ทำอย่างไรให้เรานั้นมีความสุข

ทำอย่างไรให้เรานั้นมีความสุข

การใช้ชีวิตให้มีความสุขนั้นมันไม่ได้ยากและก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันเลย หากถามเราว่าเรานั้นจะใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างไรเราก็คงตอบได้เพียงว่าคุณนั้นจะต้องมองหาจุดที่คุณมองว่ามันคือความสุขที่แท้จริงของคุณเสียก่อน เพราะถ้าคุณมีจุดมุ่งหมายว่าคุณมีความสุขกับมันคุณจึงค่อยเข้าไปหาความสุขเหล่านั้น 

สำหรับบางคนความสุขพวกเขานั้นก็มีเพียงน้อยนิด อย่างเด็กๆที่พวกเขามีความสุขนั้นเห็นส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นการได้ของเล่นที่ตนชอบ การได้สิ่งของใหม่ๆอยู่เสมอ หรือแม้แต่การได้กินอาหารที่มีรสชาติที่ตนชื่นชอบ เพียงแค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว

แต่พอโตขึ้นมานั้นความสุขเหล่านั้นก็อาจจะเปลี่ยนไปในบางคนเพียงแค่เป็นแฟนกับคนที่ตนชื่นชอบก็ทำให้พวกเขานั้นมีความสุขกันได้แล้ว แต่บางคนก็มีความสุขกับการได้คะแนนเรียนที่ดีๆสามารถสอบเข้าที่โน้นที่นี่ได้และก็เมื่อจบออกมาก็อยากได้งานที่ดีๆทำได้ตำแหน่งดีๆ เงินเดือนดีๆทำ พอมีอายุขึ้นมาอีกหน่อยก็น่าจะมีเรื่องของสุขภาพเข้ามาเกี่ยวซึ่งในบางคนอาจจะไปถึงจุดตรงที่ตนเจ็บหนักก็อาจจะมีความคิดว่าก็ขอให้การเจ็บปวดไม่รุนแรงมากนั่นเอง

ซึ่งจะเห็นได้ว่าในชีวิตของเราเองเนี่ยมีการปลี่ยนแปลงไปเรื่อยโดยที่หน้าตาของความสุขนั้นมันไม่เคยอยู่กับที่เลยด้วยซ้ำแต่หากเราลองสังเกตุดีๆจะเห็นได้ว่ามีอย่างหนึ่งที่มันมีความเหมือนกันนั้นก็คือเรานั้นจะมีเป้าหมายอยู่อย่างหนึ่งซึ่งมันจะมีอยู่ตลอดเวลาและถ้าเกิดว่าเรานั้นสามารถทำได้เนี่ยเราก็จะมีความเชื่อว่าเมื่อถึงจุดนั้นเราจะมีความสุข

มีบางบุคคลนั้นได้ทำการนิยามความสุขเอาไว้ว่าความสุขดูได้จากการที่คนๆนั้นเนี่ยชอบชีวิตของตนเองที่ดำเนินอยู่หรือเปล่าซึ่งเรามองว่ามันก็จะทำการตอบยากอยู่เหมือนกันนะ เพราะว่าในเวลาที่เราพูดว่าเราโอเคกับชีวิตในตอนนี้มากเลยเนี่ยแต่ปรากฏว่าในตอนเย็นคนใกล้ตัวของเราดันมีปัญหาขึ้นมาเท่ากับว่าความสุขของเรานั้นมันก็จะหายไป

หรือว่าเรานั้นอาจจะมีความสุขกับชีวิตมากที่สุดอยู่ในตอนนี้แต่พรุ้งนี้เราดันไปตรวจเจอว่าเรานั้นป่วยเป็นโรคซึ่งมันมีอยู่คลิปนึงนั้นเขาได้บอกว่าความสุขคือการมองไปที่แก้วน้ำที่เราทำการถืออยู่ในมือนั้นแล้วเราก็เห็นความจริงของมันทั้งหมดเลย นั้นก็คือการเห็นว่ามันมีน้ำอยู่ครึ่งแก้วแล้วก็ดีใจที่มันยังมีน้ำอยู่และก็เห็นอีกด้วยว่ามันมีอีกครึ่งแก้วที่มันว่างเปล่าอยู่แต่คนๆนั้นจะถามว่าฉันสามารถทำอะไรกับมันได้บ้างและถ้าทำไม่ได้เนี่ยจะยอมรับมันได้ไหมหากยอมรับได้นั่นก็คือความสุขนั่นเอง

รู้หรือไม่การเลื่อนนาฬิกาปลุกบ่อยๆ

รู้หรือไม่การเลื่อนนาฬิกาปลุกบ่อยๆ

รู้หรือไม่การเลื่อนนาฬิกาปลุกบ่อยๆอาจเสี่ยงให้คุณเป็นโรคความจำเสื่อมได้

          เชื่อว่าหลายคนคงมีความรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการทำงานมาและอยากจะนอนหลับพักผ่อนสัก 22 นี่ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้นซึ่งหลายคนมักจะใช้วิธีการเลือกที่จะตั้งเวลาเอาไว้ปลุกให้คุณเองตื่นในเวลาที่ต้องการรายการตั้งเวลาส่วนใหญ่หลายคนมักไม่ตั้งครั้งเดียวแล้วตื่นแต่เลือกที่จะมีการกดตั้งเผื่อไว้หลายๆครั้งก่อนที่จะถึงเวลาจริงซึ่งเหตุผลนี้เองทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้คุณเป็นโรคความจำเสื่อมและสมาธิสั้นได้

         เชื่อหรือไม่ว่าการที่คุณตื่นขึ้นเธอต้องมาเลื่อนเสียงนาฬิกาหรือปิดเสียงนาฬิกาผู้กองคนบ่อยๆนั้นส่งผลทำให้ร่างกายของคุณได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอสมองของคุณจะงงๆเบลอๆเพราะมันถูกรบกวนจากการที่คุณหลับลึกแล้วต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังรบกวน ซึ่งเหตุการณ์นี้เองจะส่งผลกระทบในระยะยาวทำให้สมองของคุณมีประสิทธิภาพทำงานน้อยลงอาจจะส่งผลให้มีปัญหาเกี่ยวกับโรคความจำเสื่อมได้การที่เราจะใช้นาฬิกาปลุกในการปลุกให้เราตื่นนอนขึ้นมาเพื่อไปทำกิจกรรมอื่นๆนั้นเราควรมีการตั้งเสียงนาฬิกาปลุกให้มีความดันเพียงพอที่จะปลูกได้เราตื่นได้เลยเป็นที่จะต้องมีการตั้งปลุกหลายครั้งที่เราสะดุ้งตื่นบ่อยๆ

เพราะเมื่อเรามีการตื่นในช่วงเวลาเดิมบ่อยๆร่างกายของเราจะจดจำได้เองว่าถึงเวลาที่เราควรจะตื่นแล้วจะทำให้เราไม่จำเป็นต้องมีการปลุกซ้ำให้มากนักเพราะเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ร่างกายจะตื่นขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติที่สำคัญถ้าหากต้องการให้ตนเองตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นและตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาเดิมบ่อยๆนะแล้วก็แล้ว

คุณจะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอรวมถึงบางครั้งควรจะต้องมีการออกกำลังกายในช่วงเย็นเพื่อที่จะให้ร่างกายมีความเหนื่อยล้าและเราจะได้นอนหลับได้ง่ายขึ้นแต่ที่สำคัญเราควรจะนอนในเวลาเดิมซ้ำๆกันทุกๆวันก็ให้ร่างกายจดจำช่วงเวลาของการนอนของเราเพราะเมื่อถึงเวลานอนร่างกายของเราจะมีการกำหนดให้เราง่วงนอนเอง

โดยอัตโนมัติและเมื่อถึงเวลาตื่นเราก็จะตื่นได้เองอัตโนมัติเช่นเดียวกันหากวันหยุดไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรือออกไปทำธุระที่ไหนก็ไม่ควรจะนอนทั้งวันเพราะจะทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนมากเกินไปแล้วจะทำให้ขี้เกียจส่งผลให้เวลานอนของเราเปลี่ยนไปได้เช่นเดียวกันดังนั้นการนอนที่ดีจึงควรนอนเป็นเวลาและตื่นเป็นเวลาจะช่วยลดปัญหาเรื่องของความสมาธิสั้นและความจำเสื่อมได้ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

คาเฟอีนทำลายสุขภาพของคุณได้มากกว่าที่คุณคิด

คาเฟอีนทำลายสุขภาพของคุณได้มากกว่าที่คุณคิด

สำหรับ ช็อคโกแลต คาเฟอีน หรือแม้แต่น้ำอัดลมก็ตาม จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มักมีความชอบเสียส่วนมาก และคาเฟอีน นั้นยังเป็นสารเสพติดที่เรามักจะพบโดยทั่วไปและเราจะเห็นได้ว่ามีคนส่วนใหญ่ที่มีความชื่นชอบในรสชาติของคาเฟอีนมากอีกด้วยและที่สำคัญมักจะพบในบรรดาพนักงานที่ชอบดื่มกาแฟมากที่สุดนอกจากนั้นยังพบจำนวนมากสำหรับผู้ที่ดื่มเป็นบางครั้งบางคราวอีกด้วย

ความต้องการของการดื่มกาแฟหรือคาเฟอีนนั้นถือได้ว่าคนส่วนใหญ่มักมีความนิยมมันมากเป็นพิเศษแต่ใครจะรู้ว่ามันทำลายต่อสุขภาพของเราหรือบางคนก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่ามันทำร้ายสุขภาพเราตรงไหนบ้าง

คุณรู้หรือไม่ว่าคาเฟอีนนั้นทำลายและส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายของคุณ

จะเห็นได้ว่าคนทั่วไปนั้นมักชอบคาเฟอีนเพราะว่ามันสามารถไปกระตุ้นเกี่ยวกับสมองของเราโดยสามารถที่จะทำให้มีการตื่นตัวในการทำงานของร่างกายของเราซึ่งอย่างไรก็ตามคาเฟอีนนั้นมันจะมีผลกระทบภายในร่างกายของเราอีกด้วยเพราะมันเป็นการทำให้อัตราการเต้นของหัวใจของเราผิดปกติได้นอกจากนั้นยังผิดเรื่องความดันโลหิตอีกด้วย

คุณรู้หรือไม่ว่าเขาเป็นนั้นส่งผลทำให้เกิดการแท้งได้หรือส่งผลทำให้มีการกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้

ได้มีการระบุเกี่ยวกับงานวิจัยที่ออกมาหลากหลายด้วยกันว่าสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีการบริโภคเกี่ยวกับคาเฟอีนที่มากเกินไปนั้นสามารถส่งผลถึงเด็กในครรภ์หรือทำให้เกิดการแท้งได้ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ที่มีการบริโภคเกินวันละ 200 มิลลิกรัมต่อวันมีโอกาสเสี่ยงที่จะแทงค์ได้ค่อนข้างที่จะสูงมากกว่าผู้ไม่ดื่มคาเฟอีนถึง 2 เท่าด้วยกันคาเฟอีน นั้นยังสามารถซึมผ่านในครรภ์ของมารดาแล้วไปทำลาย การพัฒนาการของเด็กที่อยู่ในครรภ์ได้

คุณรู้หรือไม่ว่าการดื่มคาเฟอีนมากๆทำให้มีครรภ์ยาก

มีงานวิจัยในบางชิ้นได้มีการบ่งบอกถึงการดื่มคาเฟอีนมากๆส่งผลให้ ผู้หญิงบางคนมีภาวะที่มีบุตรได้ค่อนข้างที่จะยากขึ้น ซึ่งสำหรับผู้หญิงที่ดื่มคาเฟอีนมากกว่า 1 วันต่อแก้วซึ่งจะเห็นได้ว่าสำหรับผลการวิจัยเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เตือนภัยสำหรับผู้หญิงบางคนหรือสาวๆที่ชอบดื่มกาแฟอยู่เป็นประจำดังนั้นการดื่มกาแฟจนมากจนเกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่างๆให้แก่คุณได้

วิธีการดื่มกาแฟที่ดีที่สุดไม่ควรที่จะดื่มมากจนเกินความจำเป็นควรหันไปหาทำอย่างอื่นมากกว่าที่จะเป็นการดื่มกาแฟเพื่อที่จะไปลดส่วนต่างๆที่ก่อให้เกิดผลเสียแก่ร่างกายของคุณเองนั่นแหละ

พลาสเตอร์ยาหากใช้ไม่ถูกวิธีอาจมีผลเสียมากกว่าผลดี

พลาสเตอร์ยาหากใช้ไม่ถูกวิธีอาจมีผลเสียมากกว่าผลดี

     เชื่อว่าหลายๆคนเวลาที่เกิดบาดแผลขึ้นมาก็มักจะนึกถึงพลาสเตอร์ยานำมาแปะแผลเพราะต้องการป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่บาดแผลได้  เรามักจะเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีการพกพลาสเตอร์ยาไว้ติดตัวหรือแม้แต่มีเก็บไว้ในตู้เก็บยาสามัญประจำบ้านก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องใช้เวลามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นพลาสเตอร์ยาสามารถหาซื้อได้ง่ายรวมถึงราคาไม่สูงมากนักหากใครเป็นแผลเพียงเล็กน้อยก็สามารถที่จะนำพลาสเตอร์ยาปิดปากแผลเพื่อระงับการไหลออกของเลือดได้อีกด้วย 

    สำหรับวิธีการใช้พลาสเตอร์ยานั้นเราจะดูที่บาดแผลเป็นหลักหากบาดแผลของเราใหญ่มากลึกมากไม่สมควรที่จะใช้พัทยาในการปิดแผลแต่เราควรที่จะไปหาหมอเพื่อทำการดูแผลและล้างแผลรวมถึงคุณหมอจะเป็นคนแนะนำในการปิดแอร์เองว่าจะต้องใช้อะไรแต่หากแผลที่เราพบอยู่เป็นแผลขนาดเล็กไม่ลึกมากนักเราก็สามารถที่จะเช็คล้างทำความสะอาดแผลให้แห้ง

แนะนำพลาสเตอร์ยามาแปะ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลของเราได้แต่การที่จะใช้พลาสเตอร์ยาแบบนั้นเราควรจะเลือกให้ดีโดยการเลือกพลาสเตอร์ยาที่ดีนั้นควรจะเลือกเป็นแบบพลาสติกเพราะว่าจะกันน้ำไม่ให้เข้าแผลได้รวมถึงควรจะมีระบบระบายอากาศที่มีรูเล็กๆเพื่อไม่ให้แผลอับชื้นจนเกินไปและการปิดพลาสเตอร์ยานั้นไม่ควรปิดเป็นระยะเวลานานเกินไปควรจะมีการเปิดให้บาดแผลได้รับอากาศพื้นที่แผลของเราจะได้แห้งเร็ว

และหายเร็วขึ้นเมื่อเรามีการแกะพลาสเตอร์ยาออกแล้วควรนำทิ้งทุกครั้งหลังจากใช้เสร็จไม่ควรนำมาแปะซ้ำใหม่อีกครั้งหนึ่งเพราะว่าในพลาสเตอร์ยาจะมีเชื้อโรคซึ่งถ้าเราเอามาใช้ซ้ำอีกครั้งจะทำให้โลกเข้าสู่ร่างกายของเราได้จากบาดแผล

    และสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่งจากการใช้พลาสเตอร์ยานั่นก็คือเราไม่ควรนำพลาสเตอร์ยามาที่แผลของเราเป็นระยะเวลานานๆขอแทนที่แผลของเราจะหายเร็วกว่าจะหายช้าขึ้นได้เนื่องจากว่าแผลจะไม่แห้งแล้วก็จะไม่สมานกันการปิดพลาสเตอร์ยาที่ดีที่สุดควรปิดไว้ชั่วคราวแค่เพียง 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

แล้วแกะออกเพื่อให้แผลของเราได้สัมผัสกับอากาศเพื่อที่แผลจะได้แห้งและหายเร็วขึ้นและควรใช้พลาสเตอร์ยาอย่างระมัดระวังอย่าให้โดนน้ำเพราะว่าหากเมื่อใดก็ตามที่พลาสเตอร์ยาโดนน้ำมันจะดูดความชื้นเอาไว้ซึ่งจะทำให้บาดแผลของเรา อับชื้นและเกิดอาการเน่าได้ และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดหากเราแปะพลาสเตอร์ยาไว้ที่แพ้ของเราแล้วเวลาแกะออกให้แก่อย่างระมัดระวังเพราะเป็นไปได้ว่าตัวพลาสเตอร์ยาอาจจะเป็นบาดแผลของเราให้มีขนาดใหญ่มากขึ้นหรือเกิดการอักเสบได้อีกด้วย

นั่งนานๆระวังอาการขาบวม 

นั่งนานๆระวังอาการขาบวม 

  เรามักจะเห็นว่าคนที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวร่างกายมากนักเช่นคนที่ต้องนั่งทำงานอยู่ตลอดทั้งวันมักจะมีอาการขาบวมหรือเท้าบวมให้เห็นเนื่องจากว่า โลกของเรามีแรงโน้มถ่วงซึ่งไอ้ตัวแรงโน้มถ่วงนี้เองจะดึงทุกอย่างให้ลงสู่ที่ต่ำเสมอดังนั้นเช่นเดียวกันหากเรานั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆไม่มีการขยับเขยื้อนร่างกายเรื่อยๆของเราก็จะถูกดึงลงมาส่วนที่ต่ำที่สุดนั่นก็คือบริเวณขาและเท้าแล้วเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวเลย

เลือดก็จะอยู่บริเวณขาและเท้านั้นเป็นเวลานานจนทำให้เกิดอาการเลือดคั่งอยู่บริเวณที่ขาและเท้าซึ่งจะทำให้เลือดบริเวณนั้นเป็นสีดำและเมื่อเกิดอาการเลือดคลั่งขึ้นมาบริเวณขาและเท้าก็จะมีอาการบวมขึ้นมานั่นเองและเมื่อใดก็ตามที่เราพบว่าขาและเท้ามีอาการบวมวิธีการแก้ไขง่ายๆก็คือการที่เราอาจจะมีการขยับแข้งขยับขายกเท้าให้สูงขึ้นหรือแม้แต่เป็นการนวดเบาๆที่บริเวณขาและเท้าที่บวมก็จะช่วยลดอาการบวมรวมถึงจะช่วยให้ขาและเท้าที่บวมเข้าสู่สภาวะปกติได้เหมือนเดิม 

   และสำหรับใครก็ตามที่ต้องทำงานด้วยการนั่งเป็นเวลานานๆ เป็นพนักงานออฟฟิศหรือแม้แต่พวกพนักงานคอลเซ็นเตอร์ต่างๆที่แทบจะไม่ได้ลุกไปไหนเลยเพราะต้องคอยนั่งรอโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาคุณก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาอาการเท้าบวมของคุณได้ด้วยการยืดแข้งยืดขาในระหว่างที่คุณทำงานก็ได้อาจจะยกขาสูงขึ้นหรือหาอะไรมารองขาของคุณให้สูงขึ้นหรือในขณะที่คุณนั่งทำงานไปมือของคุณก็อาจจะสามารถนวดเท้าของคุณไปด้วย

เพื่อจะช่วยให้คุณลดอาการบวมที่เท้าได้เพราะหากว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของขาและเท้าบวมอยู่บ่อยๆมันจะส่งผลทำให้เกิดลิ่มเลือดของเราอุดตันได้ซึ่งถ้าหากเกิดปัญหานี้ขึ้นมาจะมีภาวะเกิดปัญหาแทรกซ้อนของโรคได้มากมายหลายชนิดด้วยกันและที่น่ากลัวก็คือหากระบบการไหลเวียนของเลือดอุดตันขึ้นมา

เมื่อไหร่จะส่งผลให้ชีวิตของเราถึงแก่ความตายได้เช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นการอุดตันของลิ่มเลือดจึงไม่ใช่ปัญหาเล็กๆแต่เราควรระมัดระวังดังนั้นวิธีการที่เราควรจะทำก็คือเราควรที่จะมีการเคลื่อนไหวร่างกายให้บ่อยมากที่สุดไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่รัดรูปจนเกินไปรวมถึงไม่นั่งไขว่ห้าง

และพยายามลุกเดินมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ที่สำคัญการที่เราดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการน้ำจะไปช่วยลดความเข้มข้นของเลือดซึ่งเป็นตัวการทำให้ลดการเกิดการเป็นลิ่มเลือดได้และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอหากเราปฏิบัติเช่นนี้ได้เราก็ไม่ต้องเป็นกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาการเกิดลิ่มเลือดเขาจะมีความเสี่ยงน้อยมากที่จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต

ผักสุกกับผักดิบกินแบบไหนดีกว่ากัน

ผักสุกกับผักดิบกินแบบไหนดีกว่ากัน

  หากเราจะมาเริ่มพูดถึงเรื่องของการกินผักกันแล้วแล้วก็อย่างที่เรารู้กันว่าผักนั้นมีประโยชน์และมีสารต่างๆมากมายหลายชนิดซึ่งในสารอาหารในผักนั้นสามารถรักษารวมถึงลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆได้มากมายหลายชนิดอีกด้วยยกตัวอย่างเช่นโรคมะเร็งอีกทั้งยังสามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้กับคนที่กินผักอย่างเช่นผักบุ้งก็จะช่วยในเรื่องของการถนอมสายตา

แต่ละคนก็มีคำถามออกมาว่าแล้วการกินผักนั้นเราควรจะกินผักสุุกที่ได้รับการผัดต้มหรือนึ่งแล้วหรือเราจะควรกินผักสดที่เป็นผักดิบๆแล้วเมื่อหากเรากินผักเหล่านี้แล้วยังไงจะให้คุณประโยชน์กับเรามากกว่ากันอาจจะทำการเปรียบเทียบกันแล้วผักสดย่อมได้เปรียบมากกว่าในเรื่องของการให้คุณค่าทางโภชนาการแต่ด้วยณปัจจุบันนี้ผักสดส่วนใหญ่ชาวสวนที่ทำการปลูกผักมักจะมีการฉีดยาฆ่าแมลงเอาไว้เพื่อป้องกันแมลงมากัดกินพืชผักของเค้า

ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าหากเรากินผักสดในช่วงแบบนี้จะทำให้เราได้รับสารพิษจากพวกยาฆ่าแมลงเข้าไปในร่างกายด้วยดังนั้นแทนที่เราจะได้สุขภาพอนามัยที่แข็งแรงเราอาจจะค่อยๆเจ็บไข้ได้ป่วยลงไปเพราะว่ามีสารพิษสะสมในร่างกายก็ได้ดังนั้นหากใครที่ชื่นชอบการรับประทานผักสดควรล้างน้ำให้สะอาดและล้างหลายๆรอบในขณะเดียวกันการที่เรากินผักที่ต้มสุกแล้วถึงแม้นว่าสารอาหารจะลดน้อยถอยลงมาได้รับสารอาหารไม่ได้ปริมาณที่มากเท่ากับการกินผักสดก็ตามแต่การทำอาหารให้สุกด้วย

การนึ่งหรือลวกหรือต้มก็แล้วแต่จะช่วยให้ สารพิษที่ตกค้างอยู่ในผักนั้นลดลงเนื่องจากความร้อนจะเข้าไปทำลายสารพิษดังกล่าวอีกทั้งการที่เรากินผักที่ทำให้สุกแล้วเช่นการลวกหรือแม้แต่การเร่งก็จะช่วยให้เราไม่พบกับปัญหาอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ดังนั้นหากเปรียบเทียบกันแล้วไม่ว่าจะเป็นผักตดหรือผักที่มีการปรุงให้สุกแล้วเราสามารถกินได้ทั้ง 2 ชนิด

เพียงแต่ว่าต้องมาดูว่าชนิดนั้นหากกินแบบสุกๆแล้ว จะให้ประโยชน์กับเรามากน้อยแค่ไหนก็ต้องเทียบกับการกินแบบสดๆเนื่องจากผักแต่ละชนิดให้ประโยชน์กับร่างกายได้แตกต่างกันสารอาหารในผักรวมถึงเกลือแร่ในผักนั้นมีแตกต่างกันดังนั้นผักชนิดเดียวกันจึงไม่สามารถบอกได้ว่าควรจะกินสดหรือว่าคุณจะกินสุกเอาผักบางชนิดก็ไม่สามารถที่จะกินแบบสดๆเช่นเดียวกัน

ต้องนำมาประกอบอาหารเท่านั้นถึงจะให้รสชาติที่อร่อยได้ แต่ถ้าหายใครที่ต้องการกินผักดิบเราอยากได้รับสารอาหารที่มากพอกับที่ร่างกายต้องการก็อย่าลืมล้างผักให้สะอาดก่อนที่จะนำมารับประทานด้วยนะคะ

อร่อยดีมีประโยชน์กับผลไม้ 5 สี

อร่อยดีมีประโยชน์กับผลไม้ 5 สี

สำหรับใครหลายๆคนคงทราบกันดีเกี่ยวกับการกินผักและผลไม้โดยวิธีการกินเหล่านี้มันสามารถสร้างวิตามิน แร่ธาตุ หวยและไฟเบอร์หรือสารอาหารอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรานั่นเอง

แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่ยังไม่ทราบว่าผักผลไม้สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มๆได้ 5 กลุ่มด้วยกันและยังแบ่งเป็น 5 สีอีกด้วยแต่ละสีนั้นก็จะมีสารอาหารที่แตกต่างกันและยังมีคุณประโยชน์ที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย

สำหรับการทานผักหรือผลไม้นั้นหากคุณทานครบ 5 สีจะเป็นการช่วยเกี่ยวกับในการช่วยลดความเสี่ยงจากโรคอื่นๆได้เยอะเหมือนกันยกตัวอย่างเช่นโรคหลอดเลือดในสมองโรคมะเร็งบางชนิดหรือความดันโลหิตเป็นต้น

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการทานผักผลไม้ต่างๆนั้นมันช่วยทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงและยังมีผิวพรรณที่สดใสแถมยังช่วยให้ชะลอความแก่ชราได้เป็นอย่างดีสำหรับวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักประโยชน์ต่างๆจากผักผลไม้ที่มี 5 สีด้วยกันว่ามีอะไรบ้าง

ผักผลไม้สีเขียว

สำหรับผักผลไม้สีเขียวนั้นจะเห็นได้จากกะหล่ำปลีสีเขียว บล็อกโคลี่ คะน้า อะโวคาโด หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม แตงกวา แอปเปิ้ลสีเขียว และถั่วลันเตา เป็นต้น

เราจะเห็นได้ว่าผลไม้ที่มีสีเขียวนั้นจะมีสารสำคัญต่างๆประกอบไปด้วยคลอโรฟิลล์  Routine  และซีแซนทีน เป็นต้น สิ่งต่างๆเหล่านี้ที่เรานำมายกตัวอย่างจะเป็นการช่วยในเรื่องของการลดมะเร็งและช่วยลดเกี่ยวกับการชะลอของร่างกายโดยเกิดจากการเสื่อมของจอประสาทตาและยังมีประโยชน์ในด้านของมีไฟเบอร์สูงช่วยในการขับถ่าย และช่วยต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญยับยั้งการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วยประโยชน์ถือว่าดีสุดๆไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด

ผักผลไม้สีแดง

สำหรับผักผลไม้ที่มีสีแดงที่มีประโยชน์แก่ร่างกายของเราได้แก่กะหล่ำปลีแดง มะเขือเทศ หอมแดง แอปเปิ้ลสีแดง สตอเบอรี่   องุ่นแดง แตงโม ส้มโอสีชมพู มะละกอ ราสเบอรี่ และดอกกระเจี๊ยบเป็นต้น

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าผักผลไม้สีแดงมีสารสำคัญต่างๆที่ร่างกายของเราต้องการซึ่งก็ได้แก่ไลโคปีน เบตาไซซีน และสารที่เป็นเอนไซม์ของโทไซยานิน จะเห็นได้ว่าสารต่างๆเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากโรคมะเร็งและยิ่งไปกว่านั้นจะช่วยลดดียิ่งขึ้นกับมะเร็งต่อมลูกหมากมะเร็งปอดและมะเร็งปากมดลูกแถมยังช่วยในการลดไขมันที่ไม่ดีออกไปอีกด้วยหากคนที่เป็นความดันก็คนทานให้เยอะๆเพราะมันช่วยลดการเกร็งตัวของหลอดเลือดที่สำคัญช่วยในเรื่องของริ้วรอยและสิวอีกด้วยนะจ๊ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  entaplay

รู้เท่าทันฝุ่น PM2.5  รับมือได้อย่างปลอดภัย

รู้เท่าทันฝุ่น PM2.5  รับมือได้อย่างปลอดภัย

    อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าในปัจจุบันนี้สภาพอากาศของประเทศไทยเรานั้น อากาศไม่โปร่งใส ไม่สดชื่นมากพอที่เราจะสามารถตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วสูดรับเอาอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไปในปอดได้ เพราะทุกวันนี้ทุกคนจะตื่นเช้าขึ้นมาจะต้องพบเจอกับอาการที่มันขมุกขมัว มีแต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กจิ๋วลอยเต็มไปหมด จนต้องหาข้อมูลกันว่าต่อวันเลยว่าในแต่ละวันมีแถวไหนบ้างที่สภาพอากาศเลวร้ายจนเป็นสีแดง

  หรือตรงไหนทีอากาศเป็นสีเขียวพอที่เราจะสามารถไปเดินแถวนั้นได้ เชื่อว่าหลายคนคงยังเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ค่าฝุ่นละออง PM2.5 จะหมดไปจากประเทศเสียที เพราะทุกคนในตอนนี้คงรู้กันดีแล้วว่าอันตรายที่เกิดมากจากการสูดดมฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว PM2.5 เข้าไปจะมีผลร้ายแรงแต่ร่างกายของตัวเองอย่างไรบ้าง เพราะปัญหาความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากเราสูดเข้าไปแล้วมันจะแสดงอาการของโรคทันที แต่มันเป็นการสะสมสารพิษเข้าไปอยู่ในปอของเรา

และนานวันเข้าสารพิษในปอดเหล่านี้จะส่งร้ายแรงทำให้เราเป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หาย และยังเป็นโรคที่ร้ายแรง อาจจะเป็นตัวการทำให้เราเสียชีวิตเร็วขึ้นกว่าเดิมก็ได้ ดังนั้นเมื่อเราทราบถึงผลเสียต่อการสูดดมเอาฝุ่นละอองขนาดจิ๋วเข้าปอดแบบนี้แล้ว  เรามาดูกันว่าควรจะทำอย่างไรในการับมือกับปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 นี้ดี

-พยายามงดเดินทางไปในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองจิ๋ว PM2.5 ที่มีปริมาณสูง นั้นคือเมื่อเราตื่นเช้าขึ้นมา เราควรหาข้อมูลว่าพื้นที่ไหนที่เป็นสีแดงของค่า pm2.5 แล้วพยายามเลี่ยงที่จะต้องเดินทางไปอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พยายามงดกิจกรรมที่ต้องทำด้านนอกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นการเดินบนท้องถนนที่มักจะมีรถติดและพ่นควันดำกันตลอดเวลา การออกบูทด้านนอกของตัวอาคารเป็นต้น เพราะช่วงนี้ฝุ่น pM2.5 ด้านนอกอาคารเยอะมากดังนั้นหากเราทำกิจกรรมด้านนอกอาการมีโอกาสในการสูดฝุ่นละอองเหล่านี้เข้าไปเยอะมาก

-แต่ถ้าหากเราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเหล่านี้ได้ และยังต้องมีการผ่านเข้าไปอยู่ในโซนทีมีความเสี่ยงที่มีค่า PM2.5 สูงเราจำเป็นต้องหาอุปกรณ์มาป้องกันตัวเอง นั่นก็คือ การใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ได้

-ในช่วงนี่ร่างกายของเราต้องต่อสู้กับเชื้อโรคมากมายหลายชนิดถามยังมีเรื่องของฝุ่นละอองเข้ามาอีก ดังนั้นเราควรบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการกินผักและผลไม้ ทีมีประโยชน์

 

สนับสนุนโดย  nowbet

“กระดาษทิชชู่” ควรที่จะนำมาทำเป็น “หน้ากากอนามัย”หรือเปล่า?

“กระดาษทิชชู่” ควรที่จะนำมาทำเป็น “หน้ากากอนามัย”หรือเปล่า?

จะเห็นได้ว่าในตอนนี้หน้ากากอนามัยนั้นหายากมากและเชื้อโรคก็มีมากขึ้นเช่นกัน โดยผู้ที่ติดเชื้อเหล่านี้มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้นการหาหน้ากากอนามัยยิ่งยากเข้าไปใหญ่แถมที่มีอยู่ก็มีราคาที่แพงมากขึ้นด้วย จึงมีคนที่คิดค้นหน้ากากอนามัยด้วยวิธีต่างๆ แต่มันจะสามารถป้องกันเชื้อโรคได้จริงหรือไม่

 วันนี้เรามีคำตอบมาฝากสำหรับผู้ที่รักสุขภาพหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรที่จะทำความเข้าใจกับมันก่อนที่จะนำไปใช้ในทางที่ผิดซึ่งนั้นจะก่อให้เกิดการติดเชื้อโรคไวรัสใหม่นี้ขึ้นได้ ยิ่งหากเป็นบุคคลที่ต้องเจอกับผู้คนหรือต้องเดินทางที่มีการแออัดในกลุ่มฝูงชนด้วยแล้วยิ่งต้องมาทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

สำหรับกรมวิทยาศาสตร์ด้านการบริการ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับในเรื่องที่มีการใช้กระดาษทิชชู่มาทำหน้ากากอนามัยเพื่อเป็นการนำไปใช้เอง

โดย“กระดาษทิชชู่” ควรที่จะนำมาทำเป็น “หน้ากากอนามัย” หรือเปล่า?

ดร.ภูวดี ตู้จินดา หัวหน้าทีมวัสดุธรรมชาติและก็เส้นใย รวมทั้งโฆษกกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยแล้วก็นวัตกรรม (อว.)เผยออกมาว่า เนื่องจากว่าลักษณะของกระดาษนั้นเกิดการประสานกันของเส้นใยเซลลูโลส ซึ่งก็จะมีช่องว่างอุดด้วยสารเติมแต่ง (filler)เพื่อเพิ่มคุณสมบัติต่างๆทั้งยังกระดาษสารพัดประโยชน์และก็กระดาษทิชชู่ยังมีคุณลักษณะสำหรับในการดูดซึมน้ำด้วย ซึ่งเมื่อมีละอองเข้ามาเกาะจะถูกดูดซึมเข้าไปอยู่ในเนื้อกระดาษโดยความรู้ความเข้าใจสำหรับในการดูดซึมขึ้นอยู่กับกระดาษสารพัดประโยชน์หรือกระดาษทิชชู่ที่ประยุกต์ใช้

นอกจากนั้นกระดาษสารพัดประโยชน์และก็กระดาษทิชชู่บางเกรดมีการเพิ่มเติมสารฟอกนวลเพื่อช่วยทำให้สีดูขาวขึ้น ถ้าหากใส่เป็นหน้ากาก มีความอับเปียกชื้นเป็นระยะเวลานานบางคนอาจแพ้รวมทั้งมีการระคายเคือง รวมทั้งเส้นใยอาจหลุดจากพื้นผิวเมื่อถูกเสียดสีขุยกระดาษที่สูดเข้าปอดไปก็บางครั้งอาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้

ทั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นหน่วยงานให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ ศึกษาค้นคว้า และก็ให้คำแนะนำด้านเยื่อและก็กระดาษแก่ผู้ประกอบการรวมทั้งประชาชนทั่วๆไปโดยสินค้าจำพวกกระดาษทิชชู่ ประกอบด้วย กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า กระดาษเช็ดมือ กระดาษที่เอาไว้สำหรับเช็ดปาก รวมทั้งกระดาษสารพัดประโยชน์ สามารถทดสอบได้ทุกรายการ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) กำหนด

หน้ากากผ้า ทางออกเมื่อหน้ากากอนามัยใช้แล้วทิ้งขาดแคลน

นายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย พูดว่า จากเหตุการณ์หน้ากากอนามัยขาดแคลน รับรองว่า หน้ากากผ้านับว่าเป็นช่องทางของคนที่ไม่เจ็บป่วยได้ โดยประชาชนสามารถทำหน้ากากผ้าเองได้ ด้วยการใช้ผ้าฝ้าย ผ้าใยสังเคราะห์ รวมทั้งผ้าสาลู ซึ่งแม้ว่าจะช่วยได้ไม่ 100% แต่ว่ารองรับได้ 54-59%

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  dewabet

“หัวเราะขณะหลับ”เรื่องธรรมดาหรือพฤติกรรมที่น่ากังวล

“หัวเราะขณะหลับ”เรื่องธรรมดาหรือพฤติกรรมที่น่ากังวล

การนอน ถือได้ว่าเป็นการพักผ่อนของร่างกาย มนุษย์เราจำเป็นที่จะต้องที่จะต้องมีการนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง แล้วถ้าหากว่าจู่ๆพวกเราเกิดหัวเราะออกมาเวลาที่กำลังนอนหลับอยู่ล่ะการหัวเราะขณะนอนหลับ นับว่าเป็นสัญญาณอันตรายของสุขภาพหรือเปล่า? เรามาหาคำตอบกัน

อาการหัวเราะตอนนอนหลับ คืออะไร

คนเราในเวลาที่นอนหลับนั้น ร่างกายก็จะนิ่ง ไม่มีการแสดงอาการอะไรออกมา เว้นแต่ว่าจะมีการพลิกตัวเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถสำหรับการนอนแค่นั้น หรืออาจมีการละเมอขึ้นมาในบางครั้งนอกเหนือจากนั้นแล้ว มนุษย์เราก็สามารถที่จะหัวเราะออกมาในขณะกำลังนอนอยู่ด้วยเหมือนกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กแรกเกิด หรือเด็กๆที่อายุยังน้อย ซึ่งการหัวเราะในระหว่างการนอนหลับนั้น เป็นการที่ร่างกายตอบสนองต่อความฝัน ซึ่งคือเรื่องธรรดา และไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อร่างกายอะไร

สาเหตุที่ทำให้เรา หัวเราะขณะนอนหลับ

ภาวะความผิดปกติขณะนอนหลับ (REM: sleep behavior disorders)

การหัวเราะขณะที่นอน บางทีอาจเป็นลักษณะของสภาวะความผิดปกติขณะที่กำลังนอนหลับ (REM sleep behavior disorders) หรือการนอนหลับในระยะ REM ที่เป็นช่วงที่เกิดความฝันในขณะนอนหลับและก็ร่างกายต้องการแสดงออกถึงอิริยาบถต่างๆตามความฝันที่เกิดขึ้น แต่ว่าร่างกายของมนุษย์เวลาที่นอนหลับอยู่นั้นจะอ่อนเพลียและไม่สามารถที่จะขยับได้มาก

สมองก็เลยสั่งให้ร่างกายแสดงออกผ่านทางการหายใจ บางทีอาจเป็นการหายใจถี่ๆหรือหายใจแรง และก็การกลอกตาไปๆมาๆในขณะหลับ มีการยิ้ม รวมทั้งในบางครั้งก็สามารถที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยเหมือนกัน

การละเมอ

เสียงหัวเราะที่เกิดขึ้นในระหว่างการนอนหลับนั้น บางครั้งบางทีอาจเป็นอาการละเมอ ซึ่งเป็นความผิดปกติในระหว่างการนอน โดยจะมีการแสดงออกของอิริยาบถ หรือพฤติกรรมต่างๆเป็นต้นว่า การเดิน การลุกขึ้นนั่ง การยืน หรือที่พวกเรามักได้ยินกันเป็นประจำคือ ละเมอเดิน ซึ่งอาการละเมอนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี ดังต่อไปนี้

-พันธุกรรม

-การใช้ยากล่อมประสาท

-อดนอน

-ตารางการนอนที่ไม่คงที่

-ความเครียด

-อาการหัวเราะขณะหลับในเด็ก

คุณพ่อคุณแม่หลายๆคนคงพบเห็นสถานะการณ์นี้จนกระทั่งเป็นเรื่องปกติ ในช่วงเวลาที่ไกวเปล หรือเฝ้าดูเจ้าตัวน้อยนอนอย่างสุขสบาย ก็จะมองเห็นว่าลูกของคุณกำลังยิ้ม รวมทั้งบางทีก็หัวเราะออกมาด้วย ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดการหัวเราะขณะหลับในเด็กตัวเล็กๆนั้น อาจมีปัจจัยที่แตกต่างแล้วก็เพิ่มเติมไปจากของผู้ใหญ่ นั้นก็คือ

พัฒนาการทางด้านอารมณ์

ในตอนกลางวัน เด็กบางทีอาจจะส่งเสียงร้องเพลง หรือเต้นตามจังหวะต่างๆทำให้สมองจดจำเอาสิ่งเหล่านี้ไว้ แล้วก็เกิดมีการประมวลผลสิ่งเหล่านี้ในตอนที่เด็กกำลังหลับ เด็กจึงหัวเราะแล้วก็ยิ้มตามการประมวลผลทางอารมณ์ดังที่สมองสั่งการ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa