5 ประโยชน์ดีๆที่ทำให้เราควรดื่มน้ำ

5 ประโยชน์ดีๆที่ทำให้เราควรดื่มน้ำ

 เชื่อว่าหลายคนคงรู้ว่าน้ำมีประโยชน์กับร่างกายมากเพียงใดและถ้าหากขาดน้ำจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรแต่ก็มักมีหลายคนที่มักจะกินน้ำน้อยไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการซึ่งผลกระทบจากการขาดน้ำนั้นมีอันตรายกับร่างกายเป็นอย่างมากโดยส่วนมากแล้วร่างกายมักจะต้องการน้ำในปริมาณต่อวันสำหรับเพศชายแล้วควรจะดื่มวันละประมาณ 3 ลิตรส่วนเพศหญิงควรจะดื่มประมาณ 2.5 ลิตรถึงจะเป็นปริมาณที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการเชื่อว่าหลายคนรู้ว่าน้ำที่เราดื่มเข้าไปจะไปช่วยเหลือร่างกายของเราอย่างไรได้บ้าง

แต่ถ้าหากใครอาจจะมีการหลงลืมประโยชน์ของน้ำวันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลดีดีของน้ำให้ทราบกันอีกครั้ง 

  1. การดื่มน้ำนั้นจะช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้นทำให้เราไม่อ้วนเพราะหากเรากินน้ำในประมาณที่พอเหมาะกระเพาะของเราก็จะได้รับน้ำซึ่งเมื่อน้ำเต็มกระเพาะเราก็จะไม่หิวและนอกจากนี้น้ำยังเข้าไปทำปฏิกิริยาในร่างกายของเราช่วยในเรื่องของการเผาผลาญอาหารในร่างกายและกำจัดไขมั
  2. นออกสู่ร่างกายดังนั้นถือว่าน้ำเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้
  3. น้ำจะช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายของเราได้โดยปกติแล้วน้ำจะถูกจำกัดออกมาทางปัสสวะและทางเหงื่อน้ำจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการที่จะกำจัดสารพิษออกจากร่างกายของเราและยังช่วยลดภาระการทำงานของไตเพราะน้ำจะเข้าไปเจือจางความเค็มรวมถึงแร่ธาตุต่างๆในไตให้ใจได้ทำงานน้อยลง
  4. การดื่มน้ำเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้เราไม่ท้องผูกเพราะน้ำไปสร้างความชุ่มชื้นให้กับลำไส้ทำให้อุจจาระไม่แข็งและถ่ายออกได้ง่าย
  5. กางกินน้ำเข้าไปให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการจะช่วยรักษาอาการปวดหัวซึ่งอาจจะเกิดจากภาวะของการขาดน้ำดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าหากเมื่อใดก็ตามที่เรามีอาการปวดไมเกรนหรือปวดหัวเราลองดื่มน้ำเข้าไปแล้วนอนหลับพักผ่อนจะสามารถช่วยให้เราหายจากอาการปวดหัวได้เช่นกัน
  6. การดื่มน้ำเข้าไปจะทำให้ร่างกายของเราอยู่ในอุณหภูมิที่ปกติเคยสังเกตไหมว่าบางครั้งเราจะรู้สึกหนาวสั่นจากข้างในหรือบางครั้งเราจะรู้สึกร้อนรุ่มจากข้างในดังนั้นการที่เรากินน้ำเข้าไปน้ำจะเข้าไปช่วยปรับสมดุลภายในร่างกายให้อุณหภูมิภายในร่างกายของเราเป็นปกติไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป ซึ่งถ้าหากร่างกายของเรามีอุณหภูมิที่ปกติก็จะทำให้ตัวเรารู้สึกกระฉับกระเฉง
ดีท็อกซ์สารพิษให้ออกจากร่างกาย

ดีท็อกซ์สารพิษให้ออกจากร่างกาย

สุดยอด 4 ผักที่จะช่วยดีท็อกซ์สารพิษให้ออกจากร่างกายได้

      การดีท็อกซ์สารพิษให้ออกจากร่างกายของเรานั้น คุณเชื่อไหมว่า ผักและผลไม้ที่เราซื้อกินกันอยู่ทุกวันนี้เป็นตัวช่วยในการดีท็อกซ์เอาสารพิษออกจากร่างกายได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่สะสมอยู่ในตับ หรือลำไส้ก็สามารถช่วยขับออกได้โดยที่เราไม่ต้องไปพึ่งยาแต่อย่างใด อีกทั้งการกินผักและผลไม้ก็จะช่วยบำรุงร่างกายและผิวพรรณของเราให้เปล่งปลั่งสดใส ไม่เหี่ยวย่น

วันนี้เราจะมาแนะนำกันว่าผักอะไรบ้างที่มีคุณสมบัติในการดีท็อกซ์ได้ดีเยี่ยมบ้าง

  • ผักกาดแดง หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า บีทรูท ลักษณะของผักชนิดนี้จะเป็นหัว ผ่ามาข้างในจะเป็นสีแดง ซึ่งในบีทรูทจะมีสารที่จะช่วยในเรื่องของการดีท็อกซ์สารพิษในตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญจะมีสารที่จะช่วยเกี่ยวกับการฟอกเลือดให้สารพิษในเลือดหมดไป
  • กะหล่ำปลี เชื่อว่าผักชนิดนี้คนส่วนใหญ่มักจะนิยมซื้อมาทำอาหารทานเพราะหาซื้อได้ง่ายและราคาก็ไม่แพงอีกด้วย ซึ่งว่ากันว่าในกะหล่ำปลีนั้นมีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านมะเร็งเป็นจำนวนมาก และหากใครที่อยากจะดีท็อกซ์ล้างสารพิษออกจากตับและ จำกัดสารพิษที่เกิดจากควันบุหรีแล้วละก็ การกินผักกะหล่ำปลีจะช่วยได้ เพราะในกะหล่ำปีมีสารอาหารหลายชนิดที่จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงปลอดภัยจากสารพิษที่เจือปนอยู่ในร่างกายได้ อีกทั้งยังสามารถทำความสะอาดทางเดินอาหารให้สะอาดปราศจากสารพิษอีกด้วย
  • ผักขึ้นฉ่าย  ผักที่เรานิยมมาประกอบอาหารโดยเฉพาะใส่กับผักผงกระหรี่หรือใส่ในต้มยำ หรือแม้แต่อาหารพวกยำ โดยส่วนมากแล้วเรามักจะกินผักขึ้นฉ่ายทั้งแบบสดสดและผ่านการปรุงแล้ว ซึ่งหากใครที่อยากล้างสารพิษออกจากร่างกาย หรือแม้แต่อยากป้องกันให้ตัวเองห่างไกลจากโรคมะเร็งการกินผักขึ้นฉ่ายจะได้ผลเป็นอย่างมากเพราะขึ้นฉ่ายมีคุณสมบัติที่จะช่วยกำจัดสารพิษจากควันบุรี่ออกจากร่างกายรวมถึงกำจัดสารพิษที่จะมาสร้างเซลล์มะเร็งออกจากร่างกายได้อีกด้วย
  • ผักคะน้า เชื่อว่าเป็นผักที่ทุกคนคงรู้จักและเคยกินกันมาบ้างแล้ว สำหรับผักคะน้านั้นจะมีสารที่จะช่วยดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกายและตับได้อย่างยอดเยี่ยม ยังเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูงซึ่งจะช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายและช่วยล้างทำความสะอาดลำไส้ ซึ่งหากจะเปรียบไปแล้ว ผักคะน้าก็มีคุณสมบัติที่เหมือนกับผักกะหล่ำปลีนั่นเอง ซึ่งผักคะน้านั้น หาซื้อได้ง่ายตามตลาดสดก็มีขายและราคาไม่แพงอีกด้วย 
การลดน้ำหนักแบบผิดๆ

การลดน้ำหนักแบบผิดๆ

หลายๆครั้งคนที่ลดน้ำหนักแล้วไม่เห็นผลไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจบางครั้งก็เจอคนที่ตั้งใจลดน้ำหนักแต่ก้ไม่สามารถที่จะลดน้ำหนักลงได้เป็นเพราะอะไรรู้หรือไม่ว่า เพราะเขานั้นได้มีความเชื่อที่ผิดๆแล้วถ้าอยากลดน้ำหนักจริงคงต้องอธิบายและก็แก้ความเชื่อเดิมๆนั้นออกไปก่อนแต่จริงๆแล้วในส่วนของการลดน้ำหนักนั้นมันมีหลายข้อเราจะมาอธิบายเกี่ยวกับข้อความผิดๆที่เข้าใจกันมาและวันนี้จะมาเหล่าเกี่ยวกับเรื่องที่เข้าจผิดก่อนแล้วกัน

ถ้าจะลดน้ำหนักต้องอดอาหาร หรือ ต้องอดข้าวเย็นห้ามกินหลัง5โมง6โมงเย็น

คนที่จะลดน้ำหนักนั้นจะบอกก่อนเลยว่าเราจะต้องควบคุมอาหารการกินแต่ว่าไม่ใช่อดอาหาร คำว่าควบคุมอาหารนั้นหมายถึงการควบคุมปริมาณอาหารหรือเราอาจจะต้องกินในปริมาณที่มันน้อยลงหรือเพราะที่เรานั้นอ้วนขึ้นมาได้อาจจะเป็นเพราะเรานั้นกินในปริมาณที่เยอะเกินไปที่นี้ในการคุมการกินปริมาณที่น้อยลงเราก็จะต้องดูคุณภาพของอาหารที่เรานั้นรับประทานด้วย หมายถึงว่าต่อให้กินน้อยลงจริงแต่ของที่เรากินนั้นที่มันเหลืน้อยๆนั้นมันก็จะต้องมาสารอาหารที่จะต้องใช้ได้ไม่ใช่ว่าคุณคุมอาหารกินอาหารปริมาณที่น้อยลงเสร็จแล้วและยังไปเลือกกินของที่แย่ๆโปรตีก็น้อยและมีแต่แป้งมีแต่น้ำตาลแบบนั้นและต่อให้คุณนั้นกินน้อยและต่อให้คุณอดอาหารคุณสามารถลดน้ำหนักได้จริงแค่เพีลงในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นเอง

แต่สำหรับในระยะยาวนั้นมันไม่เป็นผลดีอะไรเลย ทีนี้สำหรับคำว่าอดขอแยกแยะในการอดอาหารแบบผิดวิธีกับอดอาหารแบบ ไอเอฟ สำหรับคนที่อดอาหารแบบไอเอฟนั้นเขาจะกำเนิดในช่วงระยะเวลาการกินเอาไว้และในช่วงที่เขานั้นกินได้เขาก็จะกินเลือกกินของดีๆเพื่อให้ได้สารอาหารแบบครบถ้วนแต่สำหรับคนที่อดอาหารแบบไม่รู้วิธีและอดแบบผิดๆอย่างเช่นไม่กินมื้อเย็นและเที่ยวกับเช้าก็ยังกินแบบปกติกินแต่ของแย่ๆเหมือนเดิมอันนี้มันเป็นวิธีที่อดอาหารแบบผิดๆแบบไม่ถูกต้อง

สาเหตุที่มันไม่ถูกก็คือคนอ้วนนั้นเขาก็ชอบกินอยู่แล้วคุณไปอดไม่กินมันก็ทรมารอยู่แล้วและสารอาหารที่ได้มันก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายร่างกายก็จะสั่งให้เราหิวและก็จะหิวบ่อยหงุดหงิดแบบไม่มีความสุขและที่สำคัญก็คือ ฝืนทำแบบนี้นานๆก็อาจจะทำให้ระบบการเผาผลาญเรานั้นเสียเกิดอาหารโยโย่และในการลดน้ำหนักครั้งหน้ามันก็จะยิ่งยากขึ้นเผินๆมันก็อาจจะอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย

หากมีการจุกท้องขณะวิ่งควรฟังทางนี้

หากมีการจุกท้องขณะวิ่งควรฟังทางนี้

เคยเป็นบ้างหรือไม่ในขณะวิ่งมักจะมีอาการจุกท้องซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเหนื่อยได้ง่ายโดยหลักการเหล่านี้นำไปสู่การทำให้เราวิ่งไม่ไหวจนต้องอาศัยการเดินแทนหากอยากรู้วิธีการแก้ไขเกี่ยวกับวิธีการจุกเรานี้อ่านตามนี้ได้เลยจ้ะ

สำหรับบุคคลที่ต้องการออกกำลังกายแต่ดันเกิดอาการจุกท้องในขณะวิ่งบางคนถึงกับจุกไปถึงลิ้นปี่ซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นการทำให้เราท้อแท้ในการวิ่งบางคนถึงกับหมดแรงไม่อยากวิ่งอีกเลยซึ่ง ในบางคนมีอาการอกหักจุกมากปืนวิ่งต่อไปไม่ไหวอีกแล้วควรทำดังนี

ควรปฎิบัติก่อนจะไปออกกำลังกายดังนี้

ก่อนออกกำลังกายควรกินให้น้อยเท่าที่จะทำได้

การจุกท้องในขณะวิ่ง สิ่งหนึ่งมักเกิดจากการทานอาหารที่มากเกินไปก่อนไปวิ่งซึ่งในหลักความเป็นจริงแล้วท่านควรทานอาหารก่อนที่จะไปออกกำลังกายก่อน 2 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำซึ่งอาหารเหล่านั้นไม่ควรเน้นหนักควรเป็นอาหารมื้อเบาๆที่สามารถย่อยง่ายและปริมาณน้อยๆอีกด้วยดังนั้นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทคาร์โบไฮเดรตรวมทั้งอาหารที่เป็นไขมันเพราะร่างกายของเราใช้เวลาย่อยเวลานานดังนั้นอาหารเหล่านี้จึงเป็นการก่อให้เกิดการจุกในการวิ่งออกกำลังกายจริงๆ

ควรวอร์มอัพก่อนออกกำลังกายเสมอ

สำหรับการออกกำลังกายนั้นควรจะมี การวอร์มอัพเพื่อเป็นการหยุดกล้ามเนื้อช่วยให้กล้ามเนื้อขยายตัวเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการออกกำลังกายโดยการยืดเส้นยืดสายเหล่านี้มักจะทำให้กล้ามเนื้อของเรามีการยึดหยุ่นร่างกายทุกส่วนของเรามี ยืดเส้นยืดสายทำให้ช่วยระบบในการย่อยอาหารในกระเพาะของเราดีขึ้นซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการลดความจุของท้องเราได้

ในขณะวิ่งควรกำหนดลมหายใจให้ถูกต้อง

หลักการในการวิ่งรบกวนทำให้ถูกต้องโดยการถ้าวิ่งหรือการกำหนดลมหายใจก็ตามแต่ควรทำให้ถูกต้องซึ่งมันมีผลโดยตรงกับระบบภายในลักษณะการวิ่งที่ถูกต้องต้องอาศัยการหายใจทางจมูกและปล่อยลมออกโดยอาศัยจมูกและปากซึ่งหลักการเหล่านี้เป็นวิธี ที่ถูกต้องตามหลักการออกกำลังกายการสูดหายใจเข้าไปนั้นหากทำถูกวิธีจะเป็นการขยายปอดและเป็นการบังคับลมให้ออกมาจากกระเพาะของเราด้วยกันแขม่วท้องหลักการเหล่านี้หากมีการทำผิดอาจส่งผลให้เกิดการจุกเสียดตอนวิ่งได้ดังนั้นสิ่งต่างๆล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการวิ่งหรือการออกกำลังกายควรทำให้ถูกต้อง

ควรออกกำลังกายให้บ่อยๆทำให้ร่างกายชิน

ในการออกกำลังกายเราควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้ระบบของร่างกายของเรานั้นเกิดความชินและเกิดการพบพานที่ดีในขณะเดียวกันหากเราไม่ชอบออกกำลังกายหรือถ้านานไปครั้งจะมีอาการเหนื่อยหอบเพียงแค่ไม่กี่นาทีและสาเหตุเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนท้อในการวิ่งออกมั้งกายนั่นเองดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดควรจะค่อยค่อยวิ่งสลับกับเดินไป และขยับขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยตามแรงเหนื่อยของเราหากเราเหนื่อยน้อยลงก็เพิ่มวิ่งให้มากขึ้นไปเรื่อยเรื่อยและร่างกายของเราจะชินกับมันเอง 

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย 

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย 

ใครต่อใครต่างก็รู้ดีว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์มากซึ่งสิ่งนั้นต่างก็มีความที่ก่อให้เกิดในการกระตุ้นอารมณ์ของเราได้อีกด้วย จะมีใครรู้ถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายอย่างลึกซึ้งได้บ้างนอกจากที่มันจะช่วยให้เราแข็งแรงแล้วยังทำให้เรารู้สึกถึงสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยรวมทั้งยังทำให้ร่างกายของเราไม่อ้วนอีกด้วย 

 

ในการออกลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายเช่น 

การออกกำลังกายทำให้เรามีสังคมมากขึ้น 

สำหรับการออกกำลังกายนั้นช่วยเพิ่มโอกาสให้เรามีเพื่อนเยอะขึ้นซึ่งหนึ่งในนั้นจะช่วยให้เราขยันออกกำลังกายมากขึ้นเพราะเพื่อนเรานั้นจะเป็นการสนับสนุนให้เราขยันที่จะไปทำกิจกรรม กลางแจ้งถือได้ว่าช่วยสานสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนใหม่ที่มาออกกำลังกายทำให้เรามีสังคมเพิ่มมากขึ้นและมี เพื่อนเพิ่มมากขึ้นอีกด้ว 

การออกกำลังกายช่วยให้เราหลับได้สนิทขึ้น 

จะเห็นได้ว่า การออกกำลังกายเป็นการใช้พลังงานอย่างหนึ่งซึ่งมันจะทำให้ร่างกายเราพักผ่อนได้ยาวนานมากขึ้นหรือหลับนานขึ้นซึ่งนี่คือสิ่งที่สำคัญสำหรับบุคคลที่นอนไม่ค่อยหลับจะได้หลับยาวนานขึ้นและเป็นการแก้ปัญหาที่ทางการแพทย์ ได้แนะนำสำหรับวิธีนี้และคนไทยส่วนใหญ่มักจะนำวิธีนี้ไปใช้เพื่อเป็นการหลับให้ยาวนานขึ้นส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย 

การออกกำลังกายช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย 

หากมีการสังเกตเกี่ยวกับการออกกำลังกายจะเห็นได้ว่าไม่ว่าเรานั้นจะไปที่ไหนทำอะไรก็มักจะไม่เหนื่อยหรือเมื่อยมากกว่าบุคคลที่ไม่ ออกกำลังกายนั่นเองโดยสิ่งเหล่านี้หากทำเป็นประจำจะช่วยให้เนื้อเยื่อ และจะเป็นการทำให้ระบบสูบฉีดของหัวใจทำงานได้ดีขึ้นเลือดจะเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วยซึ่งจะนำมาให้หัวใจและ ปอดแข็งแรงขึ้นได้มากกว่าปกติ

สิ่งที่เรานั้นควรทำก็คือการออกกำลังกายโดยส่วนใหญ่ผู้ที่ไม่ค่อยชอบออกกำลังกายถือได้ว่าส่วนใหญ่นั้นมักจะมีปัญหาทางด้านสุขภาพ และสิ่งที่ส่งผลให้เห็นชัดที่สุดหากไม่ออกกำลังกายก็คือมักจะเจ็บป่วยบ่อย โดยบุคคลเหล่านี้มักจะไม่มีความต้านทานเกี่ยวกับร่างกายของตนเท่าไหร่นัก ยิ่งหากเรานั้นไม่เคยทำอะไรเลยในกิจวัฒนประจำวัน เอาแต่นั่นๆนอน ก็จะส่งผลให้ร่างกายของเราอ้วนและมีการเหนื่อยง่าย หายใจติดขัด ลำบากเวลาที่จะทำอะไรสักอย่างแน่นอน เพราะร่างกายไม่เคยถูกเผาพลาน จะเห็นได้บุคคลที่กินและก็นอนเหล่านั้นมักจะอ้วนมากกว่าบุคคลที่ทำงาน เพราะคนทำงานมีการขยับตนเองอยู่ตลอดเวลาและนั้นก็คือการออกกำลังกายแบบย่อยๆ หากเราทำงานแบบนั่นกับที่ก็เสี่ยงใหเป็นโรคอ้วนได้เลย            

การดูแลรักษาตับและสุขภาพที่เราควรรู้

การดูแลรักษาตับและสุขภาพที่เราควรรู้

หน้าที่ต่างๆของร่างกายพวกเรานั้นไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้เรื่องแน่ว่ามีเอาไว้ทำอะไร ซึ่งลักษณะการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายก็ต่างๆนาๆอีกด้วย อวัยวะภายในร่างกายของพวกเราก็มีมากมายหลายอย่าง อย่างเช่น ปอด ไต หัวใจ สมอง กระเพาะ ไส้ เล็ก-ใหญ่ ตับ และก็ฯลฯ

ซึ่งพวกเราอาจกล่าวได้ว่าหน้าที่สำคัญๆของการทำงานอวัยวะต่างๆพวกนั้นผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีก็อาจจะยังไม่รู้จักก็ได้ว่าอวัยวะพวกนั้นมีบทบาทหลักทำอะไร ตกได้แก่ตับ หลายท่านบางครั้งอาจจะพอเพียงทราบว่าตับมีบทบาทหลักทำอะไร แต่ว่าจะมีสักกี่ผู้ที่รู้ดีว่าตับของพวกเรานั้นมีความจำเป็นต่อสุขภาพของพวกเรามากมายน้อยเท่าใด และก็ตับนั้นมีบทบาททำอะไรบ้าง

พูดอีกนัยหนึ่งตับของพวกเราเปรียบเหมือนศูนย์กลางของร่างกายถ้าหากเทียบกับโรงงานก็น่าจะเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยตับนั้นจะมีการระงับเลือดสำหรับในการไหลเวียน เข้า – ออก ของเส้นโลหิตปริมาณ 3 เส้น ร่วมกัน บางครั้งก็อาจจะสรุปโดยประมาณได้ดังต่อไปนี้ ซึ่งก็คือ ตับ มีบทบาทรับวัตถุดิบ แล้วก็ผลิต ทั้งยังรักษา รวมทั้งยังตรวจทานประสิทธิภาพ แบ่ง ทั้งรอเก็บขยะรวมทั้งทิ้งขยะของเสียออกไปอีกด้วย

ผลสรุปสำหรับการปฏิบัติภารกิจของตับแบบง่ายๆมีดังตั้งแต่นี้ต่อไป

ตับของพวกเราพูดได้ว่าเป็นหน่วยที่รอรักษากฏเกณฑ์ ทั้งยังเป็นหน่วยสังเคราะห์ แล้วก็ยังปฏิบัติภารกิจรอส่งออกสินค้า ที่ตับนั้นสร้างขึ้นมาใช้ ตามสมควรที่ร่างกายของผู้คนปรารถนา ซึ่งการสร้างทั้งหลายแหล่กลุ่มนี้ถูกทำขึ้นมาเพื่อรอควบคุมการใช้แรงงานต่างๆได้แก่

  • น้ำตาลเดกซ์โทรส โปรตีน เพื่อนำไปใช้ชดเชยอวัยวะต่างๆที่ผุกร่อนทั่วร่างกายมนุษย์ รวมทั้งโปรตีนที่มนุษย์เราจำต้องใช้งานต่างๆอีกเยอะมาก
  • น้ำดี เพื่อใช้ย่อยอาหารที่เป็นไขมัน ซึ่งในเวลาเดียวกันตับก็ยังคงใช้ท้อน้ำดีเป็นวิถีทางที่รอขับของเสียออกอีกด้วย หรือข้าวของที่เป็นพิษที่ตับรอกรองเก็บไว้ ให้พ้นออกไปกับกากของกินผ่านทางไส้ของพวกเรานั้นเอง
  • เป็นหน่วยคลังเก็บของรักษา เก็บสิ่งต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อสภาพร่างกายมหนุษย์ เป็นต้นว่า วิตามินต่างๆแล้วก็แร่ที่สำคัญต่างๆ
  • เป็นหน่วยรอเก็บของที่เป็นพิษ อย่างเช่น ยาหรือเคมีรักษาโรค โลหะหนัก ทองแดง กระเป๋านต้น รอรวบรมไว้เพื่อพักคอยไว้ก่อนจะทิ้งออกนอกร่างกายของพวกเรานั้นเอง
  • ซึ่งตับเป็นหน่วยรักษาความสะอาด ที่ช่วยสำหรับในการกำจัดขยะหรือของเสีย หรือของที่เป็นพิษ และก็รอกำจัดของที่เป็นพิษให้หมดพิษไป

ตับของเรากล่าวได้ว่าเป็นหน่วยที่คอยรักษาซึ่งพวกเราอาจจะกล่าวว่าหน้าที่สำคัญๆของการทำงานบางทีอาจจะยังไม่เคยทราบก็ได้ว่าอวัยวะพวกนั้น

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa