริ่มต้นของการเป็นโรคพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมแล้วค่ะ

ซึ่งสาเหตุหลักๆของคนที่เป็นโรคชนิดนี้นั่นก็คือการที่พวกเขาเหล่านั้นต้องมีการใช้งานคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเป็นระยะเวลานานๆโดยต่อวันนั้นมีการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของการทำอย่างอื่นและการที่เรานั้นใช้งานอย่างต่อเนื่องเกิน 3 ชั่วโมงขึ้นไปก็จะทำให้เรานั้นเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้อาการที่เราสังเกตได้ว่าเรากำลังเป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมนั้น

ให้เราสังเกตว่าหากตอนไหนที่เราอาจมีการซ่อมคอมพิวเตอร์ในบางครั้งที่เราอ่านหนังสือแล้วเรารู้สึกว่าสายตาของเรานั้นพล่าเลือน  มีอาการตาแห้งรวมถึงการที่เรานั้นกระพริบตาน้อยลงก็แสดงว่าเรายังอยู่ในข่ายที่กำลังเริ่มจะเป็นการที่เราอยู่ในห้องพี่แสงสว่างไม่พอหรือการที่เราต้องคอมพิวเตอร์ที่มีการตั้งแสงสะท้อนไว้ค่อนข้างมาก

หรือการที่เรานั่งท่านั่งทำงานเป็นท่านั่งที่ไม่เหมาะสมและการวางระดับคอมพิวเตอร์กับระดับสายตานั้นไม่เหมาะสมการตั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ระยะห่างสิ่งต่างๆเหล่านี้จะส่งผลทำให้เราเสี่ยงที่จะเป็นโรคคอมพิวเตอร์ซินโดรมด้วยกันทั้งสิ้นรวมถึงกรณีที่เรามีการพิมพ์ข้อความหากเรามีการพิมพ์ตัวหนังสือเล็กมากจนเกินไปก็จะส่งผลให้สายตาของเรานั้นต้องเพ่งมองเห็นการใช้สายตาอย่างหนักซึ่งก็จะทำให้เราเสี่ยงที่จะเป็นโรคพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมเหมือนกัน

 

 

สนับสนุนโดย  next88 ทางเข้า

ไวรัสโควิช- ไม่ชอบความร้อน ดังนั้นสามารถใช้แสง UV ฆ่าเชื้อได้

ไวรัสโควิช- ไม่ชอบความร้อน ดังนั้นสามารถใช้แสง UV ฆ่าเชื้อได้

           โดยปกติแล้วคนเรานั้นมักจะกลัวแสง UV กันเป็นอย่างมากเพราะแสง UV นั้นมักจะทำร้ายผิวของเราให้มีผิวสีคล้ำและยังอาจทำให้เป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วยแต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการ ระบาดของไวรัสโควิดเข้ามา ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องมีการวิจัยกันมากขึ้นว่าแท้ที่จริงแล้วเราสามารถที่จะกำจัดตัวไวรัส covid นี้

ได้อย่างไรซึ่งแน่นอนว่าเราทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ไวรัส covid นั้นจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพอากาศที่มีอากาศเย็นยิ่งเย็นมากมันก็จะอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้นอย่างเช่นถ้าอยู่ในอากาศที่มีความชื้นหรืออากาศเย็นติดลบถึง 14 องศาเป็นต้นไปเจ้าเชื้อไวรัสโควิคนี้สามารถอยู่กับเราได้นานถึง 2 ปีเลยทีเดียว

ในขณะที่ท่าอากาศยิ่งร้อนขึ้นมาตัวเชื้อนั้นก็จะยิ่งมีชีวิตอยู่ได้น้อยลงดังนั้นจึงทำให้เห็นได้ว่าในประเทศที่มีอากาศเย็นเช่นประเทศทางฝั่งยุโรปและอเมริกาจะมีการระบาดของไวรัส โควิด ค่อนข้างมากเพราะว่าด้วยอากาศที่เหมาะสมกับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสนั่นเองในขณะที่เปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้วเราจะเห็นได้ว่าเชื้อไวรัสในประเทศไทยนั้น

แทบจะมีโอกาสกระจายได้น้อยมากเนื่องจากว่าประเทศไทยนั้นอากาศร้อนจัด เชื้อไวรัสไม่สามารถที่จะคงอยู่ได้นานเต็มที่ก็อยู่ได้ประมาณ 3-4 วันเท่านั้นแต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าอยู่ในกลางแจ้งแล้วแล้วก็เชื้อไวรัสก็จะตายภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเองนี่จึงเป็นผลดีของประเทศไทยที่ทำให้ประเทศไทยนั้นได้รับผลกระทบจากการกระจายของเชื้อไวรัสน้อยมากหากเทียบกับประเทศอื่นๆในโซนที่มีอากาศเย็นแต่อย่างไรก็ตามทางด้านประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น

ก็ได้ออกมาทำการวิจัยถึงการที่พวกเขานั้นจะสามารถกำจัดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้โดยทางสถาบันเทคโนโลยีอิสราเอลเหนือและทีมวิจัยของประเทศอื่นๆต่างก็ค้นพบกันเราว่าเขาสามารถที่จะใช้แสงยูวีหรือที่เราเรียกกันว่าแสงอัลตราไวโอเลตนั้นมาทำร้ายเจ้าเชื้อไวรัสชนิดนี้ซึ่งถ้าเกิดมีอยู่พื้นที่อยู่ในตัวอาคารแล้วแล้วก็แล้วก็สามารถที่จะใช้แสงต่างๆเหล่านั้น

ซึ่งเรามักจะติดตั้งไว้ภายในอาคารอยู่แล้วช่วยลดกำลังความสามารถในการมีอายุยืนของพวกไวรัสชนิดนี้ลงได้สำหรับการวิจัยค้นพบในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสถาบันวิจัยแค่แห่งเดียวเท่านั้นหลายๆสถาบันวิจัยต่างก็ค้นพบว่าหากในตัวอาคารนั้นมีเชื้อไวรัสค่อนข้างเยอะก็ให้เปิดแสง UV ให้เยอะๆเพื่อจะเป็นการทำลายเจ้าเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ส่วนทางด้าน

นอกนั้นเราก็สามารถที่จะกรองอันตรายจากเชื้อไวรัสได้ดีอย่างเช่นเราสามารถที่จะสวมใส่หน้ากากอนามัยดังนั้นจึงทำให้เป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ทั่วโลกจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสจะต้องลดลงอย่างแน่นอนเพราะนอกจากที่เราจะรู้วิธีการกำจัดเชื้อไวรัสด้วยการใช้แสง UV แล้วในอนาคตเราอาจจะไม่สามารถทำการผลิตวัคซีนที่จะสามารถยับยั้งการระบาดของไวรัสชนิดนี้ออกมาก็ได้

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay

ข้อดี ข้อเสีย ของการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting หรือ IF 16/8

ข้อดี ข้อเสีย ของการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting หรือ IF 16/8

ตอนนี้การลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting หรือ IF 16/8 นั้น เป็นวิธีการลดน้ำหนักยอดฮิตเลยทีเดียว เพราะว่าการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting หรือ IF 16/8 นั้น คนที่ทำน้ำหนักลดได้เห็นผลจริงนั้นเอง  แล้วการทำ Intermittent Fasting ก็คือ การที่เพื่อนๆ กินอาหารได้ระยะเวลา 8 ชั่วโมง และ อดอาหารเป็นระยะเวลา 16 ชั่วโมงนั้นเอง การกินแบบนี้จะช่วยทำให้เพื่อนๆเผาผลาญไขมันสะสมในร่างกายได้ดีขึ้น แต่ว่าการลดน้ำหนักแบบนี้ มีทั้งข้อดี และ ข้อเสียเหมือนกันนะ ทางที่ดีเพื่อนๆ ควรศึกษาให้ดีเกินเริ่มลดน้ำหนักกด้วยวิธีแบบนี้นะ เราไปดูดีกว่าว่า ข้อดีและข้อเสียของการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting หรือ IF 16/8 มีอะไรบ้าง

ข้อดีของการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF)

การลดน้ำหนัก สามารถทำให้เราลดน้ำหนักได้จริงและน้ำหนักที่ลดไปส่วนใหญ่เป็นไขมันที่สะสม เพราะร่างกายไปดึงไขมันสะสมในร่างกายไปเผาผลาญได้จริง และยิ่งช่วงเวลาที่อดอาหารจะทำให้การเผาผลาญไขมันสะสมได้เป็นอย่างดี

สามารถกินอาหารได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องกินแบบอาหารคลีน หรือ กินมังสวิรัติ หรือกินแต่ของสุขภาพอย่างเดียว สามารถกินอาหารแบบทั่วไปได้ บางคนเลยเลือกที่จะทำควบคู่ไปกับ คีโจเจนิก ไดเอท (Ketogenic Diet) หรือบางคนก็เลือกกินคู่กับการทำ คานิวัล ไดเอท (Carnivore diet) เพื่อกินลดน้ำหนักให้เห็นผลเร็วขึ้นไปอีก

สะดวกสำหรับทุกคน เพราะแต่ละคนสามารถเลือกเวลาเริ่มกินและหยุดกินอาหารตามที่ตัวเองสะดวกได้เลย แค่กินให้ครบตามชั่วโมงและอดอาหารตามชั่วโมงเท่านั้นเอง

ลีนไว กล้ามชัด และลดไขมันได้เยอะและรวดเร็ว การทำ Intermittent Fasting (IF) นั้น ดีเพราะไขมันสะสมจะเผาผลาญออกได้เร็วและคนที่ต้องการลีนหรือให้เห็นกล้ามนั้นจะเห็นผลเรื่องนี้ได้ไวขึ้น

ข้อเสียของการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF)

การทำ Intermittent Fasting (IF) จริงๆแล้วจะเหมาะกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนะ เพราะว่าการทำ Intermittent Fasting (IF) คือการที่เราไปเล่นกับฮอร์โมนในร่างกายเพื่อลดไขมัน และอาจจะทำให้ฮอร์โมนผิดปกติได้ ผู้หญิงบางคนประจำเดือนจะมาไม่ปกติตามไปด้วย

การเริ่มทำ Intermittent Fasting (IF) ช่วงแรกจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงและสมองทำงานช้าลงได้ จึงทำให้ร่างกายไม่สดชื่น แต่พอปรับตัวได้แล้วจะกลับมาปกติทุกอย่าง

ไม่เหมาะกับเด็กหรือคนอายุ ต่ำกว่า 18 ปี เพราะความต้องการของคนที่อายุไม่เกิน 18 ปี ยังอยู่ในช่วงการเจริญเติมโต แต่หากหันมาทำ Intermittent Fasting (IF) จะทำให้ขาดสารอาหารและเติบโตไม่ได้เต็มที่  

 

สนับสนุนโดย  dewabet

การกินแบบ คีโตเจนิก คือ อะไร ดีจริงหรือไม่ 

การกินแบบ คีโตเจนิก คือ อะไร ดีจริงหรือไม่ 

เพื่อนๆอาจจะลดน้ำหนักมาหลายรูปแบบ แล้วเพื่อนๆเคยลดน้ำหนักแบบ คีโตเจนิก ไหม บางคนอาจจะสงสัยว่าการทำ คีโตเจนนิก คือ อะไร แล้วมันช่วยลดน้ำหนักได้หรอ ดีสำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักแบบใหม่ๆอยู่ไหมนะ วันนี้เราเองจะมาบอกว่าการกิน คีโตเจนิก คืออะไร… การ กิน คีโตเจนิก หรือ ที่เรียนกันว่า คีโต ไอเอต คือ การกินไขมันเพื่อ

ลดไขมันละ… เพื่อนไม่ต้องตกใจนะ ใช่แล้ว คือการกินไขมันเพื่อลดไขมัน จริงๆ การกินแบบ ตีโตเจนิก เค้าจะเอาไขมันเข้าสู่ร่างกายเป็นหลักและกินโปรตีนกับคาร์โบไฮเดรตให้น้อยสุดๆ เพื่อที่จะให้ไขมันสะสมในร่างกายเรานั้นถูกนำออกมาเผาผลาญนั้นเอง!!

ทำไมกินไขมันแล้ว ถึงไปเผาผลาญไขมันในร่ากงาย เพื่อลดน้ำหนักได้ละ

คำตอบ คือ คนที่เป็นชาว คีโตเจนิก จะเน้นการกินไขมันเป็นหลักเลย และลดปรมาณแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด เพราะไม่ต้องการให้ร่างกายกินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเข้าไป แล้วกลายเป็นน้ำตาลในร่างกายนั้นเอง เพราะหากมีน้ำตาลในร่างกายร่างกายจะเลือกเผาผลาญพลังงานจากน้ำตาลก่อน ดังนั้นการลดแป้งและลดคาร์โบไฮเดรต

เพื่อให้ในร่างกายไม่มีพลังงานจากน้ำตาล และเข้าสู่สภาวะการไปเอาไขมันมาเผาผลาญ ที่เรียกว่า ภาว คีโตสิส ยังไงละ แต่คนที่เพิ่งเริ่งกินคีโตเจนิก อาจจะต้องให้เวลาร่างกายในการปรับตัว 2-3 สัปดาห์นะ เพราะมันจะทำให้ช่วงแรกๆของที่หันมากินคีโตเจนิก จะมีอาการอ่อนล้า เหนื่อยง่ายและเพลียง่าย แถมมีกินปากง่ายด้วยนะ

แต่ถ้าพอผ่านช่วงที่ร่างกายปรับตัวได้แล้ว ร่างกายจะนำไขมันมาเผาผลาญได้เป็นอย่างดีเลยละ และการเผาผลาญแบบคีโตสิส นั้นทำให้ไขมันของคนที่ทำวิธีลดได้เร็วมากๆด้วยนะ แต่ช่วงแรกที่น้ำหนักในร่ากงายที่หายไปจะเป็นน้ำสะส่วนใหญ่นะ เพราะว่าการที่เราไม่ได้กินคาร์โบไฮเดรต หรือ กินน้อยๆนั้น จะทำให้ร่างกายไม่อุ้มน้ำและมีการขับน้ำออกมาเยอะกว่าปกติ นั้นเอง ช่วงแรกในการลดลงอาจจะทำให้น้ำหนักดูลดลงเร็ว เพราะว่าน้ำในร่างกายถูกขับออกนั้นเอง แต่พอทำไปสักพักร่างกายจะทำการดึงไขมันมาเผาผลาญอย่างต่อเนื่องเองเลยละ 

ดีไหมสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก

คำตอบ ดีนะ ยิ่งสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักในช่วงระยะเวลาอันสั้น การกินแบบคีโตเจนิกจะทำให้ร่างกายลดน้ำหนัก หรือ ลดไขมันได้ ค่อนข้างไว้เลยทีเดียว แต่ก็มีข้อควรระวังหลังจากการออกจาการออกจาการกินแบบคีโตเจนิกนะ เพราะถ้าเพื่อนๆกลับมากินแป้งในจำนวนมากๆ เลยหลังจากออกจะทำให้ร่างกายตกใจและสะสมเป้นไขมันได้ง่ายนะ  ต้องค่อยเพิ่มปริมาณแป้งเอานะ ถึงจะไม่สะสมละ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน ถูกกฎหมาย

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa