3 ผลไม้บำรุงปอดให้มีสุขภาพดี

3 ผลไม้บำรุงปอดให้มีสุขภาพดี

ปอด เป็นอวัยวะที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เพราะมีความสำคัญในการฟอกอากาศให้แก่ร่างกาย ทั้งยังสำคัญต่อระบบทางเดินหายใจของเราอีกด้วย เราทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาปอดให้ดี เพราะหากปล่อยละเลยไปโอกาสเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคปอดอักเสบ โรคมะเร็งปอด โรคหอบหืด เป็นต้น ซึ่ง ผลไม้บำรุงปอด โรคต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นโรคที่มีความร้ายแรงต่อปอดของเราเป็นอย่างมาก

ดังนั้น การดูแลปอดให้มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งที่เราควรมองข้าม อย่างไรก็ตาม การดูแลปอดให้แข็งแรง ไม่เพียงแต่เป็นการออกกำลังเท่านั้น การรับประทานอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลปอดให้แข็งแรงได้ เพราะสมัยนี้มีอาหารบางประเภทที่มีส่วนช่วยในเรื่องขงการดูแลปอดให้แข็งได้ ฉะนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำ ผลไม้บำรุงปอด  ฟอกปอดให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารหรือผลไม้ก็สามารถมีปอดที่แข็งแรงได้ โดยไม่ต้องออกกำลังกายเลยแม้แต่นิด  

อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อในด้านการลดน้ำหนัก เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เป็นผลไม้ที่หาได้มาง่าย เพราะเป็นผลไม้ที่เกิดตามฤดูกาล บางจังหวัดก็ไม่มี อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกาย คนที่นิยมส่วนใหญ่แล้วมักเป็นผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอยู่ แต่รู้หรือไม่ว่า อะโวคาโดก็สามรถช่วยในเรื่องของการบำรุงปอดได้เช่นกัน หากเรารับประทานเป็นประจำนอกจากจะช่วยในเรื่องสุขภาพร่างกาย เรื่องของการลดน้ำหนักแล้ว ยังส่งผลดีไปยังปอด ทำให้ปอดของเราแข็งแรงไปด้วย

เบอร์รี่ ผลไม้ประเภทนี้เต็มไปด้วยวิตามินซีและวิตามินอื่น ๆ  ที่มีประมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส ดูอ่อนกว่าวัย ไม่เพียงแค่นี้ ยังสามารถป้องกันปอดจาเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย  ดังนั้น หากเรารับประทานเป็นประจำ ยังสามารถช่วยป้องกันหวัด ภูมิแพ้ โรคปอด และมีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันของเราอีกด้วย หากใครที่อายกดูแลปอดให้แข็งแรง ผลเบอร์รี่อาจเป็นตัวเลือกหนึ่ง 

แคนตาลูป เป็นหนึ่งในผลไม้ที่สามารถช่วยให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น และเป็นผลไม้ที่เกิดตามฤดูกาล ค่อนข้างที่จะหายาก แต่คุณประโยชน์ขอบอกเลยว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่นเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นผลไม้ที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งยังสามารถช่วยต้านการอักเสบที่เกิดจากเชื้อโรคได้อีกด้วย เพราะแคนตาลูปจะอุดมไปด้วยวิตามินซี เบต้า แคโรทีนที่มีส่วนช่วยให้ปอดของเราแข็งแรง ทั้งยังส่งผลให้ระบบทางเดินหายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย หากใครไม่ชอบรับประทานบอกได้เลยว่าคุณพลาดมาก 

 

สนับสนุนโดย    ชุดตรวจ hiv

การปกป้องตนเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกล COVID-19

การปกป้องตนเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกล COVID-19

การปกป้องตนเอง เมื่อปี 2019 ทั่วโลกได้ประสบปัญหาด้านสุขภาพความเป็นตาย เนื่องจากพบโรคอุบติใหม่ ที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าไวรัสโคโรนา ซึ่งในตอนนี้ก็ยังไม่มีการระบุต้นกำเนิดของโรคว่าพบที่แรกที่ใด แต่ที่แน่ ๆ คือสามารถติดต่อได้ทั้งในคนและสัตว์ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังตัวให้มาก ๆ

การปกป้องตนเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกล COVID-19

  1. ล้างมือด้วยสบู่และก็น้ำที่สะอาดนานประมาณ 20 วินาที (หรือใช้ Alcohol gel ในการทำความสะอาดมือ ในกรณีที่ไม่สามารถล้างมือด้วยสบู่ได้)
  2. ใส่หน้ากากอนามัยให้ถูก สีแก่ข้างนอก สีอ่อนภายใน จัดให้หน้ากากครอบปิดปากแล้วก็จมูก ตลอดจนถึงหุ้มคาง บีบลวดที่สั้นดั้งจมูก และล้างมือ
  3. ผู้ไม่เจ็บป่วยใส่หน้ากากผ้าได้ ส่วนคนที่มีลักษณะอาการป่วยไข้ให้ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโรค
  4. หลบหลีกการสัมผัสบริเวณใบหน้า ขยี้ตา แคะจมูก รวมทั้งสัมผัสปาก เพื่อลดช่องทางการนำเชื้อโรคไปสู่ร่างกาย
  5. ไอ จามในคอเสื้อ หลีกเลี่ยงการใช้มือป้องปากแล้วก็จมูก ถ้าหากใช้มือป้องปากแล้วก็จมูก จำต้องล้างมือให้สะอาดทุกคราว
  6. ถู ชำระล้างผิวที่มีโอกาสจับ สัมผัสเสมอ ๆได้แก่ ลูกบิด ด้ามจับประตู ราวบันได ปุ่มกด  ฯลฯ ด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่
  7. หลบหลีกการไปในสถานที่ที่ผู้คนหนาแน่น ดังเช่น โรงภาพยนต์ ห้าง ศูนย์อาหาร สถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟฟ้า ฯลฯ รีบทำธุระ รีบกลับบ้านพัก ถ้าหากจำต้องไปให้ใส่หน้ากาก และหมั่นทำความสะอาดมือ จะล้างด้วยสบู่ หรือ Alcohol gel ก็ตามแต่สะดวก
  8. ปิดฝาของชักโครก ก่อนกดล้าง เพื่อลดช่องทางการฟุ้งกระจายของเชื้อไวรัส ซึ่งถูกขับออกทางอุจจาระได้ เลือกใช้สินค้าจัดการกับรอยคราบโถเครื่องสุขภัณฑ์ใส่ไว้ในถังพักน้ำ เพื่อฆ่าเชื้อโรค
  9. ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดจังหวะการป่วย ซึ่งจะมีลักษณะอาการแสดงคล้ายกับการได้รับเชื้อ COVID-19 จะได้สามารถเฝ้าระวังติดตาม การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ครอบคลุมแค่ไข้หวัดใหญ่ ไม่สามารถช่วยคุ้มครองป้องกันการรับเชื้อไวรัส COVID-19 ได้

 

อาการของโรคไวรัสโคโรนา (Covid-19) การปกป้องตนเอง มีความหลากหลายไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าติดเชื้อแล้วหรือไม่ เพราะอาการจะเหมือนกับการมีป่วย ไม่สบาย สิ่งที่สามารถทำได้ เมื่อมีอาการป่วย คือทบทวนตนเอง ที่ผ่านมาได้ป้องกันตนเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่อออกนอกบ้านหรือที่พักอาศัยหรือไม่ ไปสถานที่ ๆ ที่สุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือเปล่า และหากไม่มั่นใจเป็นหนักขึ้น ควรเข้ารับการตรวจกับสถานพยาบาลโดยด่วน และต้องให้ข้อมูลกับแพทย์ที่เป็นความจริงทั้งหมด ไม่ควรปกปิดข้อมูล เนื่องจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจะได้เตรียมพร้อมรับคุณในการเข้ารับการตรวจ ระมัดระวังตนมากขึ้น หากคุณติดโควิด-19 จริง ๆ แพทย์และบุคลากรจะได้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงสูง  

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์บาทละ 1000

วัคซีนคืออะไร 

วัคซีนคืออะไร 

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงวัคซีนต้องไปพูดถึงอีกเรื่องนึงที่เกี่ยวข้องกันแล้วก็มีความสำคัญมากๆกับเรื่องวัคซีนนั่นก็คือ เรื่องราวของภูมิคุ้มกันนั่นเอง

ซึ่งทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าภูมิคุ้มกันคืออะไรมันเป็นคำถามที่ง่ายเพราะว่าภูมิคุ้มกันก็คือสิ่งที่มันอยู่ในร่างกายของเราแล้วก็คอยคุ้มกันเราป้องกันเราไม่ให้เชื่อโรคมาทำอันตรายอะไรเราได้หรือว่ามาต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆโดยภูมิคุ้มกันแบ่งออกเป็น2ประเภทด้วยกัน

ประเภทแรกก็คือภูมิคุ้มกันที่เรามีมาตั้งแต่เกิดอีกประเภทหนึ่งก็คือที่ร่างกายของเรามันสร้างขึ้นมาเองในภายหลังนั่นเองเราจะยังไม่พูดถึงประเภทแรกเราจะพูดประเภทที่สองที่สร้างขึ้นมาในภายหลังดีกว่าและจะแบ่งย่อยออกเป็น2ประเภทด้วยกัน

โดยประเภทแรกก็คือที่ร่างกายของเรามันสร้างขึ้นมาเองส่วนอีกประเภทนึงก็คือประเภทที่เรายัดภูมิคุ้มกันเข้าใส่ร่างกายไปเลยจุดที่แตกต่างกันระหว่างสองประเภทนี้เอาแบบง่ายๆประเภทแรกต้องบอกว่าสร้างยากกว่าเพราะว่าสร้ากายของเราต้องสร้างขึ้นมาเอง

ในขณะที่ประเภทสองแค่ใส่เข้าไปในร่างกายก็ใช้ได้แล้วอย่างไรกตามต้องบอกว่าประเภทแรกถึงจะสร้างยากกว่าแต่ข้อดีของมันก็คือมันจะอยู่กับเราได้นานกว่าแล้วก็จะเป็นภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่าประเภทที่สองนั่นเอง

ดังนั้นเวลาที่เราจะพูดถึงวัคซีนเราก็จะมาพูดถึงประเภทของภูมิคุ้มกันประเภทนี่แหละที่เราต้องการให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราสร้างขึ้นมาเองและวิธีที่จะทำให้ร่างกายของเราสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาวิธีมันง่ายมากเลยก็คือใส่อะไรบางอย่างเข้าไปในร่างกายของเรา

เพื่อไปกระตุ้นร่างกายทำให้รู้สึกว่ามันไม่ได้จะต้องสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อป้องกันดีกว่าหลังจากที่ร่างกายโดนกระตุ้นมนก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมานี่ละและอะไรบางอย่างก็คือวัคซีนนี่ละและวัคซีนไม่จำเป็นจะต้องฉีดเข้าไปอย่างเดียวแต่ว่าอาจจะเกิดจากการฉีดเข้าไปแบบฉีดยาก็ได้กินก็ได้หรือว่าสูดเข้าทางจมูกก็ได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้นเราก็รู้กันแล้วเราจะต้องใส่อะไรบางอย่างเข้าไปในร่างกายของเราเพื่อให้ร่างกายของเราไปไปต่อสู้กับมันว่าแต่อะไรบางอย่างที่จะเป็นที่มาของวัคซีนมันคืออะไรตอบแบบง่ายๆว่าหลายคนเข้าใจว่าวัคซีนคือเชื้อโรคว่าใช่ไหมก็ใช่แหละแต่มันไม่ใช่ทั้งหมดเพราะว่าวัคซีนอาจจะเป็นเชื้อโรคที่เอาไปทำให้อ่อนแอแล้วเป็นเชื้อโรคในปริมาณน้อยมากๆ

ซึ่งมันก็อาจจะเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่งของเชื้อโรคหรือเป็นอะไรอื่นๆอีกมากมายเช่นแบบพิษที่เชื้อโรคทิ้งเอาไว้เรียกได้ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไรก็ได้ที่มันจะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายขอเรา

 

สนับสนุนโดย   บาคาร่า sa

การกินโยเกิร์ตมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร

การกินโยเกิร์ตมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร

โยเกิร์ตเป็นอาหารที่หลายๆคนได้มีการกินกันอย่างมากในตอนเช้า ซึ่งการกินโยเกิร์ตเราจะสามารถที่จะได้รับสารอาหารมากมาย และยังจะสามารถที่จะทำให้เราสามารถที่จะทำให้น้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และจะสามารถที่จะมีการได้รับประโยชน์มากมายในการกิน ซึ่งโยเกิตร์นี้ก็ได้เป็นอาหารที่จะสามารถทำการกิน เพื่อให้เรานั้นได้มีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย

และในการที่เราจะมีการกินโยเกิร์ตนี้ เราจะสามารถที่จะมีการกินได้อย่างหลากหลายเวลาได้อีกด้วย ซึ่งในการที่ได้กินโยเกิร์ตในเวลาที่แตกต่างกันนั้น จะมีการส่งผลต่อสุขภาพและประโยชน์ที่แตกต่างกันไปอีกด้วย แต่ในการที่เราจะได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่ในการกินโยเกิร์ตตอนเช้าจะมีประโยชน์ที่สามารถรับได้ดังนี้

  1. การที่เราจะสามารถทำการลดน้ำหนักได้ง่าย

การกินโยเกิตร์นี้นั้นจะเป็นการที่สามารถทำการลดน้ำหนักได้อย่างง่าย ซึ่งเป็นเพราะว่าโยเกิร์นี้มีโปรตีนที่เยอะมากๆ ซึ่งเราจะมีความอิ่มท้องและทำให้เราไม่รู้สึกหิวได้ง่าย และนอกจากนี้ยังมีแคลเซียมที่ทำให้เราได้มีการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเราได้มากขึ้นมากๆ ซึ่งการที่เราได้มีการกินโยเกิร์ตตอนเช้าจึงจะมีผลอย่างมากในการที่เราจะทำการลดน้ำหนัก ซึ่งในการที่เราจะมีการกินโยเกิร์ต เราต้องกินโยเกิตร์ที่เป็นรสชาติธรรมดาและนำผสมกับผลไม้ต่างๆ เพราะในการที่เราได้มีการโยเกิร์ตที่ได้ผสมผลไม้จะมีส่วนที่ทำให้เรานั้นได้มีไฟเบอร์ที่มากและทำให้เรานั้นอยู่ท้อง และสามารถที่จะทำให้ขับถ่ายได้ดีอีกด้วย

  1. การช่วยลดการท้องผูก

ในการที่จะช่วยในการแก้การท้องผูกนั้น เราจำเป็นที่จะต้องมีการกินตอนเช้าเท่านั้นอีกด้วย ซึ่งจะทำให้วิตามิน เกลือแร่ และสารต่างๆเข้าสู่ร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี และจะทำให้เรานั้นได้มีการปรับสมดุลของการทำงานได้เป็นอย่างดี และจะสามารถที่จะมีการป้องกันโรคต่างที่เกิดทางลำไสได้อีกด้วย

  1. การที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ

การกินโยเกิร์ตอย่างเป็นประจำนั้น นอกจากการที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักของเราได้ดีแล้ว ยังจะสามารถที่จะมีการปรับการทำงานของลำไส และทำให้เบียเทียดีที่อยู่ในลำไสของเรานั้นได้มีความแข็งแรงขึ้นมากอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  918kiss ฝากขั้นต่ำ50บาท

ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งทำให้ฟันขาวจริงหรือ?

ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งทำให้ฟันขาวจริงหรือ?

ยาสีฟันสูตรWhiteningก็คือยาสีฟันปกตินี่ละที่เราเพิ่มสารเคมีที่ช่วยทำให้คุณฟันขาวขึ้นแต่อยากที่ชื่อเขาได้บอกเอาไว้ว่าเขาเป็นสารขัดฟัน

เพราะฉะนั้นการที่มีสารขัดฟันอยู่สูงเขาก็จะขัดฟันของคุณออกไปเยอะโดยคุณจะเลือกใช้ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งไว้ใช้สักหลอดนึงให้คุณเอายี่ห้อและรุ่นของเขาไปค้นหาใมนข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเขาจะมีข้อมูลจำเพราะเลยว่าค่าRDAของยาสีฟันยี่ห้อนั้นๆรุ่นนั้นๆมีค่าเท่าไหร่

ซึ่งถ้าไม่เกิน250ถือว่าโอเคเราพอจะแบ่งกลุ่มของเขาได้ออกเป็น3ประเภทกลุ่มที่1คือกลุ่มสารขัดฟัน กลุ่มแรกถือว่าจำเป็นมากๆสำหรับยาสีฟันไวท์เทนนิ่งเลยเพราะทุกยี่ห้อจะใส่สารขัดฟันเอาไว้โดยการทำงานของสารขัดฟันนี้จะช่วยขจัดครอบสีต่างๆบนตัวฟันแล้วทำให้ฟันของเรากลับมาขาวได้

แต่ย้ำขาวได้เท่าที่ระดับความขาวเดิมในธรรมชาติเราเท่านั้นสำหรับใครเดิมที่ฟันเหลืองอยู่แล้วก็อาจจะช่วยทำให้ฟันของคุณไม่เหลืองจนมากเกินไปเพราสารขัดฟันเพียงเอาแค่ข้าวที่ติดอยู่ภายนอกผิวฟันเอาออกไปไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนสีภายในของเนื้อฟัน

ดังนั้นสารขัดฟันที่มีอยู่ใมนตัวยาสีฟันไวท์เทนนิ่งที่มีความนิยมใช้กันได้แก่ สารกลุ่มHydrated Silica สารกลุ่มAlumina สารกลุ่มแคลเซียม และ กลุ่มอื่นๆอีกเช่น เบกกิ้งโซดาเป็นต้นต่อมาจะเป็นยาสีฟันไวท์เทนนิ่งประเภทที่2กันกลุ่มที่เรียกว่าพิเศษใส่ทุกอย่างคือเป็นยาสีฟันปกติ

ใส่สารขัดฟันด้วยสารขจัดคราบฟันสารเปอร์ออกไซด์สารฟลูออไรด์สารสีฟ้าเข้าไปด้วยในยาสรฟันไวท์เทนนิ่งก็อาจจะมีการเพิ่มสารเคมีบางตัวเช่น Enzyme Sodium Citrate Tetrasodium Pyrophosphate Sodium Trimetetaphosphate และ Sodium Hexametaphosphate

ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้คราบสีมาเกาะฟันและยังป้องกันการเกิดหินปูนด้วยเพราะคราบสีจะติดได้ง่ายขึ้นถ้าหากคุณมีหินปูนแต่จากการวิจัยพบว่าสารขจัดคราบฟันเหล่านี้ช่วยให้ฟันของคุณขาวน้อยมากเพราะยังไงก็แล้วแต่ต้องพึ่งการขัดสีจากสารขัดสีเป็นหลักอยู่ดี

สารเคมีกลุ่มที่สามกลุ่มสารเคมีสารสีฟ้ายาสีฟันไวท์เทนนิ่งบางยี่ห้อนอกจากจะมีสารขัดฟันหรือสารขจัดคราบฟันแล้วยังใช้สีสะท้อนเช่นการใช้สีฟ้าผสมลงไปใมนยาสีฟันด้วย

ดังนั้นเมื่อแปรงฟันแล้วสารสีฟ้าเหล่านี้จะไปเกาะอยู่ที่ฟันของคุณเวลามองสะท้อนแสงก็จะมองเห็นฟันขาวขึ้นเมื่อใช่เพียงแค่ครั้งเดียวก็จะเห็นฟันขาวขึ้นทันที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ole777

ยาลดไขมันรู้ไว้ปลอดภัยกว่า

ยาลดไขมันรู้ไว้ปลอดภัยกว่า

ซึ่งเราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับคอเลสเตอรอลว่าเมื่อไหร่ที่คุณจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาแน่ๆหมายความว่าคุณหมอจะแนะนำว่าจะต้องรับประทานยาเพราะว่าในตอนนี้มักจะสับสนกันว่าคอเลสเตอรอลสูงสรุปแล้วมันจำเป้นที่จะต้องรับประทานยาหรือเปล่าแบบนี้ตัวเลขเท่าไหร่ถึงจะทานยาและบางคนกินยาเข้าไปแล้วก็มีผลแทรกซ้อนได้ยินมามันค่อนข้างที่จะน่ากลัวไม่ขอกินยาได้ไหม

นอกจากนี้เราก็จะมาบอกว่าเมื่อไหร่แล้วที่จะแนะนำมากๆที่จะให้กินยามีอยู่ด้วยกันแบบเน้นๆไปเลยคือเมื่อก่อนสักประมาณปี2013มันก็ได้มีไกด์ไลน์ออกมาหรือข้อแนะนำว่าถ้าคอเลสเตอรอลมากกว่า200และตัวLDLคอเลสเตอรอลตัวที่นิสัยไม่ดีมากกว่า100แนะนำใหกินยาแล้วเพื่อลดระดับไขมันที่อยู่ในเลือด

ดังนั้นในตัวยาลดระดับไขมันในเลือดมันก็จะมีผลแทรกซ้อนต่างๆมากบ้างน้อยบ้างตามแต่ละคนตามแต่ละท่านเพราะฉะนั้นหลังๆแล้วนี่เขาก็จะพยามให้คุณกินยาเพื่อลดลงและจะต้องได้ผลมากที่สุดและเหมาะสมที่สุดไม่ใช่ว่ากินยาไปเรื่อยเราไม่จำเป็นต้องกินก็ไม่ต้องกิน

เนื่องจากนี้ก็ได้มีการสรุปผลออกมาล่าสุดในปี2018ได้มีการประชุมเอาคนนั้นมาประชุมเยอะแยะมากมายเขาก็ได้แบ่งออกมาที่มีความเสี่ยงสูงที่เราควรจะแนะนำว่าจะต้องกินยาเลยและลองดูว่าถ้าคุณเป็นคนในกลุ่มนี้แล้วยังไม่ได้รับยาอาจจะต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวดูว่าแบบนี้มันน่ากลัวพอหรือยังหรือว่ามันมีลายละเอียดอะไรบ้างที่มีความจำเป้นที่จะต้องกินยาแล้ว

เพราะฉะนั้นแล้วคุณมีประวัตโรคหลอดเลือดต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเจ็บหน้าอกเล็กน้อยเจ็บหน้าอกมากแต่ได้รับการตรวจว่าหน้าจะเกี่ยวกับโรคโรคหัวใจและอันต่อมาคุณมีโรคหลอดเลือดสมองเคยปากเบี้ยวมือชามือขยับไม่ได้น้ำลายไหลแบบนี้เขาเรียกว่าเป็นแปปเดียวแล้วหายอยู่จริงๆตามืดบอดแล้วก็กลับมามองเห็นได้แบบนี้อาจจะต้องแนะนำให้กินยาในกลุ่มขอลดไขมันในเส้นเลือดหรือว่ากลุ่มที่ควรผ่าตัดรักษาหลอดเลือดต่างๆตามตัวตามร่างกายที่เกิดจากหลอดเลือดอุดตัน

ซึ่งเราขอแนะนำว่าให้คุณกินยาดไขมันในเส้นเลือดถ้าตัวไขมันไม่ดีตัวLDLเหล่านั้นไม่ดีมากกว่า70และมีอาการหรือว่ามีโรคที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้วคุณควรที่จะรับประทานยาลดไขมันในเส้นเลือดที่นี้เรามาดูต่อก็จะเป็นตัวของไขมันไม่ดีLDLที่มันมากกว่า190แนะนำให้กินยาลดไขมันในเส้นเลือดเราจะได้ประโยชน์มากกว่าโทษของมันที่เป็นอะไรเล็กๆน้อยๆจะได้ประโยชน์มากกว่า

 

สนับสนุนโดย    918kiss ทรูวอเลท ไม่มีขั้นต่ำ

โรคภูมิแพ้ จะแก้ได้อย่างไร

โรคภูมิแพ้ จะแก้ได้อย่างไร

สมัยนี้ โรคภูมิแพ้ เรียกได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตเลยก็ว่าได้ เพราะบางคนไม่ว่าจะทำอะไรก็แพ้มันไปสะทุกอย่าง โดยโรคภูมิแพ้นั่นเป็นโรคที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น อากาศ ขนสัตว์ ดอกหญ้า หรืออื่น ๆ ที่สามารถทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นได้ ซึ่งโรคภูมิแพ้นั้นอาจเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบด้วยกัน บางคนเป็นภูมิแพ้ทางจมูก หรือบางคนเป็นภูมิแพ้ผิหนังก็มี

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเราด้วย ยอกตัวอย่างเช่น คนที่เป็นภูมิแพ้ทางจมูก จะมีอาการคือ จามได้ทั้งวัน หรือจามติด ๆ กันทุกครั้งเมื่ออากาศเปลี่ยน ไม่ว่าจะฟ้าครึ้ม ฝนตก มลภาวะเปลี่ยน เป็นต้น และแน่นอนว่าคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วอาจจะสังเกตได้ง่าย ๆ คือ จะมีของตาที่ดำ หรือคล้ำ นั่นเอง

โรคภูมิแพ้ไม่สามารถเกิดขึ้นง่าย ๆ หากภูมิคุ้มในร่างกายของเราแข็งแรงพอ แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจเกิดขึ้นได้แต่เกิด หรือเป็นมาจากกรรมพันธุ์นั่นเอง อย่างไรก็ก็ตาม เราสามารถป้องกัน หรือหลีกเลี่ยงโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมวิธีต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถป้องกันตนเองจากการเป็นโรคภูมิแพ้ได้ จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย 

การทำความสะอาด การจะป้องกันตนเองจากโรคภูมิแพ้ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ การดูแลรักษาความสะอาดของตนเอง หรือแม้แต่ที่พัก ห้องนอน ให้รู้สึกสะอาดอยู่เสมอ เพราะฝุ่นเรียกได้ว่าเป็นตัวการสำคัญในการก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ การที่เราทำความสะอาดห้องนอนกันอย่างสม่ำเสมอ หรือทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการเช็ด ปัด กวาด ถู ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่เราทำเหล่านี้อาจจะช่วยอัตราการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ หรือหากใครที่ไม่อยากทำความสะอาดบ่อย ๆ ก็อาจจะมีเครื่องกรองอากาศไว้เป็นตัวช่วยก็ได้ 

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การจะปลอดภัยห่างไกลจากโรค สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีสุขภาร่างกายที่ดีและแข็งแรงให้ได้ก่อน หายใครที่อยากหายจากโรคภูมิแพ้ ก็ควรที่จะเริ่มต้นด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือเลือกบริโภคอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ อีกอย่างใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพเข้าไปใหญ่เพราะจำเป็นที่จะต้องเลือกรับประทานที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่แล้ว

หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ การที่เราไม่เอาตนเองไปอยู่ใกล้ชิดกับสารที่อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ อาจเป็นช่องที่อาจจะช่วยให้เรานั้นไม่เป็นโรคภูมิแพ้ขึ้นได้ ดังนั้น หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง ยิ่งในช่วงนี้โลกของเรามีการแพร่ระบาดของเชื้อต่าง ๆ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อาจจะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันไว้ อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงจากโรคภูมิแพ้ง่ายๆ คือการไม่ทำให้อุณภูมิในร่างกายของตนเองนั้นเปลี่ยนไปแบบกระทันหันจะดีที่สุด

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

พฤติกรรมไหนบ้างที่ทำร้ายสายตา

พฤติกรรมไหนบ้างที่ทำร้ายสายตา

สมัยนี้หลาย ๆ คนกลายมาเป็นสายแว่นกันหมด เพราะเนื่องจากมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้ส่งผลเสียต่อสายตาตัวเอง นั่นก็คือ การทำร้านสายตาด้วยการใช้งานหนักเกินไป ไม่ว่าจะเป็น การนั่งอยู่หน้าจอคอมทั้งวัน ใช้สายตาในที่มืด หรือที่ที่มีแสงน้อย ส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมเหล่านี้ก็อาจส่งผลเสียเป็นอย่างมากต่อสายตา

จึงทำให้คนส่วนใหญ่กลับกลายมาเป็นสายแว่น รู้หรือไม่ว่าสายตาของเรานั้นมีความจำเป็นมากแค่ไหนต่อร่างกาย สายตาก็เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของร่างกาย เพราะเมื่อมันถูกทำร้ายลงอย่างหนัก ก็อาจส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตในประจำวัน ดังนั้น หากใครที่ไม่อยากสายตาเสีย หรือ มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสายตา และไม่อยากเป็นสายแว่น

ก็ควรที่จะหันมาดูแลสายตาตัวเองให้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะทำงานหนักสักแค่ไหน อย่างน้อย ๆ สายของเราก็ควรที่จะได้พักบ้าง อย่างน้อย 10 – 20 นาทีก็ยังดี อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าทำไมสายตาถึงเสียทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้อยู่หน้าจอคอมตลอดทั้งวัน ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลายอย่าง และหลายพฤติกรรมที่อาจส่งผลเสียตาอสายตาของเราได้ วันนี้เราจึงได้รวบรวมพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำร้ายสายตา และแนวทางในการป้องกัน จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย 

การดื่มน้ำน้อย น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกายมากกว่า 70% โดยปกติแล้วคนเราจำเป็นที่จะต้องดื่มน้ำให้ครบวันละ 8 แก้วจึงจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งน้ำที่เราดื่มเข้าไปนั้นจะช่วยเข้าไปเพิ่มคงามชุ่มชื้นให้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมไปถึงดวงตาของเราด้วย เมื่อเราดื่มน้ำน้ำเยอะ ๆ ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการตาแห้งได้ ส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมที่ทำให้เกิดอาการตาแห้ง ตาแดง และเปลือกตาบวมช้ำ จะเกิดจากการที่เราดื่มน้ำน้อยตลอดทั้งวัน ดังนั้น หากไม่อยากมีพฤติกรรมเสี่ยงก็ควรหันมาดื่มน้ำกันเยอะ ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของดวงตา

 

การใสคอนแทคเลนส์ ส่วนใหญ่เด็กสมัยนี้หันมานิยมการใส่คอนแทคเลนส์กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นแฟชั่นที่ฮิตมาก ๆ บางคนชอบใส่มากถึงขั้นใส่นอนเลยก็มี รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อดวงตาของเราภายหลังได้ เพราะเมื่อเวลาที่เราใสคอนแทคเลนส์นาน ๆ จะทำให้ค่าออกซิเจนในตานั้นต่ำลง และเกิดการสะสมแบคทีเรียขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอนแทคเลนส์รายเดือน หรือรายวันก็อาจส่งผลทำให้ตาบอดได้ ดังนั้น หากยังอยากมีดวงตาที่สดใสควรดูแลรักษาความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่า

 

การอดหลับอดนอน การนอนพักผ่อนเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อร่างกาย เพราะเมื่อไหร่ที่เรานอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในภายหลังได้ รวมไปถึงสุขภาพดวงตาของเราด้วย แน่นอนว่าคนที่นอนดึก อดหลับอดนอนส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่กับกน้าจอคอม ไม่ก็อยู่หน้าจอมือถือ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลทำให้ดวงตาของเราอาจเสื่อมลงได้ และอาจมีพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ตามอีกด้วย ดังนั้น เรามีความจำเป็นที่จะต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อวันอย่างน้อย 7 – 8 ชั่วโมง จึงจะมีประสิทธิภาพ

 

สนับสนุนโดย.  สูตรหวยยี่กี

อยากคุมน้ำหนักไปตลอดต้องอ่าน

อยากคุมน้ำหนักไปตลอดต้องอ่าน

ซึ่งสมมุติว่าท่านทานแล้วนอนเลยร่างกายจะเก็บพลังงานไปที่ไขมันไปที่ห่วงยางรอบเอวของท่าน ซึ่งไม่ค่อยดีและการทานแล้วนอนเลยจะทำให้เกิดโรคต่างๆมากมายเช่นกรดไหลย้อนเป็นต้นเพราะว่าอะไรทานยังย่อยไม่หมดอาหารบางทีมันสำรอกขึ้นมาทำให้ร้อนในช่วงอกบางคนบอกว่าทำไมกรดไหลย้อนไม่หายสักที

โดย หนึ่งเลยท่านนอนดึก สองท่านทานอาหารดึกเกินไปแล้วเข้านอนเร็วทานอาหารเยอะจนเกินไปอันนี้แนะนำเลยให้ทานอาหารเย็นก่อน2ทุ่มและถ้าเป็นไปได้ให้ทานอาหารเย็นช่วง6โมงเย็นแนะนำจริงๆแล้วถ้าเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งคือในอาหารเย็นพยายามที่จะให้คาร์โบไฮเดรตต่ำๆโปรตีนสูงๆแล้วก็เลือกไขมันดีทานอันนี้ก็จะดีมากๆเลยฉะนั้นแล้วเรามาดูกัน

ข้อแรกก็คือ อันนี้ยังอยู่ในรายละเอียดของอาหารเย็น อาหารเย็นที่เราแนะนำจริงๆแล้วถ้าท่านทานอาหาร3มื้อ เช้า กลางวัน เย็น อาหารเย็นควรจะเป้นมื้ออาหารที่น้อยที่สุดหรือประมาณครึ่งหนึ่งของมื้ออาหารมื้ออื่นโดยองค์ประกอบของอาหารนั้น

ควรจะมีคาร์โบไฮเดรตที่ต่ำมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ส่วนโปรตีนสูงได้เลยไขมันเลือกไขมันดีแบบนี้จะดีต่อสุขภาพร่างกายโปรตีนที่แนะนำในมื้อเย็นเช่นปลาเป็นต้นปลานี่แนะนำจริงๆหรือว่าจะเป็นเนื้อไก่ อกไก่อะไรอย่างนี้หรือว่าจะเป้นไก่ส่วนอื่นก็ได้แต่ไม่เอาหนังเอาออกไป

นอกจากนี้พวกปลาหมึก กุ้ง อย่างนี้ทานได้ไข่อย่างนี้โอเคแต่พวกวัวย่อยยากอย่างนี้อาจจะไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่นานๆทีต่อมาเรื่องของไขมันดีก็แนะนำพวกถั่วก็ได้ทั้งโปรตีนทั้งไขมันดีหรือว่าจะเป้นทั้งน้ำมันมะกอกน้ำมันรำข้าวอย่างนี้ได้แต่ว่าพวกหนังไก่พวกน้ำมันปาล์มของทอดแป้งทอดอย่างนี้ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่

เนื่องจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการลดคาร์โปรตีนไฮเดรตหรือน้ำตาลในใอเย็นเพราะว่าตัวที่จะทำให้ห่วงยางรอบเอวของท่านมากขึ้นและการคุมน้ำหนักแย่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานมากขึ้นก็ตัวเรื่องของคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลเช่นข้าวไม่ว่าจะเป็นข้าวขาวหรือข้าวที่เป็นธัญพืชก็ตาม

ซึ่งข้าวธัญพืชถามว่าดีไหม ดี หรือว่าพวกข้าวกล้องข้าวไรซ์เบอรี่ดีไหมดีแต่ถ้าลดลงได้ประมาณครึ่งหนึ่งมันจะดียิ่งกว่าและข้าวขาวไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่มันอร่อยก็จริงแต่ว่ามันดูดซึมเร็วทำให้เราดื้อต่ออินซูลินได้ง่ายเพราะฉะนั้นแล้วในมื้อเย็นเราขอแนะนำว่าให้เป็นโปรตีนกับไขมันจะดีกว่าแล้วคาร์โบไฮเดรตก็ให้ต่ำๆลงมาขนมหวานในมื้อเย็นถ้าเป็นไปได้ไม่ค่อยแนะนำเลยถ้าอยากทานขนมหวานแนะนำว่าให้ทานเป็นมื้อเที่ยงดีกว่า

 

สนับสนุนโดย.    สูตรหวยยี่กี ruay

อันตรายหรือไม่หากกินยาแก้ปวดท้องประจําเดือนบ่อยๆ 

อันตรายหรือไม่หากกินยาแก้ปวดท้องประจําเดือนบ่อยๆ 

           สำหรับการเป็นประจำเดือนนั้นเป็นอาการที่เกิดกับผู้หญิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นซึ่งโดยปกติแล้วผู้หญิงแต่ละคนนั้นจะมีอาการเป็นประจำเดือนโดยใช้ระยะเวลาแตกต่างกันออกไปแต่โดยเฉลี่ยแล้วการเป็นประจำเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 3-7 วันเพียงเท่านั้นซึ่งบางคนนั้นนอกจากมีประจำเดือนแล้วยังมีอาการปวดท้องประจำเดือนอีกด้วยโดยปกติแล้วการปวดท้องประจำเดือนนั้นมักจะเกิดขึ้นช่วงประมาณวันหรือว่า 2 วันแรกของการมีประจำเดือนเพียงเท่านั้น

         แต่บางคนการปวดประจำเดือนนั้นก็ปวดมากจนเกินไปจนไม่สามารถทนได้จำเป็นต้องหาซื้อยาแก้ปวดประจำเดือนมากินและบางคนนั้นก็มักจะมีอาการปวดประจำเดือนเป็นประจำทุกครั้งที่มีประจำเดือนมาซึ่งแน่นอนว่าก็จะต้องมีการกินยาแก้ปวดประจำเดือนทุกเดือนเป็นประจำนั่นเองดังนั้นเราจะมาดูกันว่าหากว่าเราต้องกินยาแก้ปวดประจำเดือนเป็นประจำอยู่บ่อยๆนั้นยาชนิดนี้จะมีผลร้ายแรงต่อร่างกายของคนที่กินเข้าไปหรือไม่ 

           สำหรับยาแก้ปวดประจำเดือนที่คนนิยมกินกันมากที่สุดนั่นก็คือยาที่ชื่อว่าพอนสแตน  โดยยาชนิดนี้ถ้าหาคนไปถามหาในร้านขายยาทางเภสัชกรก็จะแนะนำยาชนิดนี้มาเนื่องจากว่ายาชนิดนี้จะช่วยในเรื่องของการลดการอักเสบและยังช่วยให้คุณปวดน้อยลงอีกด้วยซึ่งปกติแล้วยาชนิดนี้คนมักจะซื้อกินเมื่อมีการปวดประจำเดือนหรือแม้แต่มีการปวดจากปัญหาโรคข้อรวมถึงยังสามารถลดอาการไข้และลดอาการปวดฟันหลังจากมีการผ่าตัดฟันได้อีกด้วย

            และแน่นอนว่าถ้าหากว่าเรากินยาพอนสแตนบ่อยๆแล้วเราก็สิ่งที่ตามมานั่นก็คือปริมาณของยานั้นอาจจะมีอยู่ในร่างกายมากเกินไปซึ่งมันจะทำให้มีผลข้างเคียงต่อการใช้งานยาชนิดนี้โดยผลข้างเคียงนั้นอาจจะส่งผลทำให้เราพบปัญหาเกิดภาวะเกล็ดเลือดแตกซึ่งภาวะชนิดนี้จะทำให้เรานั้นมีความเสี่ยงสูงมากที่เวลาเลือดออกนั้นเลือดจะหยุดได้มาก

         และที่สำคัญเราจะเลือดออกง่ายมากนั่นเองและถ้าหากว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเลือดหยุดยากหรือเลือดออกง่ายมันจะมีปัญหาตามมาเกี่ยวกับชีวิตของเราได้เช่นเดียวกันเช่นทำให้เราเสียเลือดมากและอาจจะถึงขั้นช็อกตายได้รวมถึงเราอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของโรคโลหิตจางได้เช่นเดียวกันนั่นเอง 

          ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือในการกินยาพอนสแตนนั้นเราจะต้องกินต่อเนื่องการไม่ให้เกิน 7 วันและที่สำคัญไม่ควรกินในปริมาณมากเกินไป mg ในการกินต่อครั้งนั้นจะต้องไม่เกิน 500 กรัมเพียงเท่านั้นและในแต่ละวันนั้นห้ามกินเกิน 3 ครั้งถ้าหากเป็นไปได้หากมีการปวดประจำเดือนและสามารถทนได้ก็ไม่ควรที่จะกินยาชนิดนี้เข้าไป

 

สนับสนุนโดย.    huaydee

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa