วิธีการสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ตัวเองและครอบครัว

วิธีการสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ตัวเองและครอบครัว

จะเห็นได้ว่าในชีวิตประจำวันของเรานั้นจะต้องเผชิญกับอะไรต่อมิอะไรมาก ดังนั้นการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะนอกจากที่จะทำให้ทุกคนแข็งแรงมีสุขภาพที่ดีแล้วยังเป็นการช่วยลดเรื่องของค่าใช้จ่ายทางด้านการรักษาอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุภายในบ้านหรือแม่แต่เด็กเล็กๆก็ตาม เราควรที่จะใส่ใจสุขภาพของพวกเขาให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อจะได้อยู่กับเราอย่างยาวนาน และวันนี้เราจะมาบอกถึงวิธีการสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ตัวคุณเองและคนที่คุณรักกัน

วิธีการสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ตัวเองและครอบครัว

1.การออกกำลังกาย

หากคุณพอจะมีเวลาสักนิดสักหน่อยก็ควรไปออกกำลังกายและชวนคนในครอบครัวไปออกกำลังกายบ้าง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง แถมไปหลายคนก็สนุกไปอีกแบบ โดยอย่างน้อยสักวันละ 30 นาทีก็ยังดีนะ แถมเวลาไปกับคนในครอบครัวยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และยังเป็นการช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ให้ทุกคนในครอบครัวห่างไกลโรคภัยได้เป็นอย่างดี

2.การเลือกรับประทานอาหาร

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งที่จะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นได้ก็ต้องทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ ไม่ใช่ว่าคุณจะหาอะไรง่ายๆให้คนในครอบครัวขอคุณทาน เพราะนอกจากพวกเขาจะไม่ได้รับสารอาหารแล้วยังเป็นการทำร้ายระบบบางส่วนของพวกเขาด้วย ดังนั้นอาหารจะต้องครบทั้ง 5 หมู่ และจะต้องดูด้วยว่ามีเด็กและผู้สูงอายุหรือไม่ เพราะบุคคลเหล่านี้ต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน ถ้าหากพวกเขาได้รับสารอาหารที่ถูกต้องตามความต้องการจะเป็นการช่วยเพิ่มในเรื่องสุขภาพให้พวกขาด้วยนะ

3.การบริหารสมอง

สำหรับทุกเพศทุกวัยก็มีสมองด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าสมองของคุณไม่ได้รับการทำงานหรือไม่ได้ใช้ควมคิดบ้างเลย มันจะเกิดการรวน โดยอาจจะทำให้การจดจำถดถอยลงได้ หากเป็นเด็กก็ยิ่งต้องฝึกสมองให้มากพวกเขาจะได้บริหารสมองให้สมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันจะมีผลระยะยาวอย่างแน่นอน การบริหารสมองสามารถหาเกมเบาๆมาช่วยให้สมองของคุณทำงานได้ โยนำเกมเหล่านี้มมาเพื่อเป็นการฝึกเล่น ตัวอย่างเช่น เกมหมากรุก, บอร์ดเกม, PG SLOT, เกมจับผิด เป็นต้น

4.การพักผ่อนให้เพียงพอ

สำหรับการนอนนั้นจำเปนจะต้องนอนให้เพียงพอ โดยจะมีการนอนขั้นต่ำ 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งไม่ว่าจะเป้นวัยไหนก็ตาม ควรมีการพักผ่อนให้เพียงพอต่อร่างกาย ยิ่งถ้าหากมีการหลับสนิทตลอดทั้งคืนแล้วจะทำให้ตื่นมารู้สึกสดชื่น เป็นอย่างมาก

 

 

สนับสนุนโดย  rb88 คาสิโน

ดูแลฟันปลอมเพียง10 นาที สุขภาพช่องปากจะดีตลอดวัน

ดูแลฟันปลอมเพียง10 นาที สุขภาพช่องปากจะดีตลอดวัน

ฟันของคนเรามีด้วยกันสองชุดคือ ฟันน้ำนมและฟันแท้ ในช่วงที่เด็กน้อยอายุประมาณ 6 เดือนฟันน้ำนมซี่แรกก็ผุดขึ้นมาในช่องปากเพื่อเตรียมพร้อมใช้งานในการเคี้ยวอาหาร และเมื่ออายุได้ประมาณ 6 ปี ฟันแท้ซี่แรกก็กำลังขึ้นมาในช่องปากพร้อมกับการหลุดไปของฟันน้ำนม แต่ถ้าฟันแท้คุณหลุดไปหละจะทำอย่างไร ฟันชุดต่อไปของคุณก็คือ “ฟันปลอม” นั่นเอง 

ฟันปลอมหรือฟันเทียม เป็นฟันที่ทำเพื่อทดแทนฟันที่หลุดไป ใช้เคี้ยวอาหารให้ได้ดีมากยิ่งขึ้น คนที่ใส่ฟันปลอมที่ถอดได้จะมีทั้งแบบฐานอะคลิลิคและฐานโลหะ การใช้งานคล้ายๆกันแตกต่างกันที่ความแข็งแรงและราคา ฟันปลอมที่สวมใส่จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อทำให้ฟันปลอมใช้งานได้ยาวนานและสภาพช่องปากที่ดี

ถ้าใส่ฟันปลอมตอนนอนและไม่เคยทำความสะอาดฟันปลอมเลยจะเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง

ทุกครั้งที่รับประทานอาหาร เศษอาหาร เชื้อโรคและคราบจุลินทรีย์จะไปเกาะที่ฟันปลอมและเกิดการสะสมเป็นผลให้เชื้อโรคต่างๆมีมากในช่องปาก อาจนำไปสู่การเกิดโรคติดเชื้อราในช่องปากหรือบางรายอาจจะทำให้เกิดรอยแดง ปวดแสบ ปวดร้อนบริเวณใต้ฐานฟันปลอมอันเนื่องมาจากการติดเชื้อรา ยิ่งในผู้สูงอายุหรือคนที่มีปัญหาเรื่องน้ำลายน้อย ปากแห้งบ่อยๆยิ่งเสริมให้เกิดการติดเชื้อราในช่องปากได้ง่าย ดังนั้นการทำความสะอาดฟันปลอมอย่างถูกวิธีเป็นวิธีที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง 

ทำอย่างไร ถ้าจะใช้เวลาเพียง 10 นาทีดูแลฟันปลอมระหว่างวัน 

เริ่มต้นง่ายๆคือ ควรถอดฟันปลอมออกมาทำความสะอาดทุกครั้งหลังการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ เพียงถอดฟันปลอมออกมาล้างน้ำ ใช้แปรงสีฟันขนนิ่ม หยดน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานเพียงเล็กน้อยบนขนแปรง และขยับแปรงทำความสะอาดที่ฟันปลอมให้ทั่ว ข้อห้ามคือ อย่าใช้ยาสีฟันมาขัดทำความสะอาดที่ฟันปลอมเด็กขาดเพราะในยาสีฟันจะมีผงขัดที่หยาบจะทำให้ฟันปลอมสึกได้

ในช่วงก่อนนอนต้องถอดฟันปลอมออกจากปากทุกครั้งเพราะในช่วงที่เรานอนน้ำลายจะหลั่งน้อยทำให้เชื้อโรค เชื้อราต่างๆเจริญได้ดีมากขึ้นซึ่งจะเพิ่มโอกาสทำให้ช่องปากติดเชื้อราได้ วิธีปฏิบัติง่ายๆ ก่อนนอนควรถอดฟันปลอมออกมาล้างทำความสะอาดแล้วแช่ในน้ำเปล่าทิ้งไว้ ควรวางไว้ในที่ๆไม่หล่นง่ายเพราะจะเสี่ยงต่อการหล่นแตกของฟันปลอม

จะเห็นแล้วว่า ใส่ฟันปลอม ก็ต้องดูแลอยู่เสมอ ถ้าใครที่ยังมีฟันธรรมชาติอยู่ในช่องปากก็ควรแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน ทำความสะอาดช่องปากอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ ประกอบกับการทำความสะอาดฟันปลอมด้วยเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีและอยู่กับเราไปนานๆ

 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

บอกลาปัญหาสุขภาพแย่ๆด้วยการดื่มน้ำผึ้ง

บอกลาปัญหาสุขภาพแย่ๆด้วยการดื่มน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งหากเปรียบได้ว่าน้ำผึ้งที่เรารู้จักกันนั้นก็คือสุดยอดของอาหารที่ได้จากธรรมชาติโดยมันเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ต่างๆอย่างเยอะ น้ำผึ้งสามารถนำไปปรนนิบัติผิวได้ และยังสามารถนำไปบำรุงเส้นผมของเราได้อีกด้วย สำหรับเรื่องความงามแล้วน้ำผึ้งสามารถนำไปใช้ได้อย่างพบกันแถมคุณนะประโยชน์ของมันยังดีต่อสุขภาพร่างกายของเราอีกด้วยนะเพราะสรรพคุณของมันแทบจะเปรียบเสมือนกับยาอย่างหนึ่งเลยแหละ

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าน้ำผึ้งดีอย่างไรหรือยังไม่รู้วิธีในการกินน้ำผึ้งจะต้องกินอย่างไรให้ถูกวิธีและควรหลีกเลี่ยงอะไรที่ไม่ควรนำมากินพร้อมกับน้ำผึ้งนั้นเอง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นหากใครยังไม่รู้มาติดตามกันดูเลยว่าวันนี้เราจะมาแนะนำการกินอะไรร่วมกับน้ำผึ้งและไม่ควรกินอะไรร่วมกับน้ำผึ้งเพื่อที่จะนำไปใช้อย่างถูกวิธีและไม่ก่อให้เกิดผลร้ายตามมา

ไม่ควรกินน้ำผึ้งกับน้ำเต้าหู้นะ

ทำไมถึงไม่ควรกินน้ำผึ้งกับน้ำเต้าหู้นั่นก็เพราะว่าน้ำผึ้งมีฤทธิ์ร้อนแต่น้ำเต้าหู้จะส่งฤทธิ์เย็นซึ่งจะช่วยขับไล่ความร้อนและกระจายเลือดนั่นเท่ากับว่าถ้าหากเราได้กินพร้อมกันทั้ง 2 อย่างนี้คุณสมบัติดังกล่าวอาจจะทำให้ร่างกายปรับเปลี่ยนไม่ทันหรือทำให้ไข้ขึ้นได้และนอกจากนั้นเอนไซม์ในน้ำผึ้งยังสามารถเข้าไปทำลายเกี่ยวกับระบบโปรตีนของน้ำเต้าหู้ทำให้สูญเสียโปรตีนไปอย่างน่าเสียดายเลยนะ

ผู้ที่เป็นเบาหวานไม่ควรดื่มน้ำผึ้ง

ผู้ที่เป็นเบาหวานควรหลีกเลี่ยงไม่ควรดื่มน้ำผึ้งก็เพราะว่าถึงแม้ว่าน้ำผึ้งจะเป็นสุดยอดของอาหารธรรมชาติก็ตามแต่ว่าอย่าลืมไปว่าน้ำผึ้งก็มีน้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลฟรุกโตสสูงอยู่ในนั้นด้วยนะซึ่งถ้าหากเราทานเข้าไปร่างกายจะทำการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วดังนั้นผู้ที่เป็นเบาหวานจึงไม่ควรทานเป็นอย่างยิ่งเพราะว่ามันจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นสูงและอาจจะไปส่งผลทำลายส่วนอื่นๆของร่างกายได้เป็นอย่างดีดังนั้นอาจจะทำให้ร่างกายของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานลดลงอย่างเห็นได้ชัดเอาเป็นว่าไม่ควรกินจะดีกว่า

ไม่ควรชงน้ำผึ้งในน้ำร้อน

หลายคนมักจะมีความคิดหรือความรู้ที่ผิดคือนิยมชงน้ำผึ้งในน้ำอุ่นแต่อันที่จริงแล้วควรเลือกน้ำอุ่นที่อุณหภูมิไม่เกิน 40 องศานะจ๊ะไม่เช่นนั้นความร้อนจะไปทำลายเอนไซม์วิตามินและทำลายกรดอะมิโนและสารอื่นๆของน้ำผึ้งให้หมดไปซึ่งเท่ากับว่าคุณกินน้ำเปล่าไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยนั่นเองและน้ำผึ้งนั้นไม่ควรกินในเวลาท้องเสียนะจ๊ะ ซึ่งมักจะเห็นได้ว่ามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับน้ำผึ้งไว้ชงในน้ำอุ่นผสมกินกับน้ำผึ้งแล้วจิบๆทดแทนเกลือแต่อันที่จริงแล้วมันจะส่งผลทำให้คุณท้องเสียหนักขึ้นกว่าเดิม เพราะเนื่องจากน้ำผึ้งนั้นมันมีฤทธิ์พี่ค่อนข้างแรงและแทบจะเป็นยาระบายให้คุณได้เลยแหละดังนั้นการที่คุณดื่มในเวลาที่คุณท้องเสียไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

 

สนับสนุนโดย  next88 มือถือ

เราจะวินิจฉัยเบาหวานเองได้อย่างไร

เราจะวินิจฉัยเบาหวานเองได้อย่างไร

วันนี้เราจะมาพูดถึงในเรื่องของไขมันที่ได้มีผลเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานและโรคเบาหวานนั้นเราเองก็สามารถที่จะรักษาได้ด้วยตนเองซึ่งร่างกายของเรานั้นก็จะมีอินซูลินเป็นเซลล์ที่อยู่ในร่างกายของเราและอินซูลินนั้นก็จะนำเอาไขมันเข้าไปเก็บเปิดประตูแล้วก็เอาเข้าไปเก็บนำเอาเข้าไปเก็บภายในเซลล์เหมือนกับว่าเรานั้นเก็บฟืนเอาไว้เพื่อที่จะได้เอาไว้ใช้งานแต่พอมันยัดเข้าไปมากๆ

แล้วมันก็เลยทำให้เซลล์มันแตกตายและก่อนที่เซลล์จะตายจากนั้นมันก็จะปล่อยโมเลกุนข่าวสารออกไปให้เซลล์ต่างๆได้รู้ว่าถ้าอินซูลินจะเอาไขมันเข้ามาเก็บในบ้านเยอะแล้วอย่าไปยอมถ้ายอมแล้วจะตายมันก็เลยทำให้เซลล์อื่นได้รับโมเลกุนข่าวสารได้ล็อกกอนข้างในเปิดประตูเพื่อไม่ให้อินซูลินเอาไขมันเข้าไปเก็บ 

สภาวะนี้เขาเรียกกันว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินมีอินซูลินเยอะแต่ไม่ดีเข้าน้ำตาลเข้าเซลล์ไม่ได้เอาไขมันเข้าเซลล์ไม่ได้เบาหวานที่ทำให้เกิดอาการดื้อต่ออินซูลินเราได้เรียกว่าเป็นเบาหวานประเภทที่2 ประเภทที่1ไม่มีอินซูลินและประเภทที่2นั้นมีอินซูลินแต่ว่ามันจะทำให้เซลล์นั้นดื้อต่ออินซูลิน

นอกจากนี้แล้วเราจะวินิจฉัยเบาหวานเองได้อย่างไรมันจะยุ่งยากไหมบอกเลยว่ามันไม่ยุ่งยากเพราะก็แค่เจาะเลือดแล้วก็ดูน้ำตาลที่อยู่ในเลือดเพราะเบาหวานเป็นโรคที่วินิจฉัยจากตัวเลขแล้วถ้าเจาะดูน้ำตาลหลังจากอดอาหารที่เรียกว่าFBSถ้ามันได้ตั้งแต่100ขึ้นไปเรียกผิดปกติและถ้าจะให้ต่ำกว่าปกติจะต้องต่ำลงมากกวส่า100 และถ้า100ขึ้นไปเรียกว่าผิดปกติแต่ยังไม่เป็นเบาหวานจะต้อง126ขึ้นไปถึงจะเป็นเบาหวานเดี๋ยวนี้ยังมีตัววัดอีกตัวหนึ่งที่เรียกว่าตัววัดสะสมในเม็ดเลือดถ้าเจาะน้ำตาลสะสมในเม็ดเลือดได้5.7%นี่ก็ถือว่าใกล้จะเป็นเบาหวานก็คือผิดปกติแต่ยังไม่ได้เป็นเบาหวานแต่ถ้าได้ประมาณ6.5%ขึ้นไปเรียกว่าเป็นเบาหวาน

เพราะฉะนั้นในการวินิจฉัยเบาหวานไม่ได้ยุ่งยากถามว่าถ้าเราไม่ได้เจาะเลือดเลยไม่ได้อะไรเราจะวินิจฉัยเบาหวานจากอาการได้หรือไม่ซึ่งในสมัยนี้มันก็จะไม่ค่อยได้ใช้กันแล้วเพราะว่าโรคเบาหวานกว่าที่มันจะมีอาการมันจะต้องแย่มากๆก่อนและอาการมันก็จะไปโผล่ที่อวัยวะปลายทาง

อวัยวะปลายทางสำหรับเบาหวานในสมัยเป็นนักเรียกแพทย์ก็จะท่องว่า ตา ไต หัวใจ ตีน สมอง คืออาการมันจะไปโผล่ที่อวัยวะปลายทาง

ซึ่งกว่าจะมาถึงตอนนั้นมันก็เรียกว่าเป็นเยอะแล้วแต่สมัยนี้แทบจะไม่มีเลยที่คนไข้เราจะไม่รอเอาคำวินิจฉัยเอาตอนนั้นเพราะส่วนใหญ่ในสมัยนี้เราเจาะเลือดพอคนเห็นอะไรที่ไม่ชอบมาพากลโรคพยาบาลเขาก็จับเจาะเลือดเพราะฉะนั้นก็จะวินิจฉัยได้จากการเจาะเลือด

 

สนับสนุนโดย  รหัส ฟรี เดิมพัน next88

เลือกทานน้ำอย่างไรให้เหมาะสมกับคนไข้ที่เป็นโรคไต

เลือกทานน้ำอย่างไรให้เหมาะสมกับคนไข้ที่เป็นโรคไต

การรับประทานน้ำเราควรจะเลือกทานน้ำอย่างไรให้เหมาะสมกับคนไข้ที่เป็นโรคไต

หนึ่ง ก็คือน้ำธรรมดาเลยที่เราจะขอแนะนำให้รับประทานก็คือน้ำสะอาดก็จะเป็นน้ำอุ่นหรือว่าน้ำในอุณหภูมิภายในห้อง หรือ เป็นน้ำแข็งก็ไม่ได้ห้าม ซึ่งในกลุ่มนี้คนไข้เป็นโรคไตสามารถรับประทานได้และคนไข้โรคไตนั้นจะต้องรับประทานเท่าไรแล้วมันก็จะต้องขึ้นอยู่กับว่าคนไข้โรคไตนั้นเป็นถึงระยะไหนกันแล้วและมีอาการบวมเข้ามาร่วมด้วยหรือเปล่า

สอง ก็คือน้ำหวาน ที่จริงแล้วสำหรับไตมันจะเหมาะสมกับไตทุกระยะซึ่งน้ำหวานในส่วนนี้เราไม่ได้ห้ามสำหรับคนที่เป็นโรคไตแต่ทว่าคนไข้โรคไตนั้นได้เป็นโรคไตร่วมกับโรคเบาหวานด้วยตรงจุดนี้เราก็อยากที่จะให้คนไข้นั้นหลีกเลี่ยงในกลุ่มพวกของน้ำหวานน้ำอัดลมทุกๆอย่างควรที่จะหลีกเลี่ยงแต่สำหรับน้ำอัดลมแล้วที่มีสารให้ความหวานแท้อันนี้สามารถที่จะรับประทานได้

สาม ก็คือจะเป็นพวกของ ชากาแฟ และ ในส่วนของน้ำที่เป็นสีดำไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลมอย่างข้างต้นที่เราได้บอกไปแล้วอยู่ในข้อที่สองรวมไปถึงชากาแฟในคนไข้โรคไตที่ได้เป็นระยะแรกๆที่ซอส ฟอรัสปกติกลุ่มนี้เราไม่ได้ห้ามแต่มันก็จะมีอยู่นิดหน่อยว่าถ้าเกิดว่ามีโรคเบาหวานร่วมด้วยเราเองก็ควรที่จะคุมในเรื่องของน้ำตาลแต่สำหรับตัวไตเองสำหรัยตัวกาแฟเองถ้าเกิดว่าเป็นไตในระยะที่ไม่เยอะมากเท่าไหร่

ตัวกาแฟเฉยๆตัวชาเฉยอันนี้เราไม่ได้ห้าม ถ้าเกิดว่าเป็นโรคไตในระยะท้ายๆที่เราได้บอกไป3b 4 5 ทั้งฟอกและก็ยังไม่ได้ฟอกเลือดแล้วล้างไตแล้วมีโอกาศที่แนวโน้มซอส ฟอรัสค่อนข้างที่จะสูงดังนั้นแล้วพวกกลุ่มนี้จะต้องระวังเป็นพิเศษและยิ่งเป็นพวกชาและกาแฟที่ได้ใส่นมเข้าไปในตัวนมเองนั้นมันก็จะมีทั้งซอส ฟอรัสและก็แคลเซียมที่มาขึ้นไปอีกดังนั้นคนไข้ไตในระยะท้ายๆทั้งน้ำอัดลมที่เป็นสีเข้มทั้งชาและกาแฟรวมทั้งน้ำที่เป็นสีเข้มถ้าหากได้ใส่จนนมเข้าไปกลุ่มนี้ก็ควรพยายามที่จะหลีกเลี่ยง

สี่ ก็คือ น้ำเกลือแร่ ถ้าเกิดว่าคนไข้โรคไตนั้นกระหายน้ำจะไม่ซื้อเกลือแร่มากินดีหรือเปล่า เกลือแร่ส่วนใหญ่ที่เป็นซองๆสำหรับคนที่เป็นท้องเสียหรือว่าเติมเกลือแร่ ซึ่งเกลือแร่พวกนั้นจะเป็นเกลือแร่โซเดียมและโพแทสเซียม สำหรับคนที่เป็นโรคไตแล้วจริงๆเราไม่แนะนำให้ซื้อมารับประทานสิ่งที่เราจะแนะนำเลยก็คือหากกระหายน้ำก็ให้รับประทานน้ำเปล่าจะดีมากที่สุด

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ next88

การรับประทานถั่วนั้นดีอย่างไง?

การรับประทานถั่วนั้นดีอย่างไง?

ถ้าพูดถึงถั่วใครหลายๆคนคงจะมองว่ามันเป็นอาหารที่ไม่ได้มีความสำคัญสูงมากอะไรแต่ทุกท่านจะรู้หรือไม่ว่ามันได้มีผลงานวิจัยออกมาแล้วว่าถั่วมันสามารถที่จะทำให้เรานั้นได้มีอายุยืนได้จริงและในวันนี้เราก็จะมาช่วยให้ความรู้กับทุกๆคนในเรื่องของถั่วกัน

ซึ่งได้มีหลายคนอยากรู้ว่าถั่วนั้นมันรับประทานแล้วมันมีข้อเสียมั้ยมันกินเข้าไปแล้วดีหรือไม่และมันดีอย่างไรบ้างวันนี้เราจะมาพูดถั่วเรื่องถั่วทุกๆประเภทกัน

เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเรื่องถั่วนั้นมันคือโปรตีนชนิดหนึ่งอันนี้ทุกคนต้องรู้บางคนที่เขารัยประทานมังสวิรัติที่เขากินเจที่เขานั้นไม่สามารถรับประทานโปรตีนไม่ได้กินเนื้อสัตว์ไม่ได้เขาก็เลยหันมาเลือกในการรับบประทานถั่วแทนเพราะมนุษย์เรา เราได้เห็นร่างกายเราทั้งตัวเราประกบขึ้นมาจากหลายส่วนและส่วนที่มันสำคัญมากที่สุดของการที่ได้เป็นมนุษย์ได้ก็คือก้อนโปรตีนถ้าเราจะเอาให้มันเล็กลงมากหน่อยโปรตีนเวลาโดนย่อยสลายไปแล้วเขาเรียกมันว่าAminoAcid

ซึ่งAminoAcidหรือว่ากรดอะมิโนทั้งหลายทั้งหมดทั้งปวงนี้มนุษย์เราถ้าขาดโปรตีนเราจะอยู่ได้แต่เรานั้นจะไม่ค่อยมีแรงไม่มีเรี่ยววไม่มีแรงผมก็จะร่วงหน้าก็เหี่ยวแก่ลงเล็บก็ไม่งอกแสดงว่าโปรตีนนั้นได้มีบทบาทที่สำคัญกับร่างกายของคนเราเป็นอันดับหนึ่งแน่นอนว่ามันมากกว่าแป้งแป้งเรากินแล้วมีความสุขกินแล้วมันสนุกดีกินแล้วเพลินโปรตีนแล้วมันไม่ค่อยรู้สึกแต่มันมีแรงเยอะผู้ฟังทีอยู่ทางบ้านที่ได้เป็นนักกีฬาน่าจะรู้ดีว่าถ้าช่วงไหนถ้าไม่ได้รับประทานโปรตีนเลยไปออกกำลังกายนี่ไม่ได้เรื่องแน่เพราะฉะนั้นแล้วเรามาคุยกันว่าดีอย่างไร

ซึ่งเราจะเอาข้อดีกันก่อน ข้อดีของถั่ว ถั่วไม่ได้มีแค่โปรตีนถั่วหลายๆชนิดมีองค์ประกอบที่มีประโยชน์มากกว่านั้น ถั่วมันจะมีทั้ง โปรตีน กากใย แร่ธาตุ แร่ธาตุที่เราเจอในถั่วเยอะก็คือ เช่น ทองแดง หรือ Copper แมกนีเซียม แมงกานีส เซเรเนียมพวกนี้คือแร่ธาตุที่จำเป็นและกรดอะมิโนอีกหนึ่งตัวที่มีความสำคัญในถั่วที่เราได้พบเยอะก็คือกรออัลฟาไลโปเลนิลก็คือกรดอะมิโนที่จะเป็น1ตัวที่ใช้ในการสร้างและซ่อมแซมร่างกายเพราะฉะนั้นแล้วในหัวข้อตรงนี้ถั่วเราเจอในบทความวิจัยเราเจอคนเขาได้พูดถึงว่าดีสิ่งเหล่านี้เขาวิจัยกันเยอะมากเลยไม่ว่าจะเป็นศาสตราจารย์ดังๆอย่างศาสตราจารย์เพนนีที่เพนสเตทของอมเริกาหรือมหาวิทยาลัยโลม่า ลินดาที่ทำวิจัยกันเรื่องถั่วกับโรคหัวใจเอาไว้เยอะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  next88 line

ปัญหาโรคมะเร็งควรตรวจสอบอาการเหล่านี้ที่คุณผู้หญิงไม่ควรมองข้าม 

ปัญหาโรคมะเร็งควรตรวจสอบอาการเหล่านี้ที่คุณผู้หญิงไม่ควรมองข้าม 

1 การเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณ การที่ร่างกายของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างเช่นสีสันของผิวพรรณหรืออาจจะมีตุ่มหรือไฝเกิดขึ้นตามร่างกายและมีขนาดใหญ่ผิดปกติในเวลาอันรวดเร็วสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงสัญญาณของการเกิดโรคมะเร็งได้ทั้งสิ้นซึ่งมักจะเป็นมะเร็งเกี่ยวกับผิวหนังดังนั้นทางที่ดีหากพบความผิดปกติเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจสภาสาเหตุของความผิดปกติอันนี้

2 คุณสังเกตเวลาที่เราอึหรือฉี่หากมีเลือดไหลออกมาควบคู่ด้วยนั่นแสดงว่าภายในร่างกายของเรามีความผิดปกติอย่างแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการต่อเนื่องเกินสองวันขึ้นไปควรจะรีบไปพบแพทย์เพื่อให้ตรวจวินิจฉัยอาการเพราะอาจเป็นไปได้ว่านี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคเกี่ยวกับมะเร็งซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งมะเร็งลำไส้หรือมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะก็เป็นได้

3  การเปลี่ยนแปลงของต่อมน้ำเหลืองถึงแม้ว่าจะค่อนข้างดูยากแต่ดูที่ความผิดปกติของผิวหนังของเราก็ได้หากเราสังเกตว่าผิวของเรามีจุดกระจายขึ้นเต็มตัวเราควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอาการเหล่านี้เพราะอาจเป็นไปได้ว่าต่อมน้ำเหลืองของเรากำลังทำงานผิดปกติซึ่งมันจะกลายมาเป็นสาเหตุของการติดเชื้อโรคและลามไปเป็นโรคมะเร็งบางชนิดได้เช่นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองหรือแม้แต่มะเร็งเม็ดเลือดขาวก็ตาม

4 ปัญหาเวลาที่กินอะไรเข้าไปแล้วจะเจ็บคอเวลากลืนซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจถึงแม้ว่าจะไม่เกิดขึ้นบ่อยมากนักแต่หากเกิดขึ้นแล้วควรจะรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจสอบเพราะมะเร็งเกิดได้พื้นที่ดังนั้นปัญหาเวลาที่เรากลืนอะไรแล้วเจ็บคออาจจะเกิดจากสาเหตุของมะเร็งที่เกิดตรงลำคอหรือแม้แต่มะเร็งในกระเพาะอาหารก็เป็นไปได้

5 ปัญหาที่น้ำหนักลดแบบผิดปกติทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจลดและการกินอาหารก็ยังเหมือนเดิมซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าระบบการทำงานหรือแม้แต่ระบบเผาผ่านของเรากำลังทำงานอย่างผิดปกติดังนั้นจึงต้องควรไปให้แพทย์ตรวจสอบอาการและได้ทำการรักษาทันทีเพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งชนิดใดชนิดหนึ่งก็ได้

6 สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่องปากตัวเองหากคุณเป็นคนที่ชอบสูบบุหรี่ให้สังเกตว่าภายในช่องปากของคุณสีมีความผิดปกติหรือไม่หรือว่ามีฝ้าขาวเกิดขึ้นในช่องปากหรือไม่ถ้าหากพบความผิดปกติของสีในช่องปากคุณควรจะรีบไปพบแพทย์เพราะอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งในช่องปากได้

จะเห็นได้ว่าอาการผิดปกติต่างๆเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นโดยที่เราอาจจะไม่ได้สังเกตเห็นดังนั้นในทุกๆวันรบกวนเช็คความผิดปกติของร่างกายว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่เพื่อที่เราจะได้หาสาเหตุและสามารถรักษาได้ทันท่วงทีเพราะอาการเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจเนื่องจากมันคือสาเหตุที่กำลังบอกเราว่าเรากำลังเป็นโรคมะเร็งชนิดใดชนิดหนึ่งก็ได้

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

ทำยังไงดีเมื่อนอนไม่หลับ 

ทำยังไงดีเมื่อนอนไม่หลับ 

คุณเคยมีอาการเหล่านี้กันบ้างไหมค่ะ ง่วงแต่นอนไม่หลับ หรือกว่าจะหลับได้ก็ต้องใช้เวลานาน ไม่ก็นอนหลับแล้วแต่มีความรู้สึกเหมือนหลับไม่สนิท ถ้าคุณมีอาการแบบที่ว่านี้บ่อยๆ นั่นแสดงว่าคุณกำลังมีปัญหากับเรื่องของการนอนไม่หลับ อาการเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร  เราได้รวบรวมสาเหตุและวิธีการแก้ไขมาฝากเพื่อนๆกันแล้วค่ะ

               ปกติแล้วเราควรนอนให้ได้เฉลี่ย 6- 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถ้าเรานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอตามที่ร่างการต้องการ มักจะเกิดผลเสียต่างๆต่อร่างกาย เช่น อ่อนเพลียเมื่อยล้า ไม่มีสมาธิเวลาทำงาน อารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดอ่อนไหวได้ง่าย สมองไม่ปลอดโปร่ง เฉื่อยชา และอาจส่งผลทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายผิดปกติ สาเหตุที่คนนอนไม่หลับ มักจะเกิดขึ้นจากปัญหาของตัวเจ้าของเอง

หรือไม่ก็มาจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ปัญหาที่เกิดจากตัวเจ้าของเอง เช่น สภาวะความเครียด ความวิตกกังวล ความเจ็บป่วยจากโรคทั้งด้านร่างกายและจิตใจ หรือแม้กระทั่งอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักนอนหลับในเวลากลางวันเป็นเวลานานๆพอตกกลางคืนก็จะไม่ง่วงนอน ปัญหาจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว เช่น มีแสงหรือเสียงดังเข้ามารบกวนขณะที่นอนหลับ การดื่มชาหรือกาแฟที่มีคาเฟอีนและสารกระตุ้นอื่นๆระหว่างตอนกลางวันเยอะเกินไป หรือเรื่องของที่นอนที่ไม่รองรับกับสรีระ ความสะอาดของเครื่องนอน เป็นต้น

      วิธีการแก้ไขให้เรานอนหลับแบบธรรมชาติโดยไม่พึ่งยา

  1. สร้างวินัยให้กับสมองปรับเวลานอนให้นอนเป็นเวลา ให้เราจูนสมองว่าเมื่อถึงเวลานอนต้องนอนและถ้าถึงเวลาตื่นก็ต้องตื่น เมื่อถึงเวลานอนแล้วนอนไม่หลับให้หากิจกรรมเบาๆทำ เช่น อ่านหนังสือหรือฟังเพลง ควรทำนอกห้องนอน ถ้ารู้สึกง่วงก็ให้รีบเข้ามานอนในห้องนอนทันที 
  2. ตื่นนอนให้ตรงเวลาทุกวัน แม้ว่าจะเป็นวันหยุดหรือวันทำงาน  ไม่นอนกลางวัน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้นอนก่อนบ่ายสามโมงเย็นและไม่ควรนอนเกิน 1 ชั่วโมง เพราะถ้านอนกลางวันไปมากถึงเวลากลางคืนจะไม่ง่วง
  3. ไม่ดื่มชากาแฟที่มีคาเฟ่อีน หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนนอนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง กรณีที่รู้สึกหิวขึ้นมาก่อนนอน ให้หานมอุ่นๆดื่ม ไม่ก็กินอาหารเบาๆ ที่รสไม่จัด ไม่กินอาหารที่หนักๆและอาหารที่ย่อยยากเพราะจะทำให้เกิดอาการปวดท้องเนื่องจากเป็นกรดไหลย้อนได้
  4. จัดห้องนอนให้มีบรรยากาศน่านอน ไม่มีแสงหรือเสียงเข้ามารบกวน ห้องนอนที่ดีต้องมืดเงียบสงบและอากาศเย็นสบายหายใจไม่รู้สึกอึดอัด ที่นอนต้องเหมาะกับสรีระของผู้นอนไม่แข็งเกินไปสัมผัสแล้วนุ่มสบาย หมอนและผ้าห่มต้องมีกินหอมไม่อับชื้น ปราศจากฝุ่นละออง
  5. ก่อนจะนอนต้องทำให้สมองโล่งปลอดโป่งไม่เก็บเรื่องเครียดระหว่างวันมาคิด 

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

กินอย่างไรให้อยู่ในปริมาณที่พอดีไม่อ้วน

กินอย่างไรให้อยู่ในปริมาณที่พอดีไม่อ้วน

สำหรับเรื่องอาหารกับโรคต่างๆนั้นเราอย่างจะบอกว่าเราจะต้องมีสติในการรับประทานอาหาร ส่วนมากแล้วเราจะแนะนำให้มีการจดเอาไว้เหมือนกับทำบัญชีค่าใช้จ่าย ซึ่งมันก็อาจจะเหมือนกันกับคนกินและถ้าหากว่าเราจดเอาไว้และเราไม่รู้เลยว่าในอาหารแต่ละจานนั้นมันได้ให้พลังงานมากเท่าไหร่ ซึ่งตรงจุดนี้มันจะมีวิธีการประเมิลเอาคร่าวๆ

และกินอย่างไรถึงจะเหมาะสมในแต่ละเพศ ซึ่งเราก็จะดูในเรื่องของน้ำหนักและเพศกับอายุโดยเฉลี่ยนแล้วถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็จะประมาณ25-30แคลลอรี่ต่อน้ำหนักตัวกิโลหนึ่งต่อวัน แต่อันนี้ไม่สามารถที่จะนำเอาไปใช้กับคนอ้วนไม่ได้ถ้าหากว่าคุณมีน้ำหนัก150และคุณกินวันละ4,500มันจะสองเท่าของที่มันจะเป็นมันจะไม่ได้เพราะฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่แต่ละบุคคลคนและเขาก็จะคิดในสิ่งที่มันควรจะเป็นและ สำหรับอาหารที่เรารับประทานกันทุกๆมื้อเราจะรู้ันได้อย่างไรว่ามันจะมีกี่แคลลอรี่

ซึ่งเราจะบอกเอาให้ง่ายๆมากที่สุดเลยแล้วกันถ้าหากว่าวันนี้เราไปถามอากู๊กูเกิลมันก็จะมีตารางขึ้นมาเลยว่าอาหารเหล่านี้โดยประมาณแล้วมันจะมีปริมาณเท่าไหร่แต่ของบ้านเรานั้นข้าวมันไก่เจ้านี้กับเจ้านู้นมันอาจจะไม่เท่ากันมันก็จะแล้วแต่ว่าน้ำมันของเขามันจะเยอะมั้ยเอาเนื้อส่วนอกหรือสะโพกมันก็จะมีไขมันที่แตกต่างกันออกไป

และอย่างข้างขาหมูถ้าหากว่าเราไม่ได้สั่งพิเศษหรืออะไรมันก็จะประมาณ600-700แล้วคุรลองคิดดูสิวว่าข้าวก็เยอะแล้วไหนจะเนื้อหมูหนังหมูและน้ำที่ราดข้าวไขมันกับน้ำตาลทั้งนั้นอย่างต่ำเลยมันจะต้องมีประมาณ600แคลลอรี่แล้วอย่างต่ำและสำหรับคนที่ได้พลังงานเป็นประจำที่ทำงานในที่โล้งแจ้งตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงเย็นสามารถที่จะรับประทานแบบนี้ได้หรือไม่ รับประทานได้เลยไม่ต้องกลัวไม่เป็นไรเราลองคิดดูสิเช่นนักกีฬาเขารับประทานกันวันหนึ่งประมาณ3,000-4,000

พวกที่ปั้นจักรยานพวกที่ไปซ่อมวิ่งพวกที่ใช้พลังงานเยอะมากแต่ถ้าคนเหล่านี้ได้หยุดออกกำลังกายไปแล้วและได้รับประทานอาหารเหมือนเดิมเขาก็จะอ้วนขึ้นมาทันทีซึ่งเราจะเห็นเลยว่าพวกนักกีฬาที่เขาได้ออกแรงกันอย่างหนักเลยอย่างบอกนักฟุตบอลอะไรประมาณนี้ถ้ายังอยู่ในช่วงฝึกซ้อมเขาก็จะผอมแต่ถ้าว่ามันจะมีในช่วงที่ได้พักพวกนี้ก็จะมีน้ำหนักขึ้นมาทันที

อย่ามหาสารเลยถ้าไม่ควบคุมสารอาหารและเราก็อยากจะบอกเลยว่าที่เราได้ยกตัวอย่างว่านักกีฬาเขากินแบบนี้กับกิจกรรมของเขา เขาทำได้เพราะเขาซ้อมวันหนึ่งประมาณวันละ4-5ชั่วโมงมันจะไม่อ้วนไปกว่านี้เพราะเขาได้มีการใช้พลังงาน

 

ขอขอบคุณ  entaplay poker  ที่ให้การสนับสนุน

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa